
'มาร์ค'จี้'วุฒิฯ'ทบทวนขอเงิน'กสทช.'
'อภิสิทธิ์' จี้ 'วุฒิฯ' ทบทวนขอเงิน 'กสทช.' ส่อเอื้อประโยชน์ตนเอง ชี้เงินกู้ 2 ล้านล้าน หลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ
13 ก.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงกรณีวุฒิสภาของบประมาณ 30 ล้านบาทจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เพื่อจัดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายและชุมชนเข้มแข็งประเทศยั่งยืน ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะวุฒิสภามีหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอิสระแต่กลับไปขอเงินจาก กสทช. ทำให้มีข้อกล่าวหาว่า หาเสียงล่วงหน้ากันหรือไม่ เพราะสอดรับกับการที่ส.ว.หลายคนประกาศลงรับสมัครส.ว.สมัยหน้า ซึ่งต้องตรวจสอบในการเรื่องของการปฏิบัติตามโครงการนี้และความเหมาะสมของการใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ ถ้าเรายังไม่ยอมแยกแยะอำนาจหน้าที่ของตนเอง ไม่ให้กลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันหรือผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีแบบนี้ก็จะเป็นปัญหา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่า วัตถุประสงค์ของการที่จะอนุมัติเงินนี้มันครอบคลุมอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า โครงการนี้มีลักษณะเหมือนกับพาประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนเอง ไปต่างจังหวัดซึ่งในรุ่นของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ได้นำประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทราเดินทางไปสัมมานาถึงจังหวัดเชียงใหม่ แต่โปรแกรมสัมมนาก็สั้นมาก ตรงนี้ก็ต้องชี้แจงเพราะรุ่นอื่นๆก็ไม่ได้เดินทางไปไกลขนาดนั้น ทั้งนี้ตนเห็นว่า กสทช.ต้องทบทวนการอนุมัติงบประมาณ ส่วนวุฒิสภาก็ต้องทบทวนความเหมาะสมในการไปขอเงินจาก กสทช. ทางที่ดีหากจะทำแบบนี้ก็ให้นักการเมืองไปขอเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง
'มาร์ค' ชี้เงินกู้ 2 ล้านล้าน หลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏรในสัปดาห์หน้าว่า รัฐบาลต้องการเร่งรัดเรื่องนี้โดยมีการเพิ่มวันประชุมในวันศุกร์ขึ้นมาอีก 1 วัน อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.นี้มีผู้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมาก แต