
'พงศ์เทพ'จ่อเชิญ'สภาปชช.'ร่วมเวทีปฏิรูปฯ
'พงศ์เทพ' ยินดีเชิญ 'สภาปชช.' ร่วมเวทีปฏิรูปฯ เผยเตรียมเปิดเวทีระดมความเห็นปชช.ทั่วประเทศ ยันไม่ซ้ำซ้อน 108 เวทีก่อนหน้านี้
16 ก.ย.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษในเวที "สันติประชาธิปไตยสู่ประโยชน์สุขส่วนรวม แนวทางการปฏิรูปการเมือง" ซึ่งจัดโดยนายโคทม อารียา อาจารย์ประจำสถาบันมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
โดยนายพงศ์เทพ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งในหัวข้อ "สถานการณ์ปฏิรูปการเมือง" ว่า ต้องยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ปี 2535 ที่เปลี่ยนหลายอย่าง และเคยมีการปฏิรูปประเทศไทยในปี 2539 ที่หลายคนไปร่วมเวทีโดยมีนายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นหัวแรงและออกแบบโครงสร้างต่างๆ จนเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าเราช่วยกันคิดอย่างดีที่สุดว่าจะทำให้คนไทย 60 ล้านคนจะอยู่กันอย่างไร จนได้รัฐธรรมนูญออกมาในที่สุด
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ที่คิดกันตอนนั้นมีการลองหลายเรื่อง เราเอาของที่ใช้ในต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทยและอะไรที่เป็นต่างประเทศแต่เรามี อาทิ องค์กรอิสระต่างๆ ที่หวังว่าจะมีคนที่มีทุกอย่างทั้งความ ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม มีความรู้ รอบคอบ หวังว่าจะมีคนแบบนี้เข้ามาทำงานในองค์กรอิสระ แต่ต้องเข้าใจว่าคนกว่า60ล้านคน หาคนอย่างนั้นยากจริงๆ
รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าคุณจะทำกฎหมายดีอย่างไร แต่ต้องถามว่าคนที่อยู่ในกระบวนการถูกบ่มเพาะให้มีจิตสำนึกมีประชาธิปไตยหรือไม่ บางประเทศอยู่อย่างหลวมๆกว่าเราแต่คนของเขาเข้าใจระบบ ซึ่งต่างจากคนไทย กติกาดีหรือไม่ดีแค่ไหน แต่ถ้าเราเข้าใจกฎหมายในอีกแนวก็จะเกิดปัญหา ดังนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เห็นว่าควจะเปิดเวทีที่ดึงทุกภาคส่วนของสังคมไทยมาร่วมกัน โดยขอให้มองอนาคตและมองอดีตค่อย ๆ มาช่วยกันคิดว่าอย่างไรที่เราจะอยู่กันได้ มีข้อสรุปร่วมกันที่พึงพอใจระดับหนึ่ง เราก็จะช่วยขับเคลื่อนอนาคตได้
"แต่ต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่าเมื่อมีการค้นหาความจริงเหตุการณ์จากคณะกรรมการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดมุมมองของคนกลุ่มหนึ่งได้ที่ยังคงมองเหมือนเดิม มองเหมือนที่เขาเคยมอง" นายพงศ์เทพ กล่าว
ดังนั้นการที่นายกฯเชิญบุคคลมาเปิดเวที และมีการเชิญทุกกลุ่มเข้ามาร่วมประมาณ 70-80 คน ซึ่งเชิญมากก็ไม่ได้ เชิญมาเป็นร้อยเป็นพันคงไม่ได้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมาพบกันทั้งคนที่เห็นต่างบางเรื่องและเห็นต่างทุกเรื่อง ทั้งนี้ในเวทีมีแบ่งเวทีออกมาสามส่วนคือ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และจะมีคณะกรรมการอีกชุดที่จะทำอีกเวทีขึ้นมาทั่วประเทศ ซึ่งคนก็จะบอกว่าจัดกันทำไมเยอะแยะ ซึ่งเวทีอื่นที่เคยทำเราอาจจะคิดได้ด้วย เสนอได้ด้วย แล้วถามว่าใครไปขับเคลื่อน แต่เวทีนี้นายกฯจัดให้ท่านคิด รัฐบาลไม่ได้วางกรอบออะไร แต่จะนำแนวความคิดที่ได้ไปขับเคลื่อน
จากนั้นนายพงศ์เทพ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการเตรียมเปิดเวทีทั่วประเทศว่า เวทีปฏิรูปนอกจากมีเวทีใหญ่ก็จะมีเวทีย่อยอีก 3 ส่วน คือการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และมีผู้เสนอตัวเข้ามาร่วมเวทีย่อยจำนวนหนึ่งแล้วและน่าจะประชุมภายในปลายเดือนกันยายนนี้หรือไม่ก็ต้นเดือนตุลาคม เพราะอยู่ในช่วงของการเกษียณอายุราชการ แต่เวลาทำงานจริงจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและมีความเห็นในเรื่องนี้จึงจะไม่มีแค่เวทีที่กล่าวมา
"ก็คงต้องไปเปิดเวทีตามภูมิภาคหรือว่าจะละเอียดกว่านั้นก็ตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของเวทีย่อย 3 ส่วนที่จะต้องไปช่วยกันคิดว่าจะทำเรื่องไหนบ้าง บางเรื่องเหมาะกับบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ไหนมีปัญหาเรื่องของป่าก็จะมีเวทีลักษณะนั้นเพื่อระดมความคิดเรื่องนั้นในพื้นที่ที่มีป่า" นายพงศ์เทพ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยขับเคลื่อน 108 เวที แต่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ยังคิดในกรอบกว้าง ๆ จึงต้องทำเพื่อให้ได้แนวคิดที่ชัดเจนเพื่อนำมาดำเนินการได้มากขึ้น เวทีย่อยในจังหวัดก็คงจะมีความจำเป็น
เมื่อถามว่าจะไม่ซ้ำซ้อนกันหรืออย่างไรเพราะนอกจาก 108 เวทีแล้วยังเคยมีเวทีแบบนี้ก่อนหน้านี้แต่ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าเวทีต่างๆที่เคยคิดกันมาเราพร้อมนำแนวคิดของท่านไปเสนอให้เวทีของรัฐบาลเพื่อจะได้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ฉะนั้นเวทีต่าง ๆ ที่มีอยู่ก็ไม่ได้มีความเสียหาย และไม่ถือว่าเป็นการซ้ำซ้อน เพราะเวทีบางเรื่องก็เน้นบางเรื่อง ไม่ได้เสียหายเพราะถ้าคนไทยมาช่วยกันคิดเป็นความหวังดีต่อประเทศดีทั้งสิ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปิดตัวกลุ่มสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรียนว่าการที่จัดเวทีขึ้นมาแล้วช่วยกันคิดยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลักเราคิดว่าดีทั้งสิ้น หากมีข้อเสนอดีๆ ให้ส่งเข้ามา
"แล้วจริงๆเราอยากจะเชิญด้วยซ้ำไป อยากจะเชิญตัวแทนของท่านมาร่วมในเวทีของเราด้วย เราอยากให้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน แต่คงจะเหนือวิสัยถ้าจะเชิญทุกท่านเข้ามา เพราะเวทีที่มีคนเป็นร้อยเป็นพันมันจะหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการเปิดเวทีแล้วช่วยกันคิดและส่งตัวแทนเข้าก็จะดีครับ" นายพงศ์เทพ กล่าว



