ข่าว

'เฉลิม'เมิน'ปชป.'ยื่นศาลปมแก้ที่มาส.ว.

'เฉลิม'เมิน'ปชป.'ยื่นศาลปมแก้ที่มาส.ว.

16 ก.ย. 2556

'เฉลิม' เมิน 'ปชป.' ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยปมแก้ที่มาส.ว. ชี้ 'อภิสิทธิ์' หลุดคำแรงส่งผลให้เสียแต้ม แนะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค

 

                       16 ก.ย.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) กล่าวในการแถลงข่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว. ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลใช้เสียงข้างมากเสนอปิดอภิปราย ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องปกติ สมัยพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแก้ไขมาแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการตามรัฐสภาและมติเสียงส่วนใหญ่ แต่วันนี้พรรคปชป.กลับหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้บรรยากาศน่าเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันพรรคปชป.ยังรุกจัดกิจกรรมเปิดเวทีผ่าความจริงและพูดเหมือนกับบ้านเมืองจะถล่มทลายภายใน 3 วัน 7 วัน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ก็ถือเป็นสิทธิของพรรคปชป.ที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

                       “เมื่อพรรคปชป.ได้ยื่นศาลไปแล้วก็ไม่ควรออมาโวยวายฟาดงวงฟาดงา เพราะถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นที่ไม่มีแต้มทางการเมืองในกทม. เหมือนปชป. พรรคนั้นอาจจะถูกเผาพรรคไปแล้วก็ได้ การเมืองวันนี้มีความพยายามพาคนมาล้มรัฐบาล หากเป็นสมัยก่อนคงถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ทำ และจะอยู่ครบเทอม เว้นแต่จะมีเรื่องทุจริต ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้มีการทุจริตและนายกรัฐมนตรีได้รับความนิยมจากประชาชน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นห่วง คือ การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลรัฐธรรมนูญ ผมเคยมีประสบการณ์มาแล้ว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                       ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป.ปราศรัยบนเวทีผ่าความจริงที่โรงเรียนมัธยมวัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง โดยหลุดคำพูดถึงนายกรัฐมนตรีด้วยถ้อยคำซึ่งมองกันว่าไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงว่า ตนคงไปห้ามนายอภิสิทธิ์ไม่ให้พูดไม่ได้ แต่มองว่าเรื่องนี้ทำให้นายอภิสิทธิ์เสียคะแนนนิยม เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง ทั้งนี้ในอดีตคนมองนายอภิสิทธิ์เป็นอีกแบบหนึ่ง ประเภทคุณหนู เรียนโรงเรียนหรู เป็นตำนาน เป็นต้นแบบของคนเรียนเมืองนอก แต่เมื่อฟังการปราศรัยก็ต้องตกใจ ตนเองก็รู้สึกตกใจเช่นกัน แม้ตนจะเป็นคนมีลีลาปราศรัยที่เหี้ยมโหด แต่ตนก็ไม่เคยพูดจาหยาบคายแบบนี้ อาจมีบ้างที่พาดพิงคนอื่น

                       “ผมคิดว่าคำพูดของนายอภิสิทธิ์น่ากลัว เชื่อว่าจะไม่มีนักการเมืองคนไหนพูดถึงสุภาพสตรีในลักษณะแบบนี้ได้เลย ไม่ใช่แต่เพียงนายอภิสิทธิ์เท่านั้น นักการเมืองคนอื่นๆที่เป็นสุภาพบุรุษก็ไม่ควรพูดกับผู้หญิงแบบนี้ ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นสุภาพสตรี ยิ่งไม่ควรพูด ผมทราบว่ามีคนในพรรคประชาธิปัตย์ มีความคิดจะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เพราะถ้าขืนเอานายอภิสิทธิ์ไว้ธาราจะระทม ผมไม่ได้ยุนะ แต่ได้ข่าวมาแบบนี้จริงๆ“ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

 

'ก.แรงงาน' ดันจีแอลพีแก้ค้ามนุษย์ด้านประมง

 

