ข่าว

สถานีปลายทางชื่อ'มั่นคง'

สถานีปลายทางชื่อ'มั่นคง'

15 ก.ย. 2556

สถานีปลายทางชื่อ'มั่นคง' : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

               ชายหนุ่มที่เป็นแขกรับเชิญของ "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" ในสัปดาห์นี้ เดินทางไกลเกือบ 500 กิโลเมตรจากอุตรดิตถ์สู่กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาระหว่างกัน

               ทันทีที่พบหน้า "ษกะ ฌานรานนท์" หรือ คุณแซนด์ กรรมการบริหาร บริษัท ส.อรุณ คอนกรีต จำกัด ที่ควงคู่มากับภรรยาคนสวย "วรวรรณ ตีรณจินดา" หรือ คุณปลา ก็ออกตัวทันทีว่า ไม่รู้ว่าเรื่องที่จะแชร์ให้ฟัง จะคุ้มหรือไม่ เพราะทุกวันนี้คุณแซนด์ยังไม่เรียกก้าวย่างที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ของธุรกิจภายใต้การบริหารว่า "ความสำเร็จ" แม้ว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่เข้ามารับงานต่อจากคุณพ่อ ทิศทางของ ส.อรุณ จะเติบโตขึ้นอย่างพอใจก็ตาม

                ปัจจุบัน ส.อรุณ คอนกรีต เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็ม เสาไฟฟ้า แผ่นพื้นสำเร็จรูป คานสะพาน รวมถึงคอนกรีตผสมเสร็จท่อระบายน้ำ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักในจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

                "คุณพ่อ (สมหวัง อุดมสิทธิกุล) เริ่มต้นจากศูนย์ เคยพายเรือขายไอติม ลำบากมาก กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่ ส.อรุณ มีโรงงานผลิตคอนกรีต โรงงานท่าทราย โรงโม่หิน ไปถึงแพลนต์ปูนขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เราก็ผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง ผ่านภาวะเงินตึงตัวมาหลายหน หลายครั้งที่ผมคอยบอกตัวเองว่า จะไม่ยอมลำบากแบบนั้นอีก"

                คุณแซนด์และคุณปลาผลัดกันเล่าย้อนให้ฟังถึงเหตุการณ์เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ที่ทั้งสองเข้ามารับงาน ส.อรุณ ต่อจากผู้เป็นพ่อว่า ช่วง 5 ปีแรกของการทำงานเป็นช่วงที่ธุรกิจชักหน้าไม่ถึงหลัง การเงินตึงตัว จนหลายครั้งคุณปลาซึ่งทำหน้าที่ดูแลการเงินและบัญชีถึงกับเครียดจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่สถานการณ์ต่างๆ ก็คลี่คลายลง หลังจากที่คุณแซนด์เริ่มสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจด้วยการดึง 10% กำไรสุทธิของทุกๆ งานออกมาเป็น "ทุนสำรอง" เก็บไว้

                "คุณปลาเป็นคนดูแลเรื่องการเงิน เวลาเงินตึงตัวปุ๊บ จะเริ่มเครียดแล้ว จะต้องมาบอกผมว่า ปลาไม่ไหวแล้วนะ ตอนหลังผมต้องเปิดเซฟให้ดูว่า ไม่ต้องห่วง เพราะเรามีเงินสดสำรองไว้ จากยอด 10% ของกำไรทุกชิ้นงานที่เราดึงมาเก็บไว้ตลอด เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน นั่นแหละคุณปลาถึงสบายใจขึ้น ซึ่งพอไม่เครียดเรื่องนี้ เพราะรู้ว่า ยังไงๆ เราก็มีเงินสำรอง เป็นเงินคงคลัง คุณปลาก็มีเวลาคิดอะไรใหม่ๆ ให้กับธุรกิจให้มากขึ้น"

               ถึงตอนนี้คุณปลา-วรวรรณ กล่าวเสริมว่า มาจากความที่พื้นฐานของทั้งสองครอบครัวแตกต่างกัน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการเงินและการลงทุน เพราะในขณะที่ครอบครัวสามีเป็นนักธุรกิจที่ต้องลงทุนขยายกิจการ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีเรื่องของการกู้เงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เธอกลับถูกหล่อหลอมด้วยแนวคิดไม่เป็นหนี้ ไม่เสียดอกเบี้ย จะคิด จะทำอะไร ก็ให้ใช้เงินของตัวเองไว้ก่อน

                "แต่ปลาก็เข้าใจพี่แซนด์ เข้าใจคุณพ่อพี่แซนด์ว่า ธุรกิจมันต้องมีเงินหมุนเวียน มีเงินทุน มีเงินกู้ ต้องขยายกิจการ ปลาก็เลยมองมุมกลับว่า ถ้าเราทำได้ เราประสบความสำเร็จ มันก็เป็นโอกาสและเป็นความท้าทาย"

               แม้ว่า 5 ปีแรกจะประสบความยากลำบากในการทำธุรกิจ แต่ในชีวิตส่วนตัวแล้ว คุณแซนด์ก็ยอมรับว่า มีไลฟ์สไตล์เหมือนผู้ชายทั่วไปที่ใช้จ่ายเงินสำหรับ "งานอดิเรก" และ "ของสะสม" ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เครื่องเสียง ปืน พระเครื่อง ปลาคาร์พ รวมถึงกิจกรรมตีกอล์ฟที่ขาดไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาเปลี่ยนชีวิตตัวเองและหยุดงานอดิเรก รวมถึงหยุดเพิ่มพูนของสะสม หลังจากผู้เป็นภรรยาเข้าร่วมอบรมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและมีโอกาสรู้จักกับระบบ "ไคเซน" ก่อนจะแนะนำให้สามีศึกษา เรียนรู้ เพิ่มเติม จนคุณแซนด์สนใจมากขึ้นและนำมาใช้กับธุรกิจของ ส.อรุณ จนประสบความสำเร็จ

