ข่าว

ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(2)

ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(2)

15 ก.ย. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี...แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ล้วงข้อมูลแบงก์จากสลิปเอทีเอ็ม (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                          หลายปีที่ผ่านมามีลูกค้าธนาคารจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ที่อาศัยช่องโหว่ในการทำธุรกรรมทางการเงิน โจรกรรมเงินฝากจากบัญชีธนาคาร โดยแก๊งมิจฉาชีพที่ว่า มีกลวิธีในการขโมยเงินที่ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่เลือกใช้วิธีฉ้อฉลที่เหมาะสมกับสถานการณ์

                          กรณี นายธนดล ขจรศักดิ์ หรือตี๋ หนุ่มใหญ่วัย 41 ปี ซึ่งร่วมกับ นายนที ศิระวรวิทย์ อายุ 32 ปี รวมถึง นายฉัตรชัย สมบูรณ์บัตร หรือปอนด์ อายุ 32 ปี ที่ร่วมกับ นายสุดเขต ศรีรังสี อายุ 40 ปี สองก๊วนคนร้ายรายล่าสุดที่ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จับได้ ที่ จ.นครปฐม หลังจากมีพฤติการณ์ใช้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าธนาคาร ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า ระบบ "อีแบงกิ้ง" เมื่อเร็วๆ นี้

                          คนร้ายทั้งสองกลุ่มมีพฤติการณ์ก่อเหตุใกล้เคียงกัน คือ จะตระเวนไปตามที่ตั้งของตู้เอทีเอ็มต่างๆ เพื่อหาสลิปเอทีเอ็มของลูกค้าธนาคาร ที่มีเงินติดบัญชีอยู่จำนวนมาก หลังจากนั้นจะนำข้อมูลจากสลิปเอทีเอ็มดังกล่าว ไปตรวจสอบหาชื่อเจ้าของบัญชีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือนำเลขบัญชีที่ได้ไปทดลองโอนเงินผ่านตู้ฝากเงินอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ทราบชื่อเจ้าของบัญชี หลังจากนั้นจะแอบอ้างเป็นข้าราชการ โดยเฉพาะตำรวจ ไปขอคัดข้อมูลทะเบียนราษฎรจากเจ้าหน้าที่ปกครอง

                          "เมื่อได้สลิปมาแล้วคนร้ายจะค้นหาเลขบัญชีให้ครบ 10 หลัก แล้วทดลองโอนเงินผ่านอีแบงกิ้งเข้าบัญชีตามหมายเลขบัญชีที่ได้มา วิธีนี้จะทำให้ทราบชื่อเจ้าของบัญชี เนื่องจากระบบจะโชว์ข้อมูลขึ้นมา เมื่อรู้ชื่อนามสกุลแล้วคนร้ายจะไปคัดทะเบียนราษฎร เพื่อเอาข้อมูลส่วนบุคคล เช่นวันเดือนปีเกิด เพื่อบอกกับพนักงานธนาคารที่จะสอบถาม โดยคนร้ายยังปลอมบัตรข้าราชการ โดยเฉพาะตำรวจ และอ้างว่าเจ้าของบัญชีทำผิดกฎหมาย ต้องการข้อมูลไปติดตามหาตัว เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ มาก" พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ข้อมูล ภายหลังได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้ร่วมกับ พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ประสานความร่วมมือกับธนาคารต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

                          พล.ต.ท.จรัมพร บอกด้วยว่า หลังจากได้ข้อมูลเจ้าของบัญชี โดยเฉพาะวัน เดือน ปี เกิด มาแล้ว คนร้ายจะปลอมบัตรข้าราชการ ระบุชื่อเจ้าของบัญชี แต่ใช้ภาพถ่ายของตัวเอง ไปติดต่อขอเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารเดียวกันกับบัญชีของเหยื่อแต่ต่างสาขา หลังจากนั้นจะสมัครใช้บริการโอนเงินออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต หรือ "อีแบงกิ้ง" แจ้งความประสงค์ขอรวมบัญชี เพื่อโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของเจ้าของบัญชีเดิม เข้ามายังบัญชีเงินฝากที่คนร้ายเปิดขึ้นใหม่ ก่อนจะใช้บัตรเอทีเอ็มไปกดเงินออกจากบัญชีทันที

