ข่าว

กลุ่มสิทธิสตรีVSกลุ่มสิทธิมนุษยชน(1)

กลุ่มสิทธิสตรีVSกลุ่มสิทธิมนุษยชน(1)

17 ก.ย. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : กลุ่มสิทธิสตรี VS กลุ่มสิทธิมนุษยชน (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          "ศึกครั้งนี้คงใหญ่หลวงและยืดเยื้อเป็นแน่" ศึกที่ดิฉันพูดถึงนี้ไม่ใช่สงครามที่อาจอุบัติขึ้นในซีเรียหลังจากประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งแดนดินถิ่นอินทรีผยองทำท่ากระเหี้ยนกระหือรืออยากจะใช้กำลังสั่งสอนประธานาธิบดีบาชาร์ ฮาเฟซ อัล อัสซัดแห่งซีเรียให้ได้ จนดิฉันต้องหยิบภาพยนตร์เรื่อง "Wag the Dog" ขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อทบทวนความจำว่าทำเนียบขาวนั้นถนัดนักในกระบวนการสร้างข่าวโดยเฉพาะการ "กุข่าว" ใส่ร้ายป้ายสีประเทศศัตรู จนนำไปสู่การทำสงครามเกินขอบเขต แบบเดียวกับที่ทำกับอัฟกานิสถาน อิรักและลิเบีย และขณะนี้ยังเหลืออีก 3 ประเทศที่อยู่ในบัญชีดำจะต้องถูกกวาดล้างให้ได้ตามแผนจัดระเบียบโลกใหม่ในทวีปผิวเหลืองเอเชีย ประกอบด้วยซีเรียในฐานะปราการด่านหน้าหากคิดจะถล่มอิหร่าน อีกประเทศหนึ่งก็คือเกาหลีเหนือ ซึ่งเปรียบเสมือนคอหอยที่จะจ่อกระเดือกแดนมังกรจีน

                          แต่ "ศึกใหญ่หลวง" ที่ดิฉันพูดถึงเป็นสงครามทางความคิดและจุดยืนระหว่างกลุ่มสิทธิสตรีและกลุ่มสิทธิมนุษยชนในแดนภารตอินเดียเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลที่ให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอทุรชนคนโฉดชั่ว 4 คนที่ร่วมกันก่อคดีสุดโหดเหี้ยมรุมโทรมนักศึกษาแพทย์หญิงวัย 23 ปีบนรถเมล์ที่แล่นไปรอบๆ เมืองหลวงเมื่อปลายปีที่แล้ว ก่อนจะโยนร่างเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยเลือดจากการถูกทารุณกรรมและทุบตีอย่างทารุณลงมาจากรถ ปล่อยให้นอนแน่นิ่งอยู่ข้างทางนานร่วมชั่วโมงกว่าตำรวจจะไปช่วยเหลือ แต่เธอเสียชีวิตหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ 

                          พ่อแม่ของนักศึกษาแพทย์หญิงผู้นี้ได้แสดงความพอใจกับคำตัดสินนี้ โดยคิดแค่เพียงว่าลูกสาวได้รับความยุติธรรมกลับคืนมาแล้ว พร้อมกับแสดงความหวังว่าคำตัดสินของศาลครั้งนี้อาจจะช่วยผู้หญิงคนอื่นๆ ให้ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากอาชญากรคนอื่นๆ อาจเข็ดขยาดกับโทษหนักนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้หญิงและกลุ่มสิทธิสตรีในแดนภารตต่างแสดงความพอใจในคำตัดสินนี้ หลังจากเคยเป็นแกนนำนำกลุ่มผู้หญิงนับหมื่นๆ คนประท้วงทั่วประเทศนานติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์เพื่อกดดันตำรวจให้เร่งดำเนินคดีสะเทือนขวัญทั่วทุกมุมเมืองนี้ หลังจากเห็นชัดว่าตำรวจพยายามเตะถ่วงคดีนี้ รวมทั้งทำสำนวนที่เข้าข้างทุรชนโฉด 5 คนที่ก่อคดีโหดเหี้ยมนี้

                          กระทั่งท้ายสุดรัฐสภาต้องผ่านกฎหมายฉบับใหม่เพิ่มบทลงโทษคดีข่มขืนให้รุนแรงขึ้น แต่ไม่มีผลครอบคลุมไปถึงจำเลย 1 ใน 6 คนซึ่งขณะก่อคดีมีอายุแค่ 16 ปี ถือเป็นผู้เยาว์จึงต้องนำตัวขึ้นศาลเยาวชนและถูกลงโทษสูงสุดแค่จำคุก 3 ปีเท่านั้น

 

 

----------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : กลุ่มสิทธิสตรี VS กลุ่มสิทธิมนุษยชน (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)