ข่าว

'พงศ์เทพ'เผย'เวทีปฏิรูปฯ'คืบหน้า!

'พงศ์เทพ'เผย'เวทีปฏิรูปฯ'คืบหน้า!

13 ก.ย. 2556

'พงศ์เทพ' เผย 'เวทีปฏิรูปฯ' คืบหน้า '3 กลุ่มย่อย'ประชุมได้เดือนนี้ มั่นใจ'เสถียรภาพรัฐบาล'ยังดี เมิน'ปชป.'ยื่น'ศาลรธน.'ตีความ 'ร่างพ.ร.บ.งบฯ57'ขัด'รธน.'

                  13 ก.ย.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเวทีสภาปฏิรูปการเมืองว่า ขณะนี้ได้มีการเสนอแบ่งกลุ่มคณะทำงานย่อยด้านการเมือง เศษฐกิจ และสังคม โดยฝ่ายเลขานุการได้รวบรวมทั้งหมดแล้ว กำลังดูว่างานด้านไหนป็นด้านย่อยลงไปอีก มีหลายด้านหรือไม่ ก็จะดูว่าผู้จะมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอหรือยัง หากมีการนัดประชุมคณะทำงานย่อยแล้วมีการสอบถามว่า  มีใครจะต้องเชิญเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ ก็จะได้เตรียมชื่อไว้เสนอได้ทัน ทั้งนี้น่าจะนัดประชุม 3 กลุ่มย่อยได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ส่วนการประชุมใหญ่คาดว่าจะเป็นต้นเดือนตุลาคม ส่วนการเดินสายของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ก็มีกำหนดจะเดินสายพบกับพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับตนและนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ก็จะนัดพบกับนายบรรหาร เกี่ยวกับการนัดประชุม 3 กลุ่มย่อยเช่นกัน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการตั้งกลุ่มย่อยใน 3 กลุ่ม จะทำให้แนวทางแก้ไขปัญหากระจัดกระจายหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องเวทีปฏิรูปไม่ใช่เฉพาะเป็นเรื่องการเมือง แต่จะรวมถึง การเมือง เศษฐกิจ และสังคม ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้บอกแล้วว่าให้มองอนาคต จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองทั้ง 3 ส่วน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว    

               เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯมองว่าเป็นการเล่นเกมทางการเมืองของรัฐบาลหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เล่นเกมการเมือง แต่มองเรื่องอนาคตของประเทศ จึงอยากจะเชิญชวนทุกฝ่ายทุกกลุ่มเข้ามาร่วม จะเป็นประโยชน์ที่สุด แต่หากบางฝ่ายยังไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร เพราะมีคนในกลุ่มดังกล่าวที่เห็นด้วยก็ได้เข้ามาร่วมเวทีปฏิรูปนี้เช่นกัน ส่วนความคาดหวังที่นายบรรหารจะไปพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากจุดยืนไม่ต้องการเข้าร่วมเวทีปฏิรูปของรัฐบาลนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าคนที่เห็นด้วยกับประโยชน์ส่วนรวม ทุกคนก็คงจะเต็มใจมาร่วมพูดคุยกับเวทีนี้ เพราะไม่เสียหายหรือเป็นผลเสียตรงไหน

               
 

เมิน "ปชป." ยื่น "ศาลรธน." ตีความ "ร่างพ.ร.บ.งบฯ57" ขัด "รธน."

 

                นายพงศ์เทพ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ว.สรรหา บางส่วน ยื่นรายชื่อต่อประธานรัฐสภาเพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ตนไม่คิดว่าศาลจะพิจารณาว่าขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้คราวๆ เป็นหลักการว่า รัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณให้องค์กรอิสระและศาล ให้เพียงพอในการทำหน้าที่ ทั้งนี้ตอนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไปที่สภา รายการต่างๆ ที่เสนอเข้าไปทั้งศาลและองค์กรอิสระ ทางคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ได้ไปตัดรายการที่เสนอ

                รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่อะไรที่กำหนดเม็ดเงินมากจนเกินไป ก็ต้องตัดลงมาให้เท่าราคากลาง ซึ่งทุกหน่วยงานต้องถูกดำเนินการเหมือนกันหมด ในส่วนของรายการไม่ได้มีการตัด แต่ตอนที่หน่วยงานเสนอเข้ามาในชั้นกรรมาธิการก็มีทุกหน่วยงานเสนอเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่งบประมาณที่ตัดเอาไว้ จากการเสนอครั้งแรกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถที่เสนอให้ทุกหน่วยงานที่เสนอมาได้ทั้งหมดอยู่แล้ว

                นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นตนคิดว่าในส่วนของศาลและองค์กรอิสระ ที่เสนอขอแปรญัตติเพิ่มเติมเข้าไปที่คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ ก็รับไว้พิจารณาแต่ดูแล้วว่าไม่มีเงินที่จะให้ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ให้มา ฉะนั้นตรงนี้ศาลไม่มีทางตัดสินเป็นอย่างอื่น และตนคิดว่า ตรงนี้ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นอะไร หรือจะขัดรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าขัดรัฐธรรมนูญแล้ว แสดว่ามาตรานั้นใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะสามารถเพิ่มให้ได้อย่างที่ผู้ร้องจะมายื่น

                รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า แต่หากการพิจาณาของศาลไม่ทันวันที่ 1 ต.ค.นี้ คงต้องใช้งบประมาณปี 2556 ไปก่อน แต่จะมีผลให้โครงการต่างๆ ที่ควรจะเริ่มกับเงินที่จะลงไปสู่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งภาคสังคมก็จะล่าช้าออกไป เพราะทำให้งบลงทุนต่างๆ ต้องเสียเวลารอ ซึ่งก็น่าเสียดายถ้าเป็นอย่างนั้น เพราะประชาชนควรจะได้ใช้โครงการต่างๆ เร็วขึ้น ก็อาจจะต้องใช้ช้าลง หากการพิจารณาคดีล่าช้า

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้รัฐบาลมั่นใจเสถียรภาพของตัวเองมากน้อยแค่ไหน เพราะทั้ง ส.ส.และส.ว.มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหลายเรื่อง และยังมีการยื่นถอดถอน รวมทั้งยังไม่มีการแถลงผลงานของรัฐบาล นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนไม่เป็นห่วง  เพราะเรื่องการแถลงผลงานรัฐบาลได้มีการเสนอไปที่รัฐสภาแล้ว จึงเป็นเรื่องที่สภาจะบรรจุวาระ ซึ่งรัฐบาลพร้อมเสมอที่จะแถลงผลงาน ความจริงในอดีตรัฐบาลชุดก่อนๆ หลังจากที่ทำผลงานเสร็จเสนอเข้าไป ก็ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะแถลง จึงไม่ได้มีความแตกต่างกัน ตนจึงยืนยันว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลเร่งแก้รัฐธรรมนูญมากเกินไปแทนที่จะแก้เรื่องการศึกษาและเรื่องปากท้องของประชาชน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างต้องแก้ไปพร้อมกัน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นโครงสร้างที่สำคัญ รัฐบาลไม่ได้เร่งแก้ไขอะไร เป็นเรื่องที่สภาพิจาณากันเอง และสมาชิกรัฐสภาก็คงจะมีวิจารณญาณอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ประชาชนก็เห็นว่า การพิจาณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่กี่มาตราควรจะใช้เวลาเท่าไร ตนเชื่อว่าไม่มีใครจะคิดว่าการใช้เวลาเป็น 10 วันอย่างนั้น จะเป็นการเร่งรัดมากเกินไป แต่หลายคนคงมองเห็นว่าเราเสียเวลามากเกินไปหรือไม่ ในการอภิปรายตรงนั้น เพราะถ้าอภิปรายเนื้อหาจริงๆ คงใช้เวลากำชับกว่านั้นได้และคงจะมีเวลาพิจารณาเรื่องอื่นๆได้