ข่าว

มหันตภัยจากข่าวสารในโลกออนไลน์

มหันตภัยจากข่าวสารในโลกออนไลน์

18 ก.ย. 2556

เล่าสู่กันฟัง : มหันตภัยจากข่าวสารในโลกออนไลน์ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 

                          ท่านผู้อ่านเคยรีบเร่งเดินขึ้นบันไดเร็วๆ กันบ้างไหมครับ หรือบางครั้งบางคราก้าวยาวๆ เดินข้ามบันไดบางขั้นไป การกระทำอย่างนี้อาจทำให้เราเสียสมดุล สูญเสียการทรงตัว และอาจพลาดพลั้งทำให้เราตกบันไดได้

                          บันไดที่ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้เปรียบเหมือน “บันไดกระบวนความคิด” ซึ่งโดยปกติเวลาคนเราเมื่อได้ข่าวสารมานั้น สมองจะมีการรับรู้ประมวลข้อมูลที่เห็น ที่ได้ยิน ได้ฟัง จากความรู้และประสบการณ์ที่เราสะสมไว้ในอดีต ออกมาเป็นสมมุติฐานและกลายเป็นความเชื่อของเราอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์ ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท เพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสาร แชร์ประสบการณ์ สะท้อนความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลทั้งในแง่ที่ดี และเพื่อโจมตีใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความเสียหาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่อยากให้ใช้บันไดกระบวนการคิดก่อนเชื่ออะไรบางอย่างง่ายๆ

                          เห็นได้ชัดเจนจากช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นเพื่อนรู้จักกันมานานนมหรือไม่เคยรู้จักกันเลย ก็อาจเป็นคนหนึ่งที่ได้รับข้อมูลจากการส่งต่อๆ กันมา ทั้งที่เป็นเรื่องจริงบ้าง แต่งขึ้นมาเองสนุกๆ บ้าง หรือจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาทำลายล้างผู้อื่นบ้าง ซึ่งประเด็นหลังนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอย่างน่าเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งคนที่ไม่ถูกกัน ทำลายคู่แข่งขันทางธุรกิจ โจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศคู่อริ ฯลฯ เพราะการทำลายชื่อเสียงของใครสักคนทำได้ง่ายเพียงกดแป้นพิมพ์ แล้วคลิกส่งต่อ

                          ด้วยเหตุที่ข้อมูล ข้อความ หรือข้อคิดเห็นที่ถูกส่งต่อมานั้น เราไม่มีทางคาดเดาได้ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานเจตนาอะไร มีอคติหรือไม่ และส่วนใหญ่ยากต่อการสืบค้นว่าต้นตอแท้จริงมาจากที่ไหนของมุมโลกใบนี้ หรือกว่าจะตรวจสอบได้ก็สายเสียแล้ว อาจทำให้ตัวบุคคล หน่วยงาน องค์กร ตลอดจนประเทศชาติถูกลดความน่าเชื่อถือต่อสายตาประชาคมโลกไปแล้วก็เป็นได้ ดังนั้นจึงอยากเสนอแนวคิดต่อท่านที่สวมบทบาทเป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารในคนคนเดียวกัน ได้ลองนำบันไดกระบวนการคิดไปค่อยๆ ปรับใช้ คิดก่อนเชื่อและอย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป เหมือนการก้าวขึ้นบันได 5 ขั้น ตั้งแต่ขั้นที่ 1 เริ่มจากเราได้ข้อมูลมา ก้าวไปบันไดขั้นที่ 2 ค่อยบวกความคิดส่วนตัว แต่อย่าเพิ่งเชื่อลองหาข้อมูลอย่างมีเหตุ มีผล มีที่มา ที่ไป จากนั้นเริ่มก้าวขาไปสู่บันไดที่ 3 ใช้กระบวนความคิด ของเรานำสู่ข้อสรุปตามข้อมูลหรือสิ่งที่เห็นมา บันไดขั้นที่ 4 ปรับข้อมูลที่ได้มาไปสู่ความเห็นของตัวเรา บันไดขั้นที่ 5 ค่อยๆ ปรับความเห็นไปสู่ความเชื่อ

                          การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์เป็นอะไรที่มาเร็ว มาแรง และทำท่าว่าจะไม่จากไปเร็ว แถมยังดูว่ากระแสจะแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกฎหมายและกฎสังคมจะตามไม่ค่อยทัน ทำให้ผู้ที่มองเห็นช่องว่างตรงนี้นำมาใช้ประโยชน์  ในขณะที่ผู้ที่ตามไม่ทันก็เป็นฝ่ายถูกรังแกไปฟรีๆ แม้ขณะนี้จะมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ออกมาแล้วตั้งแต่ปี 2550 และโทษทัณฑ์ก็ถึงขั้นติดคุกติดตะรางหลายปี แต่ก็ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้กัน ก็เลยยังมีการให้ร้ายป้ายสีโจมตีกันทางสื่อออนไลน์ไม่หยุดไม่หย่อนในแต่ละวัน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก และไลน์ อย่างกว้างขวาง เหมือนแชร์ลูกโซ่ และด้วยความสนุกสนาน บนความเสียหายเดือดร้อนของผู้อื่น

                          ถึงเวลาที่หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบในเรื่องนี้จะต้องตื่นขึ้นมาเผยแพร่ให้คนได้รับรู้กันมากขึ้น จะได้ไม่มาอ้างทีหลังว่าทำไปโดยไม่เจตนา และบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังเด็ดขาดเพราะถือเป็นมหันตภัยต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้คนไม่ดีลอยนวลครับ

 

 

----------------------

(เล่าสู่กันฟัง : มหันตภัยจากข่าวสารในโลกออนไลน์ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)