                       วันเดียวกัน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานการขับเคลื่อนแนวปฎิบัติการใช้แรงงานที่ดี Good Labour Practices : GLP สำหรับอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเล โดย กสร. กรมประมงได้ลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปอาหารทะเล สถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นจำนวน 140 ราย รวมทั้ง องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) และสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยในการปฏิบัติการขับเคลื่อน GLP สำหรับอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเล โดยมีนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนาม

                       นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา มีการออกนโยบายระดับชาติ เพื่อแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสามหน่วยงานได้ร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะการกำหนดนโยบาย GLP ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฎิบัติตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ การร่วมทำ GLP ถือเป็นการแสดงเจตนาที่ดีของไทยในการแก้ปัญหาด้านแรงงาน หากผู้ประกอบการไม่สามารถปฎิบัติได้ก็สามารถขอคำแนะนำจาก 3 หน่วยงานในการดำเนินการ นอกจากนี้กรมประมงยังได้ดำเนินการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงทะเล เพื่อตรวจสอบปัญหาในเรือประมง และทราบพิกัดของเรือให้สามารถติดตาม และแก้ปัญหาต่างๆให้คลี่คลายโดยเร็ว

                       นางปราณิน มุตตาหารัช รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า นโยบายของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) มุ่งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานให้หมดไป โดย GLP ถือเป็นแนวทางที่ดีในการเสริมสร้างให้ผู้ประกอบการนำไปบริหารจัดการแรงงานที่ดี และ GLP เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะแก้ปัญหาการใช้แรงงานเด็กและการใช้แรงงานบังคับอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับ

                       นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกสร. กล่าวว่า กสร.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดทำ GLP ขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมกุ้งและอาหารทะเลและอุตสาหกรรมเรือประมงทะเลของไทยโดยจะมีการจัดทำ GLP รวม 4 ฉบับ ได้แก่ 1.สำหรับสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น 2.สำหรับโรงงานแปรรูปอาหารทะเล 3.สำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้ง และ4.สำหรับอุตสาหกรรมประมงและจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ GLP แก่ผู้ประกอบการด้วย ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำ GLP สำหรับสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นเสร็จแล้วโดยมีข้อกำหนดเช่น ไม่มีการใช้แรงงานเด็ก ไม่มีการใช้แรงงานบังคับ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการค้ามนุษย์ มีเสรีภาพในการสมาคมระหว่างแรงงาน เปิดโอกาสให้ลูกจ้างสามารถแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับนายจ้าง มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ได้มีการออกประกาศกระทรวงแรงงานไปแล้วโดยให้อุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเล นำไปปฏิบัติตามสมัครใจ ส่วน GLP ที่เหลืออีก 3 ฉบับจะเร่งจัดทำให้แล้วเสร็จและออกประกาศกระทรวงแรงงานต่อไป

                       นางสาวมิเรียม อวอร์ด รองที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยินดีที่เห็นหน่วยงานต่างๆในประเทศไทยร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคม เชื่อว่าภาคเอกชน อย่าง สหภาพการค้าไทย และภาคประชาสังคมล้วนมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหา และมีส่วนในการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์

                       นายมอริซิโอ บรูซซี ผอ.สำนักแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ประจำกลุ่มประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชา กล่าวว่า GLP ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในทิศทางที่ถูกต้อง จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันสนับสนุนการใช้และการนำ GLP นี้ไปปฏิบัติตาม เพื่อทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าประเทศไทยมีความพยายามในการจัดการเรื่องการแก้ปัญหาหารค้ามนุษย์ และถือได้ว่า GLP เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาโดยแรงงานมีส่วนร่วมมากขึ้นในการพัฒนากลไกในการแก้ปัญหา

                       ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ตนมีประสบการณ์แก้ปัญหาค้ามนุษย์ด้านประมงมากว่า 6 ปี จากที่ไทยถูกกล่าวหาว่ามีการค้ามนุษย์ ซึ่งการที่นำ GLP มาใช้ในการแก้ปัญหาถือเป็นการต่อยอดที่ดี ขณะนี้ดำเนินการแก้ปัญหาทำได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต โดยผู้ประกอบการประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระ ในการแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่