ข่าว

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง-“รักษาช้างไม่หาย ?”

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง-“รักษาช้างไม่หาย ?”

14 มิ.ย. 2552

ภายในร่วมเดือนที่ผ่านมามีเหตุสลดใจให้ต้องสูญเสีย หรือร่ำๆ ว่าจะเสีย “ช้าง” ไปหลายเชือก หลายตัว และเกิดติดๆ กันอย่างต่อเนื่อง ในภูมิภาคต่างๆ กัน

 โดยเฉพาะยิ่งรายที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ขาหน้าหัก ยืนไม่ได้ อาการไม่สู้ดีนัก มีเสียงจากทั้งสื่อและสังคม ที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใยสนั่นลั่นทั้งเมือง ต่างต้องการให้ช้างเชือกนี้ได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่ทรมานและหายเป็นปกติ “สัตวแพทย์” จึงเป็นผู้ที่ถูกตั้งความหวังไว้ในการนี้อย่างเต็มที่ แต่ก็มีหลายๆ กรณีที่สัตวแพทย์ไม่สามารถสนองตอบตามความคาดหวังเหล่านั้นได้

 เมื่อช้างที่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ เกิดล้มตาย ความผิดหวังจึงเกิดขึ้นกับสังคม นำมาซึ่งคำถามต่างๆ เช่น ทำไมถึงตาย ? ทำไมถึงรักษาไม่ได้ ? รักษาอย่างไรถึงตาย ? หมอทำได้แค่นี้หรือ ? หมอไทยไม่เก่ง ? ฯลฯ

 ผมในฐานะสัตวแพทย์ผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับช้างมากว่า 20 ปี จนปัจจุบันก็ยังรับผิดชอบดูแลสวัสดิภาพช้างไทยอยู่ ควรต้องทำความเข้าใจกับสาธารณะ เพื่อแก้ข้อข้องใจ (มิใช่แก้ตัว) ในปัญหาต่างๆ นานา อันทำให้การรักษาช้างไม่ประสบความสำเร็จ

 ปัจจัยจากตัวช้างเอง เป็นข้อสำคัญในการรักษาช้างได้ยากหรือไม่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ กายวิภาค หรือรูปทรงสันฐานของช้างสัตว์บกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักกว่า 4 ตัน หากมีการบาดเจ็บจนกระดูกระยางค์ (กระดูกยาวๆ) ทั้งหลาย เช่น ขาทั้ง 4 เกิดหักหรือแตกไปก็จะรับน้ำหนักตัวได้ยาก จึงต้องใช้ขาด้านตรงข้ามยันรับน้ำหนักที่ถ่ายมาเป็นตันไว้แทน จนเป็นเหตุให้อาจเกิดการแตกของกระดูกขาตอนปลายๆ ที่ยังดีอยู่

 รวมถึงเมื่อช้างล้มตัวลงนอนนานๆ ปัญหาแผลกดทับยิ่งเกิดได้ง่ายมากภายใน 3 ถึง 5 วัน เพราะน้ำหนักตัวที่กดลงมาบนผิวหนังส่วนสัมผัสพื้นนั่นเอง ฯลฯ ครั้นยกช้างขึ้นด้วยรถเครนจำต้องมีสายรัดอก รัดเอว เพื่อยกช้างขึ้น แรงกดทำให้เกิดแรงเค้นต่อส่วนสัมผัสผิวของสายรัด เสมือนเราคาดเข็มขัดแล้วรูดเข็มขัดให้กระชับแน่นจนเอวกิ่วนั่นแหละครับ มันอัดแน่นจนแทบระเบิด แล้วในช้างละจะเป็นอย่างไร ?

 การแขวนช้างอัมพฤกษ์ อัมพาตจึงมิอาจทำได้เป็นเวลานานหรือตลอดไป จึงเห็นได้ว่าขนาดและน้ำหนักตัวของมันเป็นข้อจำกัดในการรักษาพยาบาลอย่างสำคัญ ระบบการทำงานของร่างกายช้างเอง ก็เป็นสิ่งที่ส่งผลให้ช้างป่วยมีอาการทรุดลงรวดเร็ว หรือรักษาได้ยากขึ้น เช่น ระบบการหายใจของช้าง

 คุณทราบไหมว่าช้างสลบนอนหมอบไม่ได้ ต้องนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น ! เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจากอวัยวะภายในขนาดยักษ์ที่กดดันกระบังลมอยู่ ประกอบกับผนังบุช่องปอดกับเยื่อหุ้มปอดของช้างเป็นพังผืดยึดติดกันอยู่ ทำให้ตัวปอดไม่ได้ห้อยแขวนลอยตัวในช่องอกดังปกติเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ
 ดังนั้นการวางยาสลบช้างจำเป็นต้องให้เขานอนคะแคงพร้อมกับสอดท่อหายใจขนาดยักษ์ และให้ก๊าซออกซิเจนแรงดันสูงปริมาณมหาศาลเข้าไปเป็นระยะๆ ตลอดเวลาที่สลบเพื่อป้องกันการหายใจล้มเหลว ดูสิครับมันยากเย็นขนาดไหน ต้องใช้บุคลากรและทรัพย์มหาศาลเพียงใด ?
 
 พฤติกรรม และความฉลาดของช้างก่อปัญหาต่อการรักษาพยาบาลอยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่าง เช่น กรณีช้างที่ถูกตัดงาจนเกิดติดเชื้อเข้าไปในโพรงฟัน มีหนองไหลเยิ้ม หากเปรียบกับคนเราคงเทียบได้กับกรณีติดเชื้อรากฟัน สร้างความเจ็บปวดจนช้างต้องพยายามบำบัดตนเองอย่างที่เราคาดไม่ถึง คือ เขาใช้งวงหยิบจับต้นหญ้าปล้องลำยาวๆ แหย่สอดเข้าไปในโพรงงาแล้วชักเข้าชักออก เพื่อให้หนองไหลออกมา

 จากนั้นก็ใช้งวงที่เปรียบเสมือนมือดูดฝุ่นหรือหยิบดินโคลนพ่นอัดเข้าไปในโพรงงา แต่แทนที่จะให้ผลดีกลับยิ่งเพิ่มเชื้อโรคเข้าไป รวมถึงกักขังเศษหนอง และเศษเนื้อเยื่อที่เน่าเสียเอาไว้ ดินที่อุดแน่นทำให้ภายในโพรงงาขาดออกซิเจน เป็นผลให้เชื้อบาดทะยักซึ่งชื่นชอบบรรยากาศที่ปราศจากออกซิเจนเจริญเติบโตดี

 ผลคือ ช้างเชือกนั้นป่วยรุนแรงขึ้นจากโพรงงาอักเสบลงท้ายเป็นบาดทะยัก! อันมักถึงตาย