                "ไคเซน" เป็นระบบที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปรับปรุงกระบวนการทำงานและแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการด้านการตลาด การผลิตและการขนส่งสินค้า ซึ่งช่วยลดความสูญเปล่าในขั้นตอนการทำงาน และเปลี่ยนเป็นประสิทธิผลของผลงานภายในองค์กรให้ดีขึ้น

                "ผมว่า มันเป็นอะไรที่จับต้องได้ เพราะมันสะท้อนผ่านตัวเลขและตัวเลขไม่เคยโกหก" ผู้บริหารของ ส.อรุณกล่าวย้ำ พร้อมทั้งบอกว่า ในช่วงปีแรกที่นำ "ไคเซน" เข้ามาใช้ ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 30% เป็นสถิติที่น่าพอใจมาก จากนั้นในปีที่ 2 ผลการดำเนินงานยังขยายตัวต่อเนื่องได้อีก 12% และในปีนี้ เขาตั้งเป้าหมายว่า กิจการจะเติบโตได้อีก 30% จากปีที่แล้ว

                เมื่อถามว่า นำระบบ "ไคเซน" มาใช้กับชีวิตส่วนตัวบ้างหรือไม่ คุณแซนด์บอกว่า น่าจะมีบ้าง แต่ก็เป็นการนำมาใช้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะสำหรับเขาแล้ว การทำงาน การใช้ชีวิตส่วนตัวหรือแม้แต่ครอบครัว ก็ดูเหมือนจะหลอมรวมเป็นความสุขในก้อนเดียวกันหมดแบบแยกไม่ออก

                ดังนั้น ถ้าถามถึงการบริหารจัดการเงินทองส่วนบุคคลแล้ว สองสามีภรรยานักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง มีความเห็นตรงกันว่า น่าจะเป็นไปตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ ส.อรุณ ที่ยึดหลัก "คิว-ซี-ดี" (QCD) มากกว่า

                "ในแง่ของการทำธุรกิจ ตัว คิว มาจากควอลิตี้ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของงานที่ผลิตตามคำสั่งของลูกค้า ส่วน "ซี" มาจากคอสต์ คอนโทรล นั่นคือ การบริหารจัดการต้นทุน สุดท้าย "ดี" มาจากดิลิเวอรี่ หมายถึงการส่งมอบให้ลูกค้าได้ตรงเวลา ผมว่าหลัก คิว-ซี-ดี มันปรับใช้กับเรื่องการเงินได้ ถ้าเราพูดถึงคุณภาพของเงิน ก็หมายถึงเราต้องรู้แหล่งที่มาของเงิน เราได้มาจากไหน ได้มาอย่างไร และต้องได้มาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมและพอเพียง ส่วนการดูแลต้นทุน อันนี้ผมเอามาปรับใช้กับการจัดสรรเงินสำรองสำหรับหมุนเวียน เวลาเรามีเหตุฉุกเฉิน ต้องคิดว่าเท่าไหร่ถึงจะพอ สำหรับธุรกิจผมบอกแล้วว่า จะกันไว้ 10% จากกำไรสุทธิของงาน แต่สำหรับเงินส่วนตัว ผมจะกันไว้อย่างน้อย 30% และสุดท้าย คือ การ ดิลิเวอร์ ก็หมายถึงการใช้จ่าย รวมถึงการรู้คุณค่าและรู้การด้อยค่าของเงินในอนาคต"

               คุณแซนด์ยังใช้หลักการนี้คอยสอนและเตือนพนักงาน 200 ชีวิตในบริษัท โดยยกตัวอย่างจาก "ลูกอม 3 เม็ด 1 บาท" ที่วันนี้เราสามารถใช้เงิน 1 บาทซื้อลูกอมได้ 3 เม็ด แต่อีก 5-10 ปีข้างหน้า เงินเท่าเดิมไม่อาจซื้อลูกอมได้ในจำนวนเท่าเดิมแล้ว

                "ถ้าไม่ขยัน ถ้าคิดว่า วันนี้ทำงานได้ค่าแรงวันละ 300 บาท แล้วพอกินพอใช้ไป 2-3 วัน ก็เลยทำงานแค่ 1 วัน หยุดอีก 1-2 วัน เราก็จะมีสภาพไม่ต่างจากลูกอม 3 เม็ด 1 บาทนั่นแหละ หลายคนชอบคิดว่า ทำแค่นี้ ได้เท่านี้ มันพอแล้ว ก็พอแค่นี้ ทั้งที่ จริงๆ แล้วเขาทำงานได้มากกว่านี้และมีได้มากกว่านี้"

                 ในขณะที่เป้าหมายของหลายคนอาจจะอยู่ที่ "ความมั่งคั่ง" แต่สำหรับคุณแซนด์-ษกะ และคุณปลา-วรวรรณ แล้ว ดูเหมือนว่า วันนี้เป้าหมายของทั้งคู่ถูกกำหนดให้อยู่ที่ "ความมั่นคง" เป็นหลัก

                "สงสัยพี่แซนด์จะรับดีเอ็นเอจากปลาไปเต็มๆ แล้ว เพราะปลาถูกสอนให้ระวังตั้งแต่เด็ก" คุณปลาหัวเราะเสียงใสปิดท้ายบทสนทนา

               
............................................

(สถานีปลายทางชื่อ'มั่นคง' : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)