ข่าว

'ผบ.ทบ.'ยันโผทหารตัดสินใจเอง

'ผบ.ทบ.'ยันโผทหารตัดสินใจเอง

16 ก.ย. 2556

'ผบ.ทบ.' ยันโผทหารตัดสินใจเอง ย้ำไร้การเมืองบีบ ปัดตอบ 5 ข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น' ปมขัดรธน. แนะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพง

 

                         16 ก.ย.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 พลาดตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีการแต่งตั้งพล.ท.ธีรชัย นาควานิช รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า พล.ท.ธีรชัยเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 14 ส่วนพล.ท.วลิตนั้นเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 ทั้งหมดตนเป็นผู้ตัดสินใจ และถามว่าผิดตรงไหน โดยตนจะต้องพิจารณาคนทั้งกองทัพประมาณ 260,000 คน ไม่ได้ดูพล.ท.วลิต เพียงคนเดียว ทุกคนทำหน้าที่ในแต่ละหน้าที่มากบ้างน้อยบ้าง พล.ท.วลิตก็ทำหน้าที่ดีที่สุดในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วนคนอื่นก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายไปอีกงานหนึ่งดีที่สุดเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาก็ต้องอยู่ช่วงจังหวะต่างๆด้วย หากยังมีเตรียมทหารรุ่นที่ 14 อยู่ ก็ให้รุ่นที่ 14 ขึ้นก่อนได้หรือไม่ ส่วนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 ค่อยขึ้นทีหลัง ทุกอย่างหมุนเวียนกันอยู่แบบนี้

                         เมื่อถามว่าหมายความว่าโอกาสที่พล.ท.วลิต จะขึ้นตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 โดยที่ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาสกัด กั้นนั้นยังมีอยู่ใช่หรือไม่ เพราะพล.ท.วลิต เคยนำกำลังทหารเข้ากระชับพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัวเมื่อปี 2553 พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า" แล้วเสื้อแดงอยู่ในคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลหรือไม่ การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารต้องดูความอาวุโสเป็นหลัก ส่วนที่มีการมองว่ามีการเมืองนอกกองทัพมาเข้ามากดดันนั้นจะกดดันได้อย่างไร เพราะการกดดันคือการบังคับโดยไม่ยินยอม แต่ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯได้มีการหารือร่วมกัน ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยปรับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดได้ 259 คน ขอให้ไปถามคนที่มีความสุขที่ได้ขึ้นตำแหน่ง แต่ทุกคนในกองทัพจะมีความสุขทุกคนไม่ได้ และทุกคนจะได้ในสิ่งที่ตนเองพอใจทั้งหมดไม่ได้"

                         “ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่เคยคิดจะได้เป็นผบ.ทบ. และไม่เคยขอใครด้วย มันถึงได้เป็น ส่วนที่มองว่าจะมีความน้อยเนื้อต่ำใจจากแม่ทัพภาคอื่นหรือไม่ ที่ไม่ได้ขึ้นมาเป็น 5 เสือทบ.นั้น ผมถามว่ามันขึ้นได้ครั้งละกี่คน ตำแหน่งมี 5ตำแหน่ง สมมุติว่าง 2 ตำแหน่ง ถามว่าใครสมควรจะได้ขึ้น ทั้ง 4 กองทัพภาคจะได้ขึ้นหมดเลยหรือไม่ มันก็ไม่ได้ การจะปรับขึ้นไม่ใช่เรื่องอาวุโสอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่องความเหมาะสม และการหมุนเวียนในภาพใหญ่ ในแต่ละกองทัพผมมีสัดส่วนของผมว่ากองทัพนี้นายพลควรจะได้กี่คน รุ่นไหนควรจะได้เท่าไหร่ ผมก็นำตารางใหญ่ของผมมาดู ไม่ได้แค่นึกว่าจะเอาคนนี้หรือคนนั้นมาขึ้น เพราะคนนี้เป็นลูกน้อง คนนั้นอยู่กับผมมา ส่วนนั้นญาติหรือเหลน มันไม่ใช่ ถ้าตั้งแบบนั้นก็อย่ามาเป็นเลย บางคนในคำสั่งผมยังไม่รู้จัก เพราะทั้งหมดให้แม่ทัพภาคเสนอขึ้นมา ถ้าไม่ขัดข้อง ผมก็ให้ขึ้นตามที่เขาตั้ง แต่หากคนนี้อาวุโสกว่าคนนั้นก็สลับเพื่อความเหมาะสม ซึ่งเป็นสิทธิของผม” ผบ.ทบ. กล่าว

                         เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า จะมีอะไร เพราะเรียนจบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเหมือนกัน โดยพล.อ.นิพัทธ์เป็นรุ่นน้อง บ้านเคยอยู่ใกล้กัน พ่อแม่รู้จักกัน แต่วันนี้พล.อ.นิพัทธ์ได้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยอยู่ในหน่วยงานที่เหนือกว่าก็จบ เขาเคารพกันด้วยตำแหน่ง นอกนั้นก็เป็นเรื่องของความสามารถส่วนตัว มันรังเกียจกันได้ที่ไหน เพราะรังเกียจกันไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นพี่น้องกัน ส่วนใครจะขึ้นหรือลง มันก็ไม่ได้ต่างกันมากมาย เพราะรุ่นเตรียมทหารก็ใกล้ๆกัน

