
กัมพูชาวันนี้
กัมพูชาวันนี้ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
การเมืองในกัมพูชาที่ราบเรียบมานาน เริ่มปรากฏคลื่นลมจากการประท้วงผลการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นมา โดยผู้สนับสนุนนายสม รังสี อดีตนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับ สมเด็จฮุน เซน ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ และเดินทางกลับกัมพูชา หลังจากที่ลี้ภัยไปอยู่ต่างปะเทศเป็นเวลาหลายปี
ก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่ากัมพูชาตกอยู่ในมือของ สมเด็จฮุน เซน อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการจัดวางระบบการเมืองและสังคมที่ฝังรากลึกในหมู่ข้าราชการและประชาชนแทบทั้งประเทศ ว่ากันว่าข้าราชการกัมพูชาที่ปรารถนาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานต้องเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาชนกัมพูชาของ สมเด็จฮุน เซน และชุมชนที่ต้องการงบประมาณมาพัฒนาท้องถิ่นของตนก็ต้องเข้าร่วมหรือเป็นภาคีของพรรคประชาชนกัมพูชาเช่นกัน
นอกจากนี้ ในส่วนของ สมเด็จนโรดม สีหมุนี กษัตริย์องค์ปัจจุบันของกัมพูชา ได้ชื่อว่าเป็นประมุขแต่เพียงในนาม เพราะแทบจะไม่มีอำนาจใดๆ และถูกรัฐบาลตัดทอนค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์จนเหลือเพียงจำกัดจำเขี่ย คณะทูตที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ กล่าวว่าพระราชวังที่ประทับมีสภาพซอมซ่อ ทรุดโทรม และไม่สามารถจะเสด็จไปเยี่ยมเยียนประชาชนได้ เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงทำให้ต้องประทับอยู่แต่ในพระราชวัง จนไม่เป็นที่รู้จักรักใคร่ของชาวกัมพูชาเช่นพระราชบิดา คือ สมเด็จนโรดม สีหนุ
สำหรับ นายสม รังสี นั้น เป็นบุตรของอดีตนักการเมืองกัมพูชา ได้รับการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส และเคยทำงานในบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินของฝรั่งเศส ในปี 2535 ได้เข้าร่วมกับพรรคฟุนซินเปก ของ สมเด็จนโรดม รณฤทธิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดเสียมราฐ และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อมาถูกปลดออกจากตำแหน่ง ถูกบังคับให้ลาออกจากพรรค และถูกขับพ้นจากความเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 3 ปี
ใน พ.ศ.2538 สม รังสี ได้ก่อตั้งพรรคชาติเขมร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคสมรังสี และได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดกำปงจาม ในปี 2541 เมื่อเกิดอุทกภัยในพนมเปญและจังหวัดใกล้เคียงในปี 2543 ทำให้ชาวกัมพูชาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ความช่วยเหลือของรัฐบาลล่าช้าและมีการทุจริตคอร์รัปชั่น สม รังสี ได้นำประชาชนเดินขบวนประท้วงรัฐบาลและชุมนุมหน้ารัฐสภา
เมื่อ สมเด็จฮุน เซน ทำการรัฐประหาร ใน พ.ศ.2548 สม รังสี ได้หลบหนีออกนอกประเทศ และถูกลงโทษจำคุก 18 เดือน แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามคำกราบบังคมทูลของสมเด็จฮุน เซน และเดินทางกลับกัมพูชา เพื่อทำหน้าที่ทางการเมืองต่อ อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ.2552 สม รังสี ได้เป็นผู้นำชาวบ้านบริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม และรื้อถอนหลักเขตแดน เพื่อประท้วงการที่เวียดนามบุกรุกดินแดนกัมพูชา ทำให้เขาถูกตั้งข้อหาว่าก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างชาติ ทำลายทรัพย์สินทางราชการ แต่ สม รังสี ปฏิเสธการสู้คดีในศาลและหลบหนีไปพำนักอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
ก่อนการเลือกตั้งในกัมพูชาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สม รังสี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามคำกราบบังคมทูลของ สมเด็จฮุน เซน แต่เขาก็ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งปรากฏว่าพรรคประชาชนกัมพูชา ได้รับเลือก 68 ที่นั่ง และพรรคกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้รับเลือก 55 ที่นั่ง ทำให้ สมเด็จฮุน เซน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นายสม รังสี ได้นำประชาชนประท้วงผลการเลือกตั้งดังกล่าว โดยกล่าวหาว่ามีการเลือกตั้งทุจริต มีการโกงคะแนนอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีชาวกัมพูชาเรือนหมื่นเข้าร่วม และมีทีท่าว่าจะลุกลามต่อไป
สมเด็จนโรดม สีหมุนี ได้หาทางที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่าง สมเด็จฮุน เซน กับนายสม รังสี ซึ่งหากสำเร็จย่อมทำให้บารมีของพระองค์สูงขึ้นในทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบด้วยได้ เพราะแม้ว่า สมเด็จฮุน เซน จะกุมอำนาจการปกครองอยู่ แต่ สม รังสี ก็มีพลังมวลชนและอำนาจแฝงให้การสนับสนุน ทำให้สถานการณ์ในกัมพูชาเวลานี้ อยู่ในจุดของการชิงไหวชิงพริบและการช่วงชิงอำนาจของ สมเด็จฮุน เซน นายสม รังสี และสมเด็จนโรดม สีหมุนี ไปโดยปริยาย
แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ ประชาชนกัมพูชาจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และผลที่จะติดตามมา



