
'ม็อบยาง'นครศรีฯปิดถนนยื่น6ข้อ
'ม็อบยาง' จ.นครศรีธรรมราช ปิดถนนแยกควนหนองหงส์ ยื่น 6 ข้อ 'ประชา-ผบ.ตร.' ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯติดตามสถานการณ์
15 ก.ย. 56 กลุ่มเกษตรกรที่ทำการชุมนุมปิดกั้นการจราจรบริเวณแยกเตาปูน ม.6 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้ประกาศยุบจุดชุมนุม โดยเปิดการจราจรในจุดดังกล่าว เพื่อที่จะนำผู้ชุมนุมเดินทางไปรวมกับจุดชุมนุมแยกควนหนองหงส์ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด ซึ่งอยู่ห่างไปอีกกว่า 10 กิโลเมตร ที่ยังคงมีการปิดกั้นการจราจรเช่นเดียวกัน
นายยอดสุด ท่องวิถี แกนนำในจุดแยกเตาปูน อ.จุฬาภรณ์ ระบุว่า ได้ยื่นข้อเรียกร้องในนามผู้ชุมนุม 6 ประเด็น คือ 1. ให้ประกันราคายางแผ่นไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม เศษยางไม่ต่ำกว่า 50 บาทต่อกิโลกรัม 2. ประกันราคาปาล์มไม่ต่ำกว่า 6 บาทต่อกิโลกรัม 3. รัฐต้องมีคำตอบให้ได้ภายใน 7 วัน 4. หากไม่มีคำตอบภายใน 7 วัน จะร่วมกันยกระดับการชุมนุมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล 5. ต้องไม่เอาผิดกับผู้ชุมนุม และ 6. รัฐบาลต้องชดเชยสินไหมให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการสลายการชุมนุมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเองและผู้ชุมนุม
ในขณะที่นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยพันตำรวจเอกสุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการระดับที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม หรือคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ร่วมติดตามสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
และมอบนโยบายการดำเนินงานเพื่อให้การช่วยเหลือและรับทราบความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเกษตรกร โดยในเบื้องต้นรองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ได้บูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหว และรับทราบความต้องการของกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการนำเสนอมาตรการการช่วยเหลือจากรัฐบาล และข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกร ที่จะต้องหาข้อสรุป
อย่างไรก็ตามในส่วนของมาตรการการดำเนินงานในระดับจังหวัดนั้น นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งในประเด็นการเร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางพารา การเร่งสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรและทุกภาคส่วน การประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงและเส้นทางปลอดภัยเพื่อการสัญจรแก่ประชาชน รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจในหลายจุดบนเส้นทางที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมเอง รวมทั้งการสกัดสิ่งของผิดกฎหมายที่อาจเข้าไปในพื้นที่ได้
โฆษกตร.แถลงสรุปสถานการณ์
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่มีการชุมนุมปิดถนนเพื่อเรียกร้องรัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ว่า เดิมทีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปิดถนนใน 2 จุด ได้แก่ แยกเตาปูน อ.จุฬาภรณ์ และแยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกเตาปูนได้สลายตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เคลื่อนย้ายรถบรรทุก ที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมจี้มาขวางถนนออกจากพื้นผิวการจราจรเรียบร้อยแล้ว สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้การชุมนุมเหลือเพียงบริเวณแยกควนหนองหงส์ เพียงจุดเดียว มีมวลชนประมาณ 150 คน ไม่มีการปราศรัย ขณะนี้ตัวแทนจากจังหวัดอยู่ระหว่างการเจราจาพูดคุย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยเจรจาได้ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงเนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมกันได้ มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนไปมาและมีการจุดไฟเผายางรถยนต์ด้วย นอกจากนี้มีคนขับรถบรรทุกซึ่งขับรถผ่านไปบริเวณดังกล่าวถูกยิงด้วยอาวุธปืน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าตัวได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ชะอวด กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจที่เข้าไปในพื้นที่ก็ยังถูกทำร้าย ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุม โดยพล.