ข่าว

แบงก์เฉพาะกิจเพื่อพัฒนาประเทศ

แบงก์เฉพาะกิจเพื่อพัฒนาประเทศ

19 ก.ย. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : การปฏิรูปเพื่อการขับเคลื่อน แบงก์เฉพาะกิจเพื่อพัฒนาประเทศ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                            ผมได้ข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ว่า สศค.ได้เสนอแผนปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาล หรือที่เรามักเรียกกันว่าแบงก์เฉพาะกิจของรัฐ ให้แก่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยรายละเอียดของแผนการปฏิรูปดังกล่าวจากที่ผมได้ติดตามข้อมูล ข่าวสารจะมีเนื้อหาหลักๆ ที่เราๆ ท่านๆ ในแวดวงการเงินต้องตามต่อคือ

                            1.เป็นแผนการปฏิรูปอย่างเป็นระบบทุกสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

                            2.ปัจจุบันภาครัฐจะมี 2 หน่วยงานหลักตามกฎหมายในการกำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สศร.) ซึ่งบางมุมบางประเด็นอาจมีความเห็นที่แตกต่างกัน เช่น บทบาทที่รัฐมอบหมายให้กำกับดูแลความเสี่ยง ให้มีผลประกอบการที่ยืนบนขาตัวเองให้ได้ ให้มีกำไรอย่างนี้ เป็นต้น

                            3.ตามแผนจะมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการกลาง หรือ Supper Board ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยมี รมว.คลัง นั่งเป็นประธานคณะกรรมการ มีผู้บริหารระดับสูง มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา บทบาทคณะกรรมการกลางนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนในแง่ทิศทางในการกำกับดูแลโดย สศค. ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการกลาง หรือ Supper Board ที่จัดตั้งขึ้น

                            4.มีการเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายที่ดูแลสถาบันการเงินแต่ละแห่งเพื่อ

                            - เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถดำเนินธุรกิจได้กว้างขวางมากขึ้น

                            - เสนอให้มีการออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแล สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้งหมด

                            5.เป้าหมายสุดท้ายของการปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่เป็นภาระของรัฐบาลในลักษณะที่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนของรัฐเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใส่เงินงบประมาณเป็นเงินเพิ่มทุนเข้าไปให้ในเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจำนวนมาก

                            6.ธุรกิจจะเน้นไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อย และเป็นกลุ่มที่สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ไม่ยอมให้บริการ เพราะเหตุว่าเห็นว่าเป็นลูกค้ารายย่อยที่มีความเสี่ยง เกณฑ์ต้องไม่เข้มเกินไปจนทำงานไม่ได้ เช่น เกณฑ์การจัดชั้นหนี้ เกณฑ์การกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งควรกำหนดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

                            สถานการณ์แบบนี้ ในเวลานี้ บรรยากาศแบบนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ SFIs ต้องปรับตัวอีกแล้ว ปรับตัวอีกครั้ง โดยมีภารกิจเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติเป็นสำคัญ

 

 

---------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : การปฏิรูปเพื่อการขับเคลื่อน แบงก์เฉพาะกิจเพื่อพัฒนาประเทศ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)