                         เมื่อถามว่าปีสุดท้ายของการเป็นผบ.ทบ. ตั้งใจจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตั้งใจมา 3 ปีแล้ว ไม่ได้ตั้งใจแค่ปีสุดท้าย ส่วนที่ตั้งใจแต่ยังไม่สำเร็จยังมีอีกหลายเรื่อง แต่สิ่งสำคัญคืออยากทำให้กำลังพลมีความสุขที่สุด

 

'ประยุทธ์' โยนกฤษฎีกาตีความ 5 ข้อบีอาร์เอ็น ขัดรธน.หรือไม่

 

                         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นส่งรายละเอียด5ข้อมาให้ไทยว่า ได้ศึกษาแล้ว ส่วนจะผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ต้องให้กฤษฎีกาหรือฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้ขาดว่าผิดหรือไม่ ตนพูดไม่ได้เพราะไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม ตนทำได้เพียงเสนอแนะข้อห่วงใย หากส่วนที่เกี่ยวข้อตรวจสอบแล้วว่าไม่ผิด ก็ไม่ผิด แต่ถ้าผิดรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้ ไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้น

                         ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขอยืนยันว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรายังใช้กำลังทุกส่วนในการจับกุม ดำเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนการพูดคุยก็ดำเนินการไป หากอยากได้ข้อมูลเราก็ส่งไปให้ ซึ่งเราไม่ได้หยุดทำงาน สิ่งที่ทำในวันนี้ยิ่งมีการพูดคุย เราก็ต้องยิ่งดำเนินการทางกฎหมายให้มากขึ้น

                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า "สำหรับการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น อย่าให้เขามายื่นข้อเสนอเพียงฝ่ายเดียว เราเป็นฝ่ายรัฐจะต้องเป็นผู้ควบคุมการพูดคุย ซึ่งวันนี้ก็เป็นอยู่แล้ว ไม่ได้ตามใจใคร ทั้งนี้เรามีการประชุมร่วมเพื่อให้ได้ข้อยุติถึงจะไปคุยกับบีอาร์เอ็น เพียงแต่สื่อมวลชนชอบนำเสนอในสิ่งที่กลุ่มบีอาร์เอ็นพูดผ่านเว็บไซต์มาถาม มาพูดต่อ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย"

                         “เรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะให้จบวันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่ได้ อย่าใจร้อน ลูกน้องของผมตาย ผมเจ็บปวด ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด มีชีวิตจิตใจ ต้องดูแลครอบครัวเขา สบายตรงไหน เพราะฉะนั้นอย่าพูดให้เกิดความเสียหาย เอางบประมาณไปใช้มากมาย ก็ต้องดูด้วยว่าเอาไปทำอะไร เบี้ยเลี้ยงกำลังพลทั้งนั้น อย่าพูดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย” ผบ.ทบ. กล่าว

 

'ผบ.ทบ.' แนะปชช.ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง แก้ปัญหาของแพง

 

                         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการเปิดอาคารตลาดสด ร้านสวัสดิการกลาง กองทัพบก (สามเสน) ว่า การทำตลาดไม่ได้มุ่งหวังกำไร แต่เพื่อให้มีที่ไว้กำลังพลมาจับจ่ายใช้สอย ตนจะสั่งให้จัดอาคารและสินค้าให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และเดือนหน้านี้จะเปิดตลาดขายของทุกสัปดาห์และจะขยายไปในค่ายทหารใหญ่ๆในกทม. ทุกพื้นที่ โดยจะให้กรมสวัสดิการไปเปิดท้ายขายของ ในราคาที่ถูกลง พร้อมทั้งให้ครอบครัวกำลังพลนำของมาขายด้วย

                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้นว่า ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ตน ถ้าผลิตเองก็จะขายถูก ทั้งนี้อยากให้ประชาชนยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งพระองค์ท่านไม่ได้สอนให้ยากจน แต่ให้ใช้เท่าที่จำเป็น บ้านใครมีที่ดินก็เลี้ยงสัตว์ ปลูกผักไว้กินเอง มีความพอประมาณ สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ใครทำแบบนี้ได้ไม่มีวันเดือดร้อน

 

ระบุวันครบรอบ 7 ปี วันรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ให้ถือเป็นบทเรียน

 

                         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงครบรอบ 7 ปี วันรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549ว่า ทุกอย่างมีเหตุมีผล สถานการณ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันทำคือ อะไรก็ตามที่คิดว่าดีก็คิดถึงและทำต่อให้ดีขึ้น อะไรที่ไม่ดีก็หยุดไว้ตรงนั้นแล้วอย่าทำอีก หรืออย่าทำให้สถานการณ์กลับไปสู่วันเก่าอีก สิ่งเหล่านั้นเรียกว่าบทเรียน และต้องนำบทเรียนเหล่านั้นมาดูเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก วันนี้ระวังก็แล้วกัน เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ทะเลาะกันไปมา สุดท้ายประชาชนก็เดือดร้อน ซึ่งตนได้ให้ทหารทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าไปวุ่นวายกับคนอื่นและคนอื่นก็อย่ามาวุ่นวายกับเรา ทหารทำหน้าที่ดูแลประชาชน ปกป้องชายแดน