ต.อ.ประชา กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จังหวัด และอำเภอ ให้ติดตามสถานการณ์และเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด เพื่อจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในของการดำเนินคดีกับกลุ่มผ้ชุมนุมที่มีการปิดถนนและทางรถไฟ ตำรวจในฐานะผู้รักษากฎหมายก็จะต้องดำเนินการ คงไม่สามารถยกเว้นได้ ซึ่งจากการตรวจสอบแกนนำผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกควนหนองหงส์ ยังคงเป็นคนกลุ่มเดิมที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ขณะที่บางคนมีหมายจับในคดีอาญาอื่นๆ ติดตัว อาทิ นายชญานิน คงสง อายุ 35 ปึ นายไพโรจน์ บุญช่วย อายุ 46 ปี นายยุทธการ รัตนมาศ อายุ 42 ปี และนายสันติ ศรีสวัสดิ์ อายุ 22 ปี นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประชา ได้สั่งการให้บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตั้งศูนย์รับเรื่องแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม
"ขณะนี้มีเจ้าของรถบรรทุก 9 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากการปิดถนนได้มาแจ้งความแล้ว ทั้งนี้ ส่วนการเตรียมกำลังของตำรวจผบ.ตร.ได้มอบอำนาจให้ผบช.ภ.8 บังคับบัญชากำลังตำรวจในพื้นที่สนธิกำลังกับตำรวจบช.ภ.9 บช.ภ.7 และตชด. ส่วนแผนการใช้กำลังต่างๆ ยังคงเป็นแผนเดิม ซึ่งหากมีการยกระดับสถานการณ์ตำรวจก็มีแผนรองรับไว้ท้ังหมดแล้ว"
โฆษกตร. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเส้นทางการจราจรบนถนนสาย 41 ที่บริเวณแยกควนหนองหงส์ กม.333-334 ทางหลวงหมายยังคงปิดการจราจรอยู่ จึงขอแนะนำผู้ใช้เส้นทางเลี่ยง โดยสำหรับผู้ที่มาจาก จ.พัทลุง เมื่อถึงแยกไม้เสียบ กม.347 ให้เลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 4018 ผ่านตัวเมือง อ.ชะอวด เลี้ยวซ้ายเข้าหลวงหมายเลข 4165 ผ่านแยกบ้านตูล ใช้ทางหลวงหมายเลข 3151 เลี้ยวซ้ายที่แยกบ่อล้อ เข้าทางหวงหมายเลข 408 แยกศาลามีชัย แล้วเลี้ยวซ้ายไปแยกนาพรุ ตรงเข้าแยกสวนผัก ไป อ.ทุ่งสง จะได้รับความสะดวกกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่โฆษกตร. ระบุว่า การชุมนุมปิดถนนอยู่ในขณะนี้เป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ ขณะที่แกนนำหลายคนมีหมายจับติดตัว ตรงนี้่ตำรวจเข้าทำการจับกุมได้เลยหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การตัดสินใจดำเนินการต่างๆ ในการดูแลการชุมนุม มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน ตำรวจที่เป็นฝ่ายปฏิบัติได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และจะปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม อะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดเงื่อนไขในการยกระดับการชุมนุม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด
แกนนำ 'ม็อบยาง' สงขลายันยุติชุมนุม
นายกาจบัณฑิต รามมาก ในฐานะผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ของ จ.สงขลา และแกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์ม จ.สงขลา กล่าวว่า ทางเครือข่ายชาวสวนยางใน จ.สงขลา ทุกกลุ่มพอใจมาตรการช่วยเหลือของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพารา และจะยุติการออกมาเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ ทั้งการปิดด่านพรมแดนสะเดา และท่าเรือน้ำลึกสงขลา ตามมติของภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัด ที่ได้ลงนามและแถลงการณ์ไปเมื่อวานนี้ ซึ่ง 5 จังหวัดยอมรับในเงื่อนไข คือ นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยจะรอดูมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ 7 เดือนหลังจากนี้ ว่าเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่
