ข่าว

'ปชป.'อัด'ยรรยง'แก้ของแพงไม่ตรงจุด

'ปชป.'อัด'ยรรยง'แก้ของแพงไม่ตรงจุด

17 ก.ย. 2556

'ปชป.' อัด 'ยรรยง' แก้ปัญหาของแพงไม่ตรงจุด โวยถกร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน 2 วันไม่พอ จี้ 'นายกฯ' เข้าฟังอภิปราย ห่วง 'ม็อบยาง' ส่อรุนแรง ปัดการเมืองหนุนหลัง

 

                           17 ก.ย.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงสถานการณ์ของแพงในขณะนี้ พร้อมนำผักสดมาประกอบการแถลงข่าว โดยกล่าวว่า นอกจากไข่ที่แพงแล้ว ผักหลายชนิดก็ราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาเมื่อปีที่แล้ว เช่น ผักกาดหอมราคากิโลกรัมละ 65 บาท ขึ้นมาจากปีที่แล้ว 25 บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมละ 30 บาท ขึ้นจากปีที่แล้ว 16 บาท เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดแล้วว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ให้นายยรรยง พวงราช รมว.พาณิชย์ ออกมาบอกว่าเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ โทษประชาชน โทษสื่อ ทั้งที่ความจริงเกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่ปรับราคาไม่ว่าจะเป็นแก๊ส ไฟฟ้า น้ำมัน และนโยบายค่าแรง 300 บาท

                           หากให้นายยรรยง ออกมาโทษประชาชน โทษสื่อมวลชนก็แก้ปัญหาไม่ได้ ขณะนี้คนจนกำลังโดนกระทืบจากรัฐบาล คนรวยกำลังเสวยสุขจากรัฐบาลที่เรียกว่ารัฐบาลไพร่ โดยเฉพาะนโยบายการปรับภาษีนิติบุคคลจาก 30 เปอร์เซนต์ เหลือ 20 เปอร์เซนต์ ซึ่งจากรายงานของสภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ระบุว่า จากนโยบายดังกล่าวบริษัทที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ลงทุนโดยต่างชาติ ได้รับประโยชน์มหาศาล เพราะจ่ายภาษีให้รัฐน้อยลงถึง 10 เปอร์เซนต์ แต่รัฐบาลมารีดเลือดเอากับประชาชน คนขับแท๊กซี่ คนหาเช้ากินค่ำ เท่ากับเป็นการกระทืบคนจน อุ้มชูคนรวย ช่วยบริษัทขนาดใหญ่

 

โวยถกร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน 2 วันไม่พอ ขอ 1 สัปดาห์

 

                           นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ...วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือ ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ ว่า ให้เวลาอภิปรายเพียง 2 วันคงไม่เพียงพอ เพราะพรรคฝ่ายค้านมีผู้สงวนคำแปรญัตติ กว่า 100 คนที่อภิปรายแสดงความคิดเห็นและหลักการ เหตุผลในการคัดค้านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตั้งแต่ประเทศไทยก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ไม่เคยคิดว่าจะมีการกู้เงินมากมายขนาดนี้ หากเป็นพันธบัตรฉบับละ 1 พันบาท ก็สามารถพันรอบโลกได้ถึง 8 รอบ ซึ่งการกู้เงินลักษณะนี้รัฐบาลยังตอบไม่ได้ ว่าทำไมต้องกู้เงินนอกงบประมาณ และทำไมต้องกู้เงินมากองไว้ทั้งที่โครงการไม่มีรายละเอียดที่สามารถระบุได้ว่าจะทำตรงไหน การกู้เงินมากองไว้ทำให้เสียดอกเบี้ยฟรีๆ รัฐบาลรับผิดชอบเองหรือไม่ สมมุติว่าไปกู้เงินเพื่อสร้างบ้าน แต่แบบบ้านไม่มี หรือกู้เงินเพื่อซื้อรถ แต่แบบไหนไม่รู้ อย่างนี้ใครเขาจะปล่อยกู้ให้

                           นายชวนนท์ กล่าวว่า การกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลใช้อำนาจบังคับกระทรวงการคลัง ให้ไปกู้เงินมากองไว้โดยไม่มีรายละเอียด ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะในโลกนี้ไม่มีใครเขาทำกัน ยืนยันว่า ถ้าไม่กู้จำนวนนี้มา ก็สามารถทำโครงการได้ภายใน 7 ปี ตามงบประมาณปกติ โดยผ่านกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ดังนั้นขอให้เลิกอ้าง เลิกคิดว่าประชาชนไม่มีความรู้พอที่จะจับได้ เชื่อว่าการกู้เงินนอกระบบแบบนี้ จะทำให้ผู้มีอำนาจไปหาผู้รับเหมา แล้วมาตกลงกันหลังเวทีเพราะไม่ผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลแบบอิเล็กทรอนิค

                           อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยขวางการพัฒนาประเทศ แต่ขัดขวางการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นขอเรียกร้องว่า ต้องให้เวลาอภิปรายเป็นสัปดาห์ถึงจะอภิปรายได้ทุกคน ถ้ามีการเสนอปิดการอภิปราย ก็ต้องเจอกันที่ศาลรัฐธรรมนูญอีก ถึงวันนั้นไม่ต้องโทษศาล เพราะฝ่ายค้านได้เตือนแล้ว

