ข่าว

'พท.'วอน'วธ.'ริบรางวัล'มาร์ค'

'พท.'วอน'วธ.'ริบรางวัล'มาร์ค'

17 ก.ย. 2556

'พท.' เล็งทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรม วอนริบรางวัล 'อภิสิทธิ์' ต้นแบบการใช้ภาษาไทยคืน ข้องใจ 'ม็อบยาง' หวังป่วนเปลี่ยนรัฐบาล

 

                            17 ก.ย. 56  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยโดยใช้ถ้อยคำที่หยาบคายบนเวทีผ่าความจริงว่า การที่สตรีทั่วทั้งประเทศไทยพร้อมใจกันรุมประณามนายอภิสิทธิ์ ที่ใช้คำพูดรุนแรง ดูหมิ่นเกียรติผู้หญิงนั้น นอกจากนายอภิสิทธิ์ จะไม่สำนึกแล้ว ยังออกอาการหนักข้อขึ้นทุกวัน เสียดายที่เคยได้รางวัล "ผู้เป็นต้นแบบอันงดงามในการใช้ภาษาไทย" ทั้งนี้ ตนจะทำหนังสือสอบถามกระทรวงวัฒนธรรม ว่าเห็นอย่างไรกับการใช้ภาษาที่หยาบคายของนายอภิสิทธิ์ จะริบรางวัลคืนหรือไม่

 

 

ข้องใจ 'ม็อบยาง' หวังป่วนให้พวกพ้องตัวเองได้เป็นรัฐบาล

 

                            นายอนุสรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของชาวสวนยางที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า วันนี้คนทั้งประเทศรู้หมดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงกระทำเกินจากความต้องการที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านราคายาง และเกินจากกรอบกฎหมายไปไกลมาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ตามอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่ชาวสวนยางและมาจากนอกพื้นที่ ซึ่งมีการขนกันมาจากหลายจังหวัด ซึ่งที่มากสุดมาจากจังหวัดพัทลุง ส่วนใครพามาวันนี้ไม่มีอะไรต้องกังขา ชาวบ้านรู้กันหมด ไม่ออกมาห้ามปราม จะรับผิดชอบอย่างไร คนเหล่านี้มีการเตรียมการมาอย่างดี คลุมผ้าปิดบังใบหน้าตลอดเวลา มีการฝึกฝนการก่อเหตุ การใช้อาวุธมาเป็นอย่างดี เดินทางมาชุมนุมพร้อมอาวุธ รวมทั้งมีการแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการปฏิบัติการเป็นขั้นเป็นตอน เผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ทรัพย์สินเอกชนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แทนที่จะพากันไปกรีดยางจากต้น แต่คนพวกนี้มากรีดยางล้อรถยนต์คนอื่นแทน ไม่ได้ต้องการก่อเหตุเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องการป่วนเพื่อให้พวกพ้องตัวเองได้มาเป็นรัฐบาลแทนใช่หรือไม่

 

 

อ้างทุกฝ่ายเริ่มเห็นคล้อยตาม 'นายกฯ' ต้องมีเวทีปฏิรูปประเทศ

 

                            นายอนุสรณ์ กล่าวถึงการเปิดตัวสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556 ว่า วันนี้ชัดเจนว่า ความคิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาถูกทางแล้ว และคิดได้เป็นคนแรก แสดงว่าสังคมไทยเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าประเทศไทยต้องปฏิรูป และการเมืองไทยต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน ทำให้กลุ่มอื่นๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีทิฐิในการเข้าร่วม บ้างก็กลัวเสียหน้าเสียฟอร์มเพราะไม่ได้ถือธงนำ จึงจัดเวทีปฏิรูปประเทศคู่ขนานกับรัฐบาล แสดงว่าอย่างน้อยคนทั้งประเทศที่มีความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่มีความคิดเห็นตรงกันแล้วหนึ่งอย่างคือ อยากเห็นการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง เพื่อเดินหน้าไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ ทั้งนี้ เป็นห่วงว่าเมื่อต่างฝ่ายต่างขับเคลื่อนแบบนี้สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร จะหาทางมาบรรจบกันได้หรือไม่ ดังนั้นขอเรียกร้องให้แต่ละกลุ่มการเมืองเลิกทิฐิ เห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง หันหน้าเข้าหากัน ไม่ต้องคิดว่าใครจะได้หน้า แต่ให้เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นที่ตั้ง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