ส่วนกรณีที่อีกหลายจังหวัดยังไม่ยอมรับข้อเสนอ และเริ่มออกมาชุมนุมอีกครั้งเช่นที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้นเป็นเพราะยังยึดติดในตัวบุคคลที่ส่ง พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาลงนาม แทนที่จะเป็น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ตามที่เรียกร้อง ตนมองว่าเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย แต่ในสาระเรื่องมาตรการช่วยเหลือนั้นรับได้ ใครจะมาลงนามก็ได้ การออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากนี้ จึงไม่เกี่ยวกับภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ เพราะได้มีมติชัดเจนแล้วว่า จะยุติการชุมนุม
เช่นเดียวกับ นายสมพงษ์ ราชสุวรรณ ในฐานะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า หลังจากที่คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทยได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีมติให้เครือข่ายชาวสวนยางทุกจังหวัดยุติการเคลื่อนไหว โดยหลังจากนี้จะให้ทุกจังหวัดขับเคลื่อนในเรื่องของค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,250 บาท ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
ชาวสวนยาง 'สุราษฎร์ธานี' ประกาศยุติการเคลื่อนไหว
นายสิทธิพร จริยพงษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางใน จ.สุราษฎร์ธานี และกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรภาคใต้ ส่วนใหญ่รับเงื่อนไขการช่วยเหลือของรัฐบาล และประกาศยุติการเคลื่อนไหว ที่ผ่านมาตัวแทนจากทุกอำเภอ เข้าร่วมประชุมหารือ วางแนวการดำเนินงาน หลังส่วนใหญ่รับเงื่อนไข มติครม.ในการช่วยเหลือต้นทุนการผลิต ไร่ละ 2,520 บาท จำนวนไม่เกิน 25 ไร่
ซึ่งกลุ่มแกนนำชี้แจงว่า พอที่จะรับเงื่อนไขนี้ได้ และยุติการเคลื่อนไหว แต่ยังมีเรื่องที่ต้องหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตรกรในพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ประมาณร้อยละ 50 ของพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยทางแกนนำต้องหารือก่อนยื่นเรื่องผ่านสภาเกษตรกร หาแนวทางการช่วยเหลือ
นอกจากนั้นยังเห็นด้วยกับเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษ 5,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลรออนุมัติให้การช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อว่าเงินจำนวนนี้ จะสามารถทำให้องค์กรภาคเกษตร เช่น สหกรณ์ยางพาราและปาล์มน้ำมัน จะสามารถนำไปใช้ในการหมุนเวียน เพิ่มสภาพคล่องในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากชาวสวน ช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง ซึ่งจะให้เวลารัฐบาลดำเนินการตามกรอบนโยบายที่วางไว้ 60 วัน หากไม่เป็นผลต้องกลับมาหารือแนวทางในการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเกษตรกรอีกครั้ง
นายมนูญ อุปลา แกนนำเกษตรกรชาวสวนยาง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มชาวสวนยางที่ตนเองเป็นแกนนำได้ยุติการเคลื่อนไหวไปแล้ว ยอมรับในชะตากรรม ได้เผาโลงศพไปแล้วด้วย ทั้งที่ทราบดีว่ารัฐบาลหักหลัง แต่ไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องยอมรับ ส่วนใครจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไรนั้นก็ตามแต่ เพราะตนมองว่าถึงจะเคลื่อนไหวต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น รอดูอีกระยะหนึ่งก่อน
ด้านนายกิตติศักดิ์ วิโรจน์ แกนนำชาวสวนยางอีกราย กล่าวว่า ยังยอมรับไม่ได้ ยืนยันจะเคลื่อนไหวต่อร่วมกับชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี นั้นยังอยู่ในระหว่างการประสานงาน