                           “แม้จะเลื่อนประชุมครม.สัญจรออกไปแล้ว ก็ขอเรียกร้องให้ นายกฯ มารับฟังการอภิปราย เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง เนื่องจากการกู้เงินครั้งนี้จะก่อหนี้ให้กับประเทศ สร้างหนี้ให้ลูก หลาน เหลน โหลน นายกฯละอายใจหรือ ถึงไม่กล้าสู้หน้าประชาชน และผู้แทนของประชาชน เพราะรู้ใช่หรือไม่ว่ากำลังทำร้ายประเทศบดขยี้ประเทศให้คามือ หากไม่มารับฟังพรรคประชาธิปัตย์ก็รับพฤติกรรมของนายกฯฯที่ไม่ว่าจะเป็นสุภาพบุรุษหรือสตรีอย่างนี้ไม่ได้จริงๆ“ นายชวนนท์ กล่าว

 

'เทพไท' ห่วง 'ม็อบยาง' ส่อรุนแรง เชื่อรัฐประกาศใช้กม.มั่นคงไม่มีผล

 

                           นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์กำลังรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังสลายการชุมนุมเป็นพฤติกรรมที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ การชุมนุมของประชาชนเป็นการชุมนุมอย่างอิสระไม่มีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังตามที่รัฐบาลกล่าวหา แต่รัฐบาลกำลังใช้อำนาจรัฐ กฎหมาย คุกคามผู้ชุมนุม จึงขอให้ทบทวนแนวความคิดดังกล่าว เพราะการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่มีผลในทางปฏิบัติ และรัฐบาลยังมีความคิดที่จะใช้อำนาจรัฐโดยประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุม

                           ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะชาวบ้านอยู่ในพื้นที่เมื่อถูกสลายก็กลับบ้าน ตำรวจกลับไปชาวบ้านก็ออกมาอีก ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบคือ ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และต้องรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม การให้ค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงิน 2,520 บาท เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน เพราะเกษตรกรต้องการให้กำหนดราคารับซื้อที่ชัดเจน เพราะการชดเชย 2,520 บาท ไม่มีผลต่อเกษตรกรส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่ได้เป็นเจ้าของสวนยางพารา ผลประโยชน์จะตกอยู่กับนายทุน และเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินที่จะยื่นแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อรับเงินชดเชย อีกทั้งการชดเชยในราคาดังกล่าวไม่มีหลักประกันให้ราคายางพาราคงที่ เพราะอาจลดลงไปเรื่อยๆ เหลือ 50 บาทก็ได้ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์

                           นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ รมช.มหาดไทย จะมาพบ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขอถามนายวิสาร เกี่ยวกับคำพูดของคนในรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรค และร.ท.สุณิสา เลิศภควัตร รองโฆษกรัฐบาล ที่กล่าวหาว่า การชุมนุมของเกษตรกรมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง มีนายทุนกักตุนยางอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนายวิสารต้องตอบว่าเชื่อข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ ถ้าเชื่อก็เสียเวลาที่จะมาพูดคุยกัน แต่ถ้าไม่เชื่อต้องให้คนของรัฐบาลไปแก้ข่าวที่ใส่ร้ายชาวสวนยางพาราและฝ่ายการเมือง

                           ดังนั้นหากจะให้ส.ส.นครศรีธรรมราชลงไปแก้ปัญหาต้องบอกว่าเราไม่อยู่ในฐานะแก้ปัญหาเพราะเป็นหน้าที่รัฐบาล แต่ในฐานะส.ส.ไม่มีสิทธิทอดทิ้งประชาชนจะให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงในการเจรจาของเกษตรกร แต่หน้าที่แก้ปัญหารัฐบาลต้องไปเจรจากับผู้ชุมนุม อย่าปัดสวะ หรือโยนการแก้ปัญหามาที่ส.ส.

 

'มัลลิกา' แนะรัฐออกพันธบัตรรักษาเสถียรภาพราคายาง

                          น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของชาวสวนยางพาราที่ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์ขณะนี้เกิดจากความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งไม่ได้รับการดูแลแก้ปัญหา จนกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐ เกิดกองกำลังระหว่างประชาชนกับตำรวจปะทะกัน แล้วรัฐกำลังพิจารณาว่าจะใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกลับลอยตัวออกจากปัญหา และรัฐบาลคิดแต่จะใช้กฎหมายมาปราบปรามประชาชน เช่น การใช้กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงขอเรียกร้องไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขอให้ตั้งสติตัดสินใจด้วยตัวเองในฐานะนายกฯที่มีธรรมาภิบาลใน 3 เรื่อง คือ

                          1. ต้องเลิกคิดที่จะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปตีประชาชน เพราะถ้ายิ่งตีจะยิ่งโต 2. ใช้ความเป็นผู้หญิงหรือสมาร์ทเลดี้ที่พยายามจะเป็นลงไปเจรจารับฟังประชาชนด้วยหัวใจ ไม่ใช่อคติและอำนาจ 3. ขอให้พิจารณาแก้ปัญหาด้วยการออกพันธบัตรในการให้ส่วนต่างเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ให้อยู่ที่ 90 บาทต่อกิโลกรัม(กก.)เพราะขณะนี้ราคายางขายได้ไม่เกิน 78 ต่อกก. ซึ่งไม่มีพื้นที่ใดได้ 90 บาทต่อกก. หรือให้ผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จากนั้นรัฐบาลจึงค่อยจำหน่ายยางพาราออกไป ซึ่งจะช่วยยกระดับราคายางพาราได้