                          การกระทำของคนร้ายกลุ่มนี้ สร้างความเสียหายให้แก่ผู้ใช้บริการทางการเงินกับธนาคารหลายแห่งใน จ.นครปฐม ซึ่งกว่าตำรวจจะจับกุมได้ ก็มีลูกค้าธนาคารตกเป็นเหยื่อหลายราย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจธนาคารเป็นอย่างยิ่ง

                          "ผู้ที่เข้าไปทำธุรกรรมการเงินโดยใช้บัตรเอทีเอ็ม จะต้องไม่ทิ้งสลิปไว้ใกล้ตู้เอทีเอ็ม และได้ขอความร่วมมือทางธนาคารให้นำถังขยะแบบวันเวย์มาวางไว้ใกล้ตู้เอทีเอ็มแทนถังขยะแบบเก่า เพื่อป้องกันไม่ให้สลิปเล็ดลอดไปถึงมือคนร้าย เชื่อว่าน่าจะป้องกันได้ในระดับหนึ่ง" พล.ต.ท.จรัมพร บอก

                          คนร้ายจะไม่สามารถก่อเหตุได้ หากพนักงานธนาคารเอาใจใส่ในการให้บริการลูกค้าธนาคาร โดยเพียงใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้น ตรวจสอบเอกสารการขอเปิดบัญชีเงินฝากใหม่อย่างละเอียด

                          พล.ต.ท.จรัมพร ยกกรณีนายนที หนึ่งในคนร้ายที่ปลอมบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ ระบุชื่อ ด.ต.รังสรรค์ จันทร์รังสี ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.นครราชสีมา เข้าไปขอเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เพื่อโยกย้ายเงินฝากออกจากบัญชีของ นายรังสรรค์ จันทร์รังสี อายุ 43 ปี ผู้เสียหายชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งตกเป็นเหยื่อสูญเงินไป 4 แสนบาท

                          นายนที ใช้เพียงแผ่นถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจซึ่งปลอมแปลงขึ้น หากตรวจสอบอย่างละเอียดจะพบว่าข้อมูลในแผ่นถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจแผ่นนั้น ระบุข้อมูลไม่ถูกต้องหลายจุด เช่น สังกัด สภ.นครราชสีมา ที่ถูกคือ สภ.เมืองนครราชสีมา สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แต่ในแผ่นถ่ายเอกสารที่คนร้ายนำไปใช้ กลับระบุผู้อนุมัติการครอบครองบัตรคือ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ที่สำคัญลายเซ็นกลับเป็นของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

                          เช่นเดียวกับนายฉัตรชัย ซึ่งใช้เอกสารปลอมระบุเป็นข้าราชการกระทรวงคมนาคม ระดับซี 6 ซึ่งข้าราชการระดับสูงเช่นนี้ ปกติแล้วต้องเป็นบุคคลค่อนข้างมีอายุ ขณะที่คนร้ายนำภาพถ่ายตัวเอง ซึ่งยังอายุน้อย ไปแปะไว้ในบัตรนั้น หากพนักงานธนาคารมีความพยายามในการตรวจสอบ หรือใช้ความช่างสังเกต ก็จะพบความผิดปกติ

                          "ขอความร่วมมือกับทางธนาคารไปแล้วให้เข้มงวดในการใช้บัตรประจำตัวจริงแทนใบถ่ายเอกสาร พร้อมทั้งเสนอให้นำวิธีการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ที่ตำรวจใช้ในงานพิสูจน์หลักฐาน คือการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือมาใช้ โดยธนาคารควรจะสแกนลายนิ้วมือลูกค้าจัดทำเป็นฐานข้อมูลไว้ เมื่อลูกค้ามาติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินในครั้งต่อไปก็ให้สแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวบุคคลก่อน ซึ่งวิธีการเช่นนี้สามารถปิดโอกาสไม่ให้คนร้ายก่อเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ" พล.ต.ท.จรัมพร บอก

                          นอกจากการโจรกรรมเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบ "อีแบงกิ้ง" แล้ว กลุ่มมิจฉาชีพยังมีหลากหลายวิธีในการขโมยเงินจากบัญชีธนาคาร ที่นิยมทำกันมากสุด คือ การสุ่มโทรศัพท์หลอกล้อให้บุคคลที่ตกเป็นเหยื่อ โอนเงินผ่านระบบธนาคารให้ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 

                          แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีทั้งกลุ่มที่ตั้งฐานหลอกลวงอยู่ในประเทศไทย และตั้งฐานอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และ มาเลเซีย ใช้วิธีการโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ ระบบ VOIP (Voice Over Internet Protocol) สุ่มหมายเลขโทรศัพท์มาหาเหยื่อ โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกล่อให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ

                          กลเม็ดในการหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้จะหมุนเวียนไปตามสถานการณ์ ที่นิยมใช้มากสุดคือ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆ โทรศัพท์เข้ามาแจ้งกับเหยื่อว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต พร้อมเสนอตัวให้ความช่วยเหลือโดยขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการเงิน และหลอกให้ทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็ม โดยให้กดใช้บริการเป็นภาษาอังกฤษและให้กดตามที่บอก

                          ต่อมาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ปปง. ป.ป.ส. กล่าวหาเหยื่อว่ามีชื่อในบัญชีเครือข่ายฟอกเงินของแก๊งยาเสพติด ข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินไปตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

                          หรือไม่ก็อ้างว่าโทรจากศูนย์กลางอายัดบัตร หรือฝ่ายตรวจสอบจากแบงก์ชาติ แจ้งบัตรเครดิต หรือบัญชีถูกอายัด ขอให้เหยื่อยืนยันเลขที่บัญชี เลขที่บัตรเครดิตและรหัสเพื่อปลดอายัด และข้อมูลส่วนตัวใหม่ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้เบิกถอนเงินออกไปจากบัญชี

                          หลายรายโดนหลอกว่า จับลูกหลานไปเรียกค่าไถ่และสั่งให้โอนเงินให้ สำหรับวิธีนี้ มิจฉาชีพจะโทรศัพท์มาบอกว่าจับลูกหลานของเราไว้เป็นตัวประกัน หากไม่ทำตามจะตัดแขนตัดขาส่งกลับมา ขู่ให้โอนเงินให้

                          บางรายแอบอ้างชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้ทั้งโทรศัพท์และอีเมลลวงให้เหยื่อทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เช่น ลวงว่ามีเงินโอนจากต่างประเทศ เข้ามาอยู่ที่บัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย หากผู้รับต้องการเงินดังกล่าว ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แล้วหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้

                          ที่นิยมต่อมาคือการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โทรศัพท์หลอกเหยื่อว่า มีเงินภาษีคืน ให้เหยื่อไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยคนร้ายบอกให้เหยื่อทำตามคำสั่ง ซึ่งคำสั่งดังกล่าวนั้นเป็นการล่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพ

                          ล่าสุด แก๊งมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีใหม่ชื่อ "โปรแกรมสแกรมเมล" โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อ เบอร์โทรศัพท์ที่แสดงจะขึ้นด้วยเลข +331 และ +337 นำหน้า โดยโทรแบบมิสคอลแล้ววางสาย เมื่อเหยื่อโทรศัทพ์กลับไป โปรแกรมนี้จะดึงข้อมูลทางการเงินจากโทรศัพท์ของเหยื่อได้ภายใน 3 วินาที

                          ผู้ที่ใช้บริการทางการเงินกับธนาคารต้องระมัดระวัง หากไม่ต้องการให้เงินในบัญชีเกิดสูญหาย มีหลักในการป้องกันง่าย ๆ คือ ไม่ทิ้งสลิปไว้ใกล้ตู้เอทีเอ็ม ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะทำธุรกรรมทางการเงิน  ไม่รับโทรศัพท์หมายเลขแปลกๆ ที่สำคัญคือ อย่าหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัว และรายละเอียดบัญชีกับบุคคลอื่นอย่างเด็ดขาด

 

 

-----------------------

(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : Sutthiphong Sri-anksorn : iSnap csi thailand คดี โจรฉกเงินทางอินเตอร์เน็ต ตอนจบ

 

- http://www.youtube.com/watch?v=KcSSUtU7Yyc

 

ลิ้งค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(1)

 

- http://www.komchadluek.net/detail/20130908/167687/ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(1).html

 

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี...แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ล้วงข้อมูลแบงก์จากสลิปเอทีเอ็ม (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)