
3โจรควงปืนบุกปล้นมินิมาร์ทย่านมีนบุรี
3 คนร้ายควงปืน บุกปล้นมินิมาร์ท ย่านมีนบุรี กวาดเงินไปได้หมื่นกว่าบาท
วันที่ 18 ก.ย.56 เมื่อเวลา 02.30 น. ร.ต.ท.อัฏฐา สนเอี่ยม พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นเงินร้านแฟมิลี่มาร์ท เลขที่ 25/5,25/6 ปากซอยหมู่บ้านปรีชา 9 ถนนรามคำแหง 186 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ทิวา ภิรมย์เจียว สวป.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมคิด ประเชิญสุข สว.สส.สน.มีนบุรี
ที่เกิดเหตุพบบริเวณเคาน์เตอร์เครื่องเก็บเงินมีร่องรอยถูกรื้อค้น รวมถึงตู้เซฟใต้เคาน์เตอร์ถูกเปิดออก ทั้งนี้ น.ส.แพรวนภา ปาทา อายุ 26 ปี พนักงานร้านแฟมิลี่มาร์ทดังกล่าว ให้การว่า เวลาประมาณ 02.15 น. ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ ส่วนพนักงานผู้ชายอีกคนเก็บสินค้าอยู่หลังร้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 1 คนรูปร่างสูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำมีลายกราฟฟิก สวมเสื้อคลุมสีเทา กางเกงขายาวสีดำ เดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดสีดำออกมา ตนตกใจทำอะไรไม่ถูกจึงวิ่งเข้าไปหลบหลังร้าน จากนั้นมีคนร้ายอีก 2 คนตามเข้ามาสมทบ โดยคนที่สองสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ เสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาวสีดำ และคนที่สามสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำเหมือนกัน เสื้อคลุมสีเทาดำ กางเกงขายาวสีดำ ก่อนที่ 3 คนร้ายจะรื้อเครื่องเก็บเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ได้เงินไป 2,000 บาท และหยิบกุญแจในช่องลับใต้ช่องเก็บเงินแล้วนำไปไขตู้เซฟใต้เคาน์เตอร์เอาเงินไปอีก 11,000 บาท ก่อนจะหลบหนีไปโดยตนไม่เห็นว่าขับรถอะไรมา
ด้าน ร.ต.ท.อัฏฐา กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี ออกตรวจหาภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณริมถนนรอบแฟมิลี่มาร์ท เพื่อหาร่องรอยกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ หลังจากนี้จะสอบปากคำผู้จัดการร้านดังกล่าวถึงเรื่องคนร้ายรู้ที่ซ่อนกุญแจไขตู้เซฟใต้เคาน์เตอร์ เนื่องจากปกติคนภายนอกจะไม่รู้ว่ามีช่องลับเก็บกุญแจตู้เซฟไว้ คาดว่าอาจเป็นอดีตพนักงานแฟมิลีมาร์ท และจะเรียกอดีตพนักงานที่น่าสงสัยมาสอบปากคำด้วย
ตร.เร่งล่าสามโจรปล้นร้านสะดวกซื้อย่านมีนบุรี
พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณี 3 คนร้ายก่อเหตุปล้นทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ท สาขาปรีชา 9 เลขที่ 25/5 25/6 ปากซอยหมู่บ้านปรีชา 9 ซอยรามคำแหง 186 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านและบริเวณใกล้เคียง โดยภายในร้านมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว จับภาพคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุไว้ได้ แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบเส้นทางหลบหนี เพราะหน้าร้านไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องประสานขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนรามคำแหง เพื่อหาว่าคนร้ายหลบหนีโดยใช้ยานพาหนะรุ่นใด ทะเบียนใด และหลบหนีไปทางไหน นอกจากนั้นจะเทียบเคียงกับพฤติการณ์การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในคดีนี้ว่ามีใกล้เคียงกับคดีปล้นทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่สน.มีนบุรีและสน.ใกล้เคียงว่ามีลักษณะเหมือนกันหรือไม่
พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำพนักงานร้านสะดวกซื้อทั้งหมด เจ้าหน้าที่ยังไม่พบพิรุธ จะตรวจสอบประวัติพนักงานของร้านว่ามีใครถูกไล่ออกหรือลาออกไป ทั้งนี้ไม่ตัดประเด็นใดทั้งสิ้น ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมดอีกครั้ง ส่วนวิธีการป้องกันการก่อเหตุซ้ำซากนั้นในพื้นที่สน.มีนบุรี มีร้านสะดวกซื้อทั้งหมด 85 แห่ง กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจมีไม่พอ จึงต้องดึงอาสาสมัครในพื้นที่ร่วมกวดขันเฝ้าระวังเหตุในช่วง 20.00-23.00 น. และได้ขอความร่วมมือจากเจ้าของร้านค้าและพนักงานว่าอย่าเก็บเงินไว้ในเครื่องเก็บเงินมากเกินไป ในยามวิกาลให้ล็อกประตูร้าน หากพบบุคคลที่มีท่าทางลักษณะน่าสงสัย เช่น ใส่หมวกกันน็อกหรือปิดบังใบหน้า ก็ไม่ควรเปิดประตูให้เข้ามาในร้าน สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ขอใช้เวลาสักพักเพื่อไล่ล่าตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



