ข่าว

E-VISA สกัดลักลอบเข้าเมือง

E-VISA สกัดลักลอบเข้าเมือง

16 ก.ย. 2556

ที่นี่บัวแก้ว : E-VISA สกัดลักลอบเข้าเมือง : โดย...นันทิดา พวงทอง

 

                          แผนร้ายของขบวนการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย กำลังถูกสืบสาวหาตัวผู้กระทำผิดในกรณีโจรกรรมดวงตราวีซ่าออกจากสถานเอกอัครราชทูต ไปขายต่อในตลาดมืด โดยปมปัญหานี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และสถานกงสุลใหญ่ นครสะหวันนะเขตเท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นในสถานทูตหลายแห่ง และถูกซุกซ่อนปมปัญหาอยู่ระดับพื้นที่มาช้านาน แต่จากปัญหาล่าสุด  ทำให้กระทรวงการต่างประเทศงัดมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วยการปรับระบบให้เป็น E-VISA แต่เดิมได้ศึกษาและจัดทำรูปแบบให้เสร็จสมบูรณ์ เตรียมประกาศใช้ในเดือนตุลาคม 2557

                          นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ E-VISA มูลค่าร้อยล้านบาท เปิดเผยว่า ระบบนี้แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ 1.VISA DATA CENTER เป็นระบบฐานข้อมูลรวม ที่จะรวบรวมข้อมูลการออกวีซ่าของสถานทูต และสถานกงสุลทั่วโลก แบ่งกลุ่มบุคคลมีรายชื่ออยู่ในแบล็กลิสต์ และบุคคลในประเทศกลุ่มเสี่ยง เพื่อสามารถตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลรวมก่อนพิจารณาอนุมัติวีซ่า 2.ระบบเครือข่ายเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยจะอัพเดตระบบรวมทั้งข้อมูลในแต่ละวันได้ออกวีซ่ากี่ใบ ใครบ้าง 3.ระบบแบ็กอัพข้อมูลกรณีที่ระบบมีปัญหา 4.ระบบป้องกันการแฮ็กข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และ 5.คลังเก็บข้อมูลระบบ

                          เมื่อได้มีการจัดระบบสมบูรณ์แล้ว ในเบื้องต้นจะแบ่งผู้ขอ E-VISA ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

                          1. บุคคลจากประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง สามารถกรอกข้อมูลการขอวีซ่าเข้าประเทศไทยผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวง สถานทูตสถานกงสุลไทยทั่วโลก เมื่อผ่านการอนุมัติก็สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้เลย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอีก เมื่อมาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ ตม.จะนำสแกนสพาสปอร์ต เพื่อตรวจเช็กกับระบบว่าได้รับการอนุมัติจริงหรือไม่

                          2. บุคคลจากประเทศที่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จะต้องใช้ระบบกรอกข้อมูลการขอวีซ่าผ่านทางเว็บไซต์ และต้องไปรับดวงตราวีซ่าที่สถานทูตและสถานกงสุล

                          และ 3. บุคคลจากประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง ยังต้องเดินทางไปติดต่อขอวีซ่าด้วยตัวเอง เพื่อถ่ายรูป กรอกประวัติ และสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเก็บข้อมูลเข้าระบบ และให้หน่วยงานด้านความมั่นคง สามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบอีกชั้น โดยกลุ่ม 2 และ 3 จะใช้ระบบ E-VISA ควบคู่กับดวงตราวีซ่าเช่นกัน

                          ระบบ E-VISA ยังจะช่วยกลั่นกรองบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยอีกชั้นหนึ่ง โดยหน่วยงานที่ตรวจสอบจะใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน หากมีกรณีดวงตราวีซ่าหาย ก็สามารถตรวจเช็กกับระบบฐานข้อมูลรวมได้ทันที นอกจากนี้ การเข้าใช้งานในระบบจะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และจะมีระบบบันทึกผู้เข้าใช้ในแต่ละครั้งด้วย

 

 

----------------------

(ที่นี่บัวแก้ว : E-VISA สกัดลักลอบเข้าเมือง : โดย...นันทิดา พวงทอง)