ข่าว

 'อนุสรณ์'เย้ย'ม็อบยาง'รอบใหม่ก๊วนหน้าเดิม

'อนุสรณ์'เย้ย'ม็อบยาง'รอบใหม่ก๊วนหน้าเดิม

16 ก.ย. 2556

'อนุสรณ์'ชี้ม็อบยางรอบใหม่ ก๊วนหน้าเดิมแต่เพิ่มความรุนแรง จวก'ปชป.'อย่ามัวบิดเบือนว่า'รบ.'ไม่สนใจ อัดเลิกเป็นอันธพาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ

               16 ก.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ม็อบสวนยางเรียกร้องให้รัฐบาลแทรกแซงราคายางที่กิโลกรัมละ 100 บาทว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยางมาโดยตลอด แต่ก็อยากให้พี่น้องชาวสวนยางเข้าใจรัฐบาลบ้าง หากราคาที่ชาวสวนยางเรียกร้องนั้น  รัฐบาลให้ได้คงให้ไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยให้เกิดสถานการณ์ปิดถนน ปิดเส้นทางรถไฟ ซึ่งส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนด้วย

                นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมพี่น้องชาวสวนยางส่วนใหญ่ยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลตั้งแต่ที่ราคา 80 บาท โดยจะรอดูมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ 7 เดือน หลังจากนี้ว่า เป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่ และยอมรับค่าชดเชย 2,520 บาทตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ทำไมกลุ่มสวนยางที่เหลือส่วนน้อยนี้จึงไม่ตอบสนอง และยังยึดติดตัวบุคคล  กรณีที่ส่ง พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาลงนามแทนที่จะเป็น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตามที่เรียกร้อง นำรายละเอียดปลีกย่อยมาอยู่เหนือความจริงใจและสาระสำคัญของมาตรการการช่วยเหลือ หากไม่อยากให้สังคมมองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็ขอให้รับข้อเสนอของรัฐบาล

                "ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลไม่ควรบิดเบือนว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจ เพราะที่ผ่านมาถือว่าให้เกินกว่าความต้องการพื้นฐานมามากแล้ว ส่วนกลุ่มที่ปิดถนนและใช้ความรุนแรงรอบใหม่นั้นพบว่า ทั้งหน้าม็อบหลังม็อบคือ ก๊วนเดิมแต่เพิ่มความรุนแรงเข้าไป แกนนำหลายคนเป็นคนเดิมที่เคยถูกออกหมายจับไว้แล้วไม่สามารถควบคุมกันได้ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นนอกพื้นที่ ซึ่งมีการดื่มสุราหรือสารเสพติดบางประเภทระหว่างชุมนุม ทำให้เกิดความคึกคะนอง ขับขี่จักรยานยนต์วนเวียนไปมา มีการใช้อาวุธปืน แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าคนที่ทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ใครเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุจะร่วมหรือไม่ร่วมกันปิดถนนเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ ต้องรับผิดชอบในกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย" นายอนุสรณ์ กล่าว

               
 

 

จวก"ปชป."เลิกเป็นอันธพาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ

 

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลจะใช้เสียงข้างมากเสนอปิดอภิปรายเพื่อปิดปากฝ่ายค้านในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมวงเงิน 2 ล้านล้านบาทว่า ถือเป็นทางถนัดของพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามกล่าวหารัฐบาล ทั้งพวกมากลากไปหรือปิดปากฝ่ายค้าน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วพี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ที่เพิ่งผ่านวาระ 2 ไปนั้น จะเห็นพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์อย่างหมดเปลือกว่าใครกันแน่ที่ตีรวน พยายามป่วน ถ่วง ยื้อทุกรูปแบบ ประชาชนเพิ่งเคยเห็นการอภิปรายที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติทุกมาตรา พูดทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรจะพูด ภาพที่ทุกคนเห็นจึงเป็นการอภิปรายซ้ำไปซ้ำมา พายเรือในอ่าง

                "เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมการเมืองแบบนั้น จึงนำมาสู่การเสนอปิดอภิปราย ขอฝากว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท หากพรรคประชาธิปัตย์กลัวว่าจะไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบหรือใช้เสียงข้างมากปิดปากชิงปิดอภิปราย ก็อย่าใช้เสียงส่วนน้อยมาเป็นอันธพาลเสียงข้างน้อย เล่นเกมการเมือง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านอย่างแท้จริง และวาทกรรมปิดปากก็เลิกใช้ได้แล้ว เพราะหากทำเช่นนั้นจริง ทั้ง 13 มาตราคงไม่ใช้เวลาถึง 12 วัน" นายอนุสรณ์ กล่าว