ข่าว

45องค์กรเปิดตัว'สภาปชช.ปฏิรูปไทย'

45องค์กรเปิดตัว'สภาปชช.ปฏิรูปไทย'

15 ก.ย. 2556

45องค์กรเปิดตัว'สภาปชช.ปฏิรูปไทย' 14ต.ค.ประชุมสมัชชา77จว. เปิดชื่อ16กรรมการ-ที่ปรึกษา สภาองค์กรชุมชนร้องรัฐจริงใจปฏิรูปก้าวข้ามแบ่งขั้วการเมือง

              เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 ก.ย.องค์กรแนวร่วมประชาชนกว่า 45 องค์กรจากหลายสาขา อาทิ วิชาการ กฎหมาย กลุ่มวิชาชีพ นักธุรกิจและนักศึกษา ร่วมกันแถลงเปิดตัวสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556 (สปท.56) หรือ People Assembly Reform Thailand (PART) โดยมีโครงสร้างองค์กรประกอบด้วย คณะกรรมการมาดำเนินการโดยที่ไม่มีผู้นำแบ่งออกเป็นแต่ละฝ่ายมาทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างทางการเมือง และมุ่งขจัดนายทุนทางการเมืองแบบรวมศูนย์ผูกขาด กระจายอำนาจให้แก่ประชาชน ที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน คือ 1.ปฏิรูปการเมืองเเละอำนาจรัฐธรรมนูญ 2.ปฏิรูปการบริหารประเทศ 3.ปฏิรูปคุณธรรมจริยธรรมเเละยุติธรรม 4.ปฏิรูปการศึกษา 5.ปฏิรูปเศรษฐกิจที่นำไปสู่คุณภาพชีวิตของประชาชน

              นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรรมการ สปท. เป็นตัวแทนอ่านคำประกาศของ สปท. มีใจความตอนหนึ่งว่า 80 ปีประชาธิปไตยไทย ยังมีการผูกขาดอำนาจของชนชั้นนำ ทำให้เกิดวิกฤติ และความแตกแยกในสังคม รวมถึงเกิดการแย่งชิงอำนาจไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยต้นเหตุของวิกฤติคือ ระบบการเมืองถูกครอบงำ กลายเป็นพรรคการเมืองระบบทุนนิยมที่เป็นกลไกสำคัญในกระบวนการเลือกตั้งเพื่อยึดอำนาจรัฐ เป็นช่องทางให้อำนาจทุนใช้เงินในการซื้อเสียงเลือกตั้ง จนนำไปสู่เผด็จการรัฐสภา ดังนั้นภาคประชาชนจะต้องรวมพลังผลักดันการปรับโครงสร้างใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอทั้งระบบในรูปแบบการปฏิรูปประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม และคืนอำนาจให้แก่ประชาชน

14 ต.ค.ประชุมสมัชชา77จว.

              นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นเพราะนักการเมืองไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง รวมถึงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ถูกแทรกแซงเพื่อมาทำงานให้ฝ่ายการเมือง ดังนั้นเห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายทุกหน่วยงานควรมีลักษณะเดียวกับสภากลาโหมที่มีการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายการเมือง และข้าราชการ และยังป้องกันตำแหน่งต่างตอบแทน ส่วนระบบการเลือกตั้งควรมีกระบวนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่ามีการเสียภาษีหรือไม่

              นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการ สปท.กล่าวว่า กลุ่มสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยเตรียมจัดประชุมใหญ่สมัชชากับเครือข่าย 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ โดยจะรอดูความเหมาะสมเรื่องสถานที่อีกครั้ง

              นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และกรรมการ สปท. เผยว่า วันที่ 22 กันยายน จะจัดคณะทำงานประชุมสปท.จาก 45 องค์กร ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อกำหนดกรอบการทำงาน เพราะปีนี้ครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม และขยายแนวร่วมระดับจังหวัดสู่การสร้างเครือข่ายต่างๆ จากนั้นจะนัดพบปะนักวิชาการ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และเดินสายลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน

เปิดชื่อ16กรรมการ-ที่ปรึกษา

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการสปท.ชั่วคราวมีจำนวนทั้งสิ้น 16 คน ได้แก่ 1.นายบรรเจิด สิงคะเนติ 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว 4.นายคมสัน โพธิ์คง 5.นายสุริยะใส กตะศิลา 6.นายยรรยง เสรีรัตน์ 7.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 8.นายชัยพันธ์ ประภาสวัสดิ์ 9.นางอําภา สันติเมทนีดล 10.นายระวี มาศฉมาดล 11.นายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์ 12.นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต 13.นายอัษฎายุทธ คุณวิเศษพงษ์ 14.นายอุทัย ยอดมณี 15.นายสมเกียรติ หอมละออ 16.นายสุพา ค้าสุจริต นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษากลุ่ม เช่น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายพิภพ ธงไชย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นพ.วิชัย โชควิวัฒน นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ

              ส่วนรายชื่อองค์กรที่เข้าร่วมทั้ง 45 องค์กร อาทิ กลุ่มกรีน กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กลุ่มสยามสามัคคี กลุ่มกองทัพธรรม กลุ่มกองทัพประชาชาโค่นระบอบทักษิณ กลุ่มเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน กลุ่มไทยสปริง กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (เสื้อหลากสี) กลุ่มชมรมส.ส.ร.50 กลุ่มมุสลิมรักชาติ กลุ่มลูกจีนรักชาติ กลุ่มคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น

ปชป.ขู่สถานการณ์ไม่ดีปลุกม็อบทันที

              เวลา 18.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงเรียนวัดเวฬุวนารามมัธยม (โรงเรียนวัดไผ่เขียว) เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีผ่าความจริง หยุดกฎหมายล้างผิด โดยมีแกนนำและส.ส.ของพรรคเข้าร่วมปราศรัยบนเวที อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส. เป็นต้น

              นายนิพิฏฐ์ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ความวุ่นวายในรัฐสภาไทยวันนี้ที่ทุกคนได้เห็นแล้วว่าประเทศไทยนั้นไปต่อไม่ได้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปพบบุคคลหลายคนที่คิดว่าจะนำประสบการณ์มาปฏิรูปประเทศได้ อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และวันที่ 17 กันยายน จะไปพบ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เพราะไม่เชื่อว่าคนอย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช. จะสามารถปฏิรูปประเทศได้ นอกจากนี้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้ประกาศเป็นกบฏกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันที่ประกาศปลดปล่อยเป็นเสรีไทยมีสมาชิกแค่ 50 คน ในที่สุด ม.ร.ว.เสนีย์ขอให้ทุกคนปลดปล่อยตัวเองเป็นเสรีไทย

              "ตรงนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทุกคนปลดปล่อยตัวเองจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเป็นเสรีชนอย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ต่อสู้กับรัฐบาล ขอเรียกร้องประชาชนทั้ง 76 จังหวัดให้ไปรวมตัวประกาศตัวเป็นเสรีชน ผมจะเดินทางไปพบพี่น้องทุกจังหวัด เพราะวันนี้เราไม่สามารถชนะรัฐบาลได้ โดยเฉพาะเสียงในสภาที่มีจำนวนน้อยกว่า" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

              นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 21 กันยายน พรรคจะไปจัดเวทีผ่าความจริง ที่เขตทุ่งครุ วันที่ 28 กันยายน จัดที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เขตหลักสี่ โดยช่วงนี้จะจัดเวทีในกรุงเทพฯ อย่างเดียว เพราะหากเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ดี จะได้ยกระดับการชุมนุม


สภาองค์กรชุมชนร้องรัฐจริงใจปฏิรูปก้าวข้ามแบ่งขั้วการเมือง

              นายจินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล เปิดเผยว่า มติที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ 1/2556 เห็นชอบแถลงการณ์ เครือข่ายประชาชนและสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ที่ประกาศขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยโดยใช้ “พื้นที่เป็นตัวตั้ง” ยกระดับ “การจัดการตนเอง” เข้มข้นทุกพื้นที่ โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลเห็นว่า ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้วังวนแห่งความขัดแย้ง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดการปะทะกันด้วยกำลังและอาวุธ อันนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของพรรคการเมืองใดขึ้นมาบริหารประเทศ ฝ่ายอันเป็นปฏิปักษ์จะก่อการเพื่อโค่นล้มขับไล่รัฐบาลนั้นๆ มาโดยตลอดตกอยู่ภายใต้วังวนไม่จบสิ้น จนบางครั้งก็นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารอันไม่พึงประสงค์ ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่น ก็ไม่ได้รับการแก้ไข หรือการแก้ไขก็ไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่-ท้องถิ่น

              เพราะรัฐบาลขาดความรอบรู้และละเลยในความเป็นอัตลักษณ์อันแตกต่างกันของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นหัวใจของความเป็นชุมชน ดังนั้นรัฐบาลยิ่งแก้ปัญหายิ่งกลับทำให้เกิดปัญหา เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นต่อเนื่องยาวนานสะสมมาเป็นลำดับ ส่งผลให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกในอนาคต ซึ่งปัญหาดังกล่าว หากวิเคราะห์ให้ถึงที่สุดแล้ว ก็จะพบว่าในอดีตประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองในแต่ละพื้นที่ท้องถิ่นได้ดีมาโดยตลอดด้วยความร่วมมือร่วมใจกัน

              ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเสมือนหลุมดำที่เพิ่มขนาดจนมหึมา สุดท้ายก็ก่อวิกฤตทุกเรื่องราวและได้กลายเป็น “รัฐรวมศูนย์ที่ไร้ประสิทธิภาพ” ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ที่สุดทำให้อำนาจรัฐใหญ่ขึ้น แต่สังคมชุมชนท้องถิ่นกลับเล็กลง จึงเป็นโครสร้างอำนาจที่ผิดทิศทาง ขาดความสมดุลเป็นอย่างยิ่ง เครือข่ายภาคประชาชน และสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ จึงเห็นพ้องร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริงเสียที โดย ขอให้พี่น้องประชาชน เครือข่ายองค์กรประชาชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ประกาศความเป็นเจ้าของทุกพื้นที่ สร้างอัตลักษณ์ประกาศตัวตนบนความแตกต่างของทุกพื้นที่ภายใต้การจัดการตนเองทุกระดับ ทั้งระดับชุมชน ตำบล ลุ่มน้ำและจังหวัด  2.ขอให้ประชาชน เครือข่ายองค์กรประชาชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ผนึกกำลังขับเคลื่อน การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ จัดความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาจใหม่ โดยการคืนอำนาจให้กับชุมชนท้องถิ่น จัดการตนเองอย่างแท้จริง และขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจัง ด้วยความจริงใจโดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและก้าวข้ามการนำประเด็นนี้ไปเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อตนเองและพวกพ้อง

              “นับแต่นี้ไปพวกเราเครือข่ายประชาชนและสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติขอประกาศว่า เราจะขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยโดยใช้ “พื้นที่เป็นตัวตั้ง” ยกระดับ “การจัดการตนเอง” เข้มข้นทุกพื้นที่ อันถือเป็นวาระสำคัญของเครือข่ายประชาชนและสภาองค์กรชุมชนระดับชาติสืบเนื่องต่อไป”ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าว