
ศาลสั่งประหาร4หนุ่มอินเดียข่มขืนนศ.สาว
ปิดคดี! ศาลสั่งประหารชีวิต 4 หนุ่มอินเดีย หลังก่อเหตุข่มขืนนักศึกษาสาวบนรถเมล์ในกรุงนิวเดลี
14 ก.ย.56 พ่อแม่ของนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียวัย 23 ปี ที่ถูกรุมข่มขืนบนรถเมล์ขณะแล่นอยู่ในกรุงนิวเดลี เมื่อเดือนธันวาคม เปิดเผยว่า พอใจต่อการคำตัดสินลงโทษประหารชีวิตกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ทำร้ายลูกสาวของพวกเขา
ศาลอินเดีย ได้ตัดสินเมื่อวันศุกร์ ให้ประหารชีวิตจำเลย 4 คน ด้วยการแขวนคอ หลังก่อเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความโกรธแค้นไปทั่วอินเดีย ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิบัติที่เลวร้ายต่อผู้หญิงที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รัฐบาลก็ไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาอาชญากรรมต่อผู้หญิง
พ่อของเหยื่อสาว ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ตามกฎหมายของอินเดีย ที่ต้องการปกป้องตัวตนของลูกสาวของเขาที่ตกเป็นเหยื่อในคดีนี้ บอกว่า ในวันนี้พวกเขาต้องหลั่งน้ำตาและรู้สึกเสียใจเมื่อรู้ตัวว่าจะถูกลงโทษต่อสิ่งที่พวกเขากระทำลงไป คนที่กระทำต่อคนอื่น ก็ควรได้รับโทษอย่างสาสม ส่วนแม่ของเหยื่อ บอกว่า ลูกสาวของเธอได้รับความยุติธรรม และหวังว่า ทุกคนที่สนับสนุนครอบครัวของเธอ จะได้รับความยุติธรรมด้วย และหวังว่า คำพิพากษาของศาลจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นกับผู้หญิงคนอื่นๆ ให้พวกเธอได้ปลอดภัยกว่าเดิม
ครอบครัวของเหยื่อ พร้อมด้วยนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ต่างเรียกร้องให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 4 คน โดยครอบครัวของเหยื่ออยู่ในห้องพิจารณาคดีตอนที่ศาลตัดสิน ส่วนผู้ประท้วงจำนวนมากที่อยู่ด้านนอก ได้เรียกร้องให้ศาลเร่งตัดสินคดีข่มขืนอีกหลายหมื่นคดี ที่ยังคงไม่คืบหน้า ส่วนคดีข่มขืนนักศึกษาแพทย์นี้ ก็เหมือนคดีที่ถูกตัดสินประหารชีวิตอื่น ๆ ที่จะต้องได้รับการพิพากษายืนจากศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
จำเลยทั้งหมด ได้เตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา รวมทั้งขออภัยโทษจากประธานาธิบดีด้วย ซึ่งศาลฎีกาของอินเดีย ได้กำหนดเอาไว้ว่า โทษประหารชีวิตจะถูกใช้ก็ต่อเมื่อเป็นคดีเลวร้ายที่สุดในบรรดาคดีอุกฉกรรจ์ต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่า เรื่องนี้จะต้องมีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้งในการตีความเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา มีเพียง 2 คน ที่ถูกประหารชีวิตนับตั้งแต่ปี 2547 และต่างก็เป็นพวกหัวรุนแรงสุดโต่งทั้งคู่
โทษประหารชีวิตไม่ได้ช่วยให้ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในอินเดีย
ขณะที่ ธารา ราว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเดียกล่าวว่าการข่มขืนกระทำชำเราและการสังหารหญิงสาวในกรุงเดลีเมื่อปีที่แล้ว เป็นอาชญากรรมที่น่าสะพรึงกลัว และเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียหาย ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ แต่การใช้โทษประหารชีวิตไม่ได้เป็นคำตอบ
“การส่งชายทั้งสี่คนเข้าสู่แดนประหารเป็นเพียงการแก้แค้นชั่วคราว ความโกรธเกรี้ยวของประชาชนอันเป็นผลมาจากคดีนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ถึงอย่างนั้นทางการต้องหลีกเลี่ยงการใช้โทษประหารเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าโทษประหาชีวิตมีส่วนช่วยป้องปรามการก่ออาชญากรรมอย่างชัดเจน และการใช้โทษประหารชีวิตไม่ได้ช่วยกำจัดความรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิงในอินเดีย”
คดีข่มขืนกระทำชำเราและความรุนแรงรูปแบบอื่นต่อผู้หญิงยังเกิดขึ้นทั่วประเทศอินเดีย ในเดือนเมษายน รัฐบาลออกกฎหมายใหม่เพื่อเอาผิดกับความรุนแรงต่อผู้หญิงในหลายรูปแบบ ทั้งการสาดน้ำกรด การเฝ้าติดตามตัว และการถ้ำมอง ง อย่างไรก็ดี การข่มขืนกระทำชำเราที่เกิดขึ้นระหว่างสามีภรรยายังไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมาย กรณีที่ภรรยามีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับการยกเว้นความผิดจากการใช้ความรุนแรงทางเพศ
“การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยการปฏิรูปกฎหมาย รวมทั้งความใส่ใจอย่างต่อเนื่องของทางการที่จะประกันให้ระบบยุติธรรมในทุกระดับตอบสนองต่อปัญหาอย่างเป็นผล ตั้งแต่การรับแจ้งความคดีข่มขืนกระทำชำเราและความรุนแรงทางเพศในรูปแบบอื่น” ธารา ราว กล่าว
“นอกจากให้ความสนใจต่อคดีนี้ ทางการจะต้องให้ความสนใจต่อคดีความรุนแรงทางเพศอีกหลายพันคดีซึ่งเกิดขึ้นในอินเดียเช่นกัน ทางการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งการแต่งตั้งผู้พิพากษามากขึ้นเพื่อประกันให้มีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วในทุกคดี”
ที่ผ่านมามักมีการแจ้งความคดีความผิดต่อผู้หญิงน้อยกว่าความเป็นจริง ทางการยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่ก้าวหน้าหลายประการของ Justice Verma Committee (คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2555 เพื่อเสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาให้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วขึ้นและมีการลงโทษผู้ใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงอย่างเป็นผลมากขึ้น นำโดยผู้พิพากษาศาลฎีกา J.S. Verma – ผู้แปล) รวมทั้งการฝึกอบรมและปฏิรูประบบตำรวจ และการเปลี่ยนวิธีการรับแจ้งความและการสืบสวนสอบสวนคดีความรุนแรงทางเพศ
“ต้องมีความพยายามที่ประสานกันจากหลายฝ่ายเพื่อแก้ไขทัศนคติที่เลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นสาเหตุที่รากเหง้าของความรุนแรง เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เป็นผลมากขึ้นในระยะยาว และทำให้ผู้หญิงอินเดียปลอดภัยมากขึ้น เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก” ธารา ราวกล่าว
แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลต่อต้านโทษประหารทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาที่มีลักษณะหรือพฤติการณ์อย่างไร ไม่ว่าผู้ที่จะถูกประหารจะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือมีความประพฤติอย่างไร หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด



