
'UN'ยันมีการใช้อาวุธเคมีใน'ซีเรีย'
เลขาธิการยูเอ็น เผยรายงานตรวจสอบอาวุุธเคมีในซีเรีย ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน ว่ามีการใช้ก๊าซพิษซารินในการโจมตีด้วยจรวดที่กรุงดามัสกัสเมื่อเดือนที่แล้ว
17 ก.ย. 56 นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงสรุปต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นเมื่อวาน โดยระบุว่า รายงานการตรวจสอบอาวุธเคมีในซีเรียของคณะผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่า มีหลักฐานชัดเจนโดยปราศจากอคติว่า มีการใช้แก๊สพิษซารินในการโจมตีด้วยจรวดในแถบชานกรุงดามัสกัสเมื่อ 21 ส.ค.จริง แม้ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด แต่นายบัน ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอาชญากรรมสงคราม
รายงานระบุว่า ตัวอย่างจากสภาพแวดล้อม สารเคมี และยา ที่เก็บรวบรวมได้ แสดงหลักฐานอย่างชัดเจน และเชื่อถือได้ว่า มีการใช้จรวดแบบพื้นสู่พื้น บรรจุก๊าซทำลายระบบประสาทซาริน และจากตัวอย่างเลือดของผู้เคราะห์ร้าย 85 เปอร์เซ็นต์ พบว่ามีก๊าซพิษซารินอยู่จริง
ทูตอังกฤษและสหรัฐ ต่างระบุว่า จากข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ รวมถึงรายละเอียดของชนิดอาวุธที่ใช้ในการโจมตี ทำให้พอสรุปได้ว่ารัฐบาลซีเรียรับผิดชอบการโจมตีครั้งนี้ นอกจากนี้ทูตสหรัฐ บอกว่า จรวดที่ใช้ยิงโจมตีเป็นแบบจรวด 122 มม.ซึ่งเป็นชนิดที่ใช้ในกองทัพซีเรีย และคุณภาพของก๊าซซารินที่ใช้ร้ายแรงกว่าที่อดีตผู้นำอิรัก ซัดดัม ฮุสเซน เคยใช้ นอกจากนี้รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส บอกว่า ด้วยคุณภาพของก๊าซพิษ ตลอดจนความยุ่งยากในการผลิต และวิถีการยิงของจรวด ทำให้เชื่อแน่ว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลซีเรียและรัสเซีย ที่เป็นพันธมิตรสำคัญ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของฝ่ายกบฏ
ขณะเดียวกันคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมี 14 ครั้งในซีเรีย ตั้งแต่เดือนก.ย. 2554 และระบุว่า ผู้มีส่วนรับผิดชอบจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนในซีเรีย
ขณะที่สถานการณ์ตามแนวพรมแดนของซีเรียตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อเครื่องบินรบของตุรกีได้ยิงสกัดเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพซีเรียตกเมื่อวาน หลังเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ-17 ล่วงล้ำน่านฟ้าเข้าไปในดินแดนของตุรกี 2 กม.และไม่สนใจคำเตือนที่ให้บินออกไปจากน่านฟ้า แต่ซากเครื่องบินได้ตกลงไปในพรมแดนซีเรีย
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



