
'สม รังสี-ฮุน เซน'ถกฝ่าวิกฤติการเมือง
นายกรัฐมนตรีฮุน เซน พบกับนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นวันที่สอง เพื่อฝ่าวิกฤติการเมือง
17 ก.ย. 56 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้เผชิญหน้ากับนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นวันที่สองในวันนี้ ในความพยายามที่จะคลี่คลายวิกฤติการเมืองที่นำไปสู่ความรุนแรงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์
นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งปกครองประเทศมานาน 28 ปี ได้พบปะกับนายสม รังสี ที่สภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผู้ประท้วงหลายพันคนยังคงปักหลักชุมนุมกันเป็นวันที่สาม เพื่อแสดงการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่พรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
นับเป็นการเผชิญหน้ากันเป็นวันที่ 3 ในรอบ 4 วัน ระหว่างนายกรัฐมนตรีฮุน เซน วัย 61 ปี ที่ประกาศจะปกครองประเทศไปจนกว่าจะอายุครบ 74 ปี และนายสม รังสี อดีตนายธนาคาร ผู้จบการศึกษาจากฝรั่งเศส ที่ต้องลี้ภัยตัวเองไปอยู่ต่างประเทศ และเพิ่งจะกลับบ้านเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษในความผิดอาชญากรรมหลายข้อหา ที่เขาระบุว่า เป็นเหตุจูงใจทางการเมือง
เมื่อวันจันทร์ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันใน 3 หัวข้อสำคัญ อันเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้องของกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ที่ทรงมีพระประสงค์ให้ยุติความรุนแรง และจัดตั้งกลไกเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเลือกตั้งในอนาคต และการเจรจายังคงดำเนินต่อไปในวันนี้ เนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้ตามข้อเรียกร้องของฝ่ายค้าน เรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม
พรรคกู้ชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ CNRP ได้ขู่จะบอยคอตการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเปิดสมัยประชุมในวันจันทร์หน้า เว้นแต่ว่า จะมีการประกาศเรื่องการกระผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ก็นับเป็นการพบกันหลังเกิดการปะทะในกรุงพนมเปญ เมื่อวันอาทิตย์ ที่มีผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านราว 2 หมื่นคน ออกไปชุมนุมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง
กองกำลังรักษาความมั่นคง ได้ขว้างระเบิดควัน แก๊สน้ำตา และใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายฝูงชน ที่ขว้างก้อนหินเข้าใส่ และฝ่ายต่อต้านได้โยนความผิดให้ทางการกรณีมีผู้เสียชีวิต 1 คน ที่ถูกระบุว่า ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ได้กล่าวหากองกำลังรักษาความมั่นคงว่า ใช้กระสุนจริง แต่ทางการปฏิเสธ
อิซาแบล อาร์ราดอน รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียขององค์การนิรโทษกรรมสากล กล่าวว่า จะต้องมีการสืบสวนอย่างเป็นธรรมและโดยทันทีไปสู่การสังหารชายเคราะห์ร้าย และต้องมีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เหตุใดกองกำลังรักษาความมั่นคงจึงต้องใช้ความรุนแรง ทั้งที่จริงจะต้องอดกลั้นไม่ใช้กำลังตามมาตรฐานสากล และการใช้อาวุธปืนสามารถทำโดยชอบธรรมในกรณีที่จำเป็นต้องป้องกันตัวเท่านั้น
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



