ข่าว

'พท.'ปัด'แม้ว'เป็นต้นเหตุขัดแย้ง

'พท.'ปัด'แม้ว'เป็นต้นเหตุขัดแย้ง

14 ก.ย. 2556

'อนุสรณ์' ปัด 'ทักษิณ' เป็นต้นเหตุขัดแย้ง จี้ 'อภิสิทธิ์' ขอโทษ 'ยิ่งลักษณ์' บี้ 'ปชป.' ปรามสาวกตามป่วน 'นายกฯ' ต่างแดน

 

                           14 ก.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นเหยื่อการกระทำของตัวเอง เพราะพยายามสร้างปัญหาโดยการรวบอำนาจต่างๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบว่า ไม่รู้ผีเจาะปากมาพูดหรืออย่างไร ถึงพูดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้พูดท้องคงจะอืด ทั้งๆที่พูดแต่ละครั้งติดบ่วงวาทกรรมตัวเอง ความจริงนายอภิสิทธิ์ถือเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ร่วมมือกับม็อบ ก่อชนวนยึดอำนาจรัฐประหาร แต่เลือกเล่าประวัติศาสตร์เฉพาะตอนที่ตัวเองรับบทพระเอก ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงข้างมาก แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยเคารพเสียงประชาชน

                           ดังนั้น ไม่ต้องริอ่านแข่งอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแข่งกับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ก็แพ้ แข่งกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็แพ้ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่มีความรับผิดชอบ เหมือนกับกรณีการปราศรัยเวทีเดินหน้าผ่าความจริงที่วัดดอกไม้แต่ไม่ใช้ภาษาดอกไม้ ตอนแรกแถว่าพูดตามกูเกิลก็ถือว่าน่าเกลียดแล้ว มาแถต่อว่าไม่ได้ระบุชื่อใคร ถือว่าน่าเกลียดหนักกว่าเดิม คนทั้งประเทศรู้หมดว่า นายอภิสิทธิ์พูดถึงใครและมีเจตนาอย่างไร ดังนั้นมีทางเดียวที่เสียหายน้อยที่สุดคือการออกมาขอโทษแบบแมนๆ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องเตรียมตัวรับผ้าถุงอีกหลายผืน เหยื่อการกระทำของตัวเองนั้นนายอภิสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า

 

'พท.' จี้ 'ปชป.' ปรามสาวก ป่วน 'ปู' ต่างแดน

 

                           นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ขอให้นายกฯ ห้ามปรามกลุ่มกวป.ที่บุกบ้านนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนของรัฐบาลว่า เป็นการพูดที่ไม่เข้าใจการทำงานการเมืองภาคประชาชน เพราะการแสดงออกตราบที่ไม่เกินจากกรอบกฎหมายเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถทำได้ ในทางกลับกัน พรรคเพื่อไทยต้องขอให้พรรคประชาธิปัตย์ช่วยปรามพวกก่อความรุนแรงที่แฝงตัวมาในม็อบภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงกลุ่มสาวกที่ไปชูป้ายต่อต้านนายกฯในต่างประเทศ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงคือไม่มีการผลาญเงินภาษีโดยการไปเที่ยว เป็นการเสียสละ ทำงานอย่างหนักเพื่อประเทศชาติ เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

 

'พท.' เชื่อ 'มาร์ค' ขอถ่ายทอดสดเจรจา 'เติ้ง' มีธงไว้แล้ว

 

                           รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นัดพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ว่า ขอให้ความจริงใจของนายบรรหารที่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยอย่าถูกนำมาเล่นเป็นเกมการเมือง เหมือนกรณีที่เดินทางไปถึงที่ทำการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เพราะมีการถ่ายทอดสดแต่กลับกลายเป็นช่องทางในการด่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แทน

                           ทั้งนี้ การที่นายอภิสิทธิ์ขอให้มีการถ่ายทอดสดด้วยนั้น ตนมองว่ามีทั้งมุมดีและมุมเสีย มุมดีคือทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นนายบรรหารหรือรัฐบาลเองก็ตาม ไม่มีหมกเม็ด สามารถเปิดเผยได้ แต่มุมเสียคืออาจเป็นช่องทางโจมตีของคนที่มีธงไว้แล้วว่า ต่อให้คุยอย่างไรก็ไม่เข้าร่วม ดังนั้นขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์อย่าใช้วิชามารหากมีการถ่ายทอดสดตามคำร้องขอของนายอภิสิทธิ์

 

'พท.' ยัน 'รองเลขานายกฯ' ไปลงนามถึงนครฯ การันตีรัฐไม่เบี้ยว

 

                           นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราชว่า การเดินทางไปเป็นการไปเพื่อร่วมลงนามข้อตกลงในมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่ช่วยเหลือเงินสดไร่ละ 2,520 บาท ครอบครัวละ 25 ไร่ ระยะ 7 เดือนตลอดฤดูเปิดกรีดยาง หลังจากเกษตรกรชาวสวนยางยอมรับมติดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจและสบายใจว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เบี้ยวแน่นอน และการกระทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน แต่เป็นการไม่มั่นใจคนที่คอยสุมไฟอยู่ข้างหลังม็อบมากกว่า เรียกว่าเราเชื่อคนกรีดยาง แต่เราไม่เชื่อพวกกรีดมีดโกนที่กรีดลงบนความเดือดร้อนของประชาชนในสังคม โดยการจุดประเด็นข้อเรียกร้องต่างๆ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดถนนและก่อเหตุรุนแรงนั้นต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ผู้ก่อเหตุรุนแรงก็ต้องถูกดำเนินการไปตามกฎหมาย

 

'พท.' ขู่พวกจ้องขวางพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านรับผิดชอบ หากศาลชี้ไม่ขัดรธน.

 

                           รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาในวาระ 2 ว่า เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกติหรือไม่ว่า สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบจอมร้องพวกนี้ เพราะนอกจากนายสุริยะใสแล้วยังมีอีกหลายกลุ่มที่จ้องร้องตลอดเวลา ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัด ให้ดำเนินการต่อได้ คนพวกนี้จะรับผิดชอบอย่างไร หรือตั้งต้นร้องใหม่ อย่าทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ ทั้งๆ ที่แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจร เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์

 

'ส.ส.พท.' มั่นใจศาลไม่ระงับโหวตแก้รธน.ที่มาส.ว.วาระ 3

 

                           นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว. กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ พร้อมทั้งจะขอให้ชะลอการลงมติวาระ 3 ไปก่อนว่า ยังมองไม่ออกว่า ขัดต่อมาตรา 68 อย่างไร เพราะกรรมาธิการฯ ใช้อำนาจขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 อย่างถูกต้อง ไม่มีเนื้อหาส่วนใดไปล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติไม่รับคำร้องของนายบวร ยสินธร เครือข่ายราษฎรอาสาป้องกัน 3 สถาบันที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 อย่างไร

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยให้ลูกเมียลงสมัครได้ และให้ส.ว.ชุดปัจจุบันลงสมัครเลือกตั้งส.ว.สมัยต่อไปได้ รวมทั้งมีการรวบรัดไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายตามที่ขอแปรญัตติไว้ นายสามารถกล่าวว่า การปิดปากไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายนั้นเป็นเรื่องข้อบังคับการประชุม ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาฝ่ายค้านพูดจาซ้ำซาก วกวน ตามข้อบังคับการประชุมจึงให้เสนอปิดการอภิปรายได้ ส่วนกรณีที่ระบุว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของส.ว.ชุดปัจจุบันนั้นก็ไม่เป็นความจริง การให้ส.ว.ชุดปัจจุบันลงสมัครเลือกตั้งส.ว.สมัยต่อไปได้ ไม่ใช่ผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นแค่การเปิดโอกาสให้ลงสมัครเท่านั้น แต่จะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกหรือไม่ ถ้าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนจริงต้องได้สิทธิเป็นส.ว.ทันที หรือถ้าบอกว่า ทำให้องค์กรอิสระเกิดความอ่อนแอนั้นก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพราะการแต่งตั้งองค์กรอิสระส.ว.มีอำนาจแค่ให้ความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาที่เป็นประธานศาลต่างๆ ส่งชื่อมาให้เท่านั้น ไม่มีอำนาจเลือกคนเอง จึงไม่มีทางไปแทรกแซงองค์กรอิสระได้ ทุกอย่างที่ว่ามาเราหักล้างได้หมด พรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดให้ดูน่ากลัว แต่พูดข้อเท็จจริงไม่หมด ถ้าจะพูดต้องพูดให้หมด

                           นายสามารถ กล่าวอีกว่า หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจริงจนไม่สามารถโหวตวาระ 3 ได้ ก็ไม่ถือว่าทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ แค่ถูกดองไว้เฉยๆ เหมือนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ทั้งนี้ ส่วนตัวยังมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถ้าดูตามแง่กฎหมายแล้ว มั่นใจว่าไม่น่ากลัว และคงเป็นไปไม่ได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเนื้อหาไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เลย

 

'ส.ส.เพื่อไทย' มั่นใจแก้รธน.ที่มาส.ว.ไม่เป็นโมฆะ

 

                           พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรองประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า หากยื่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อาจจะมีการวินิจฉัยให้เป็นโมฆะว่า ตนเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะในการพิจารณาทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ เท่าที่ตนจำได้ไม่มีการตัดสิทธิผู้อภิปราย ประธานในที่ประชุมเปิดโอกาสให้ได้อภิปรายกันทุกมากตรา จึงไม่เห็นเหตุอะไรที่จะทำให้เป็นโมฆะได้

                           ทั้งนี้ มั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ การกำหนดเวลาอภิปราย ที่จริงแล้วประธานควรกำหนดเวลาการอภิปรายโดยดูจำนวนผู้อภิปราย หากมีผู้อภิปรายมากก็ให้กำหนดเวลาอภิปรายต่อคน เช่น 7 หรือ 10 นาทีต่อคน แต่หากผู้อภิปรายน้อยก็สามารถให้เวลาอภิปรายต่อคนได้ถึง 20-30 นาทีหรือมากกว่านั้นได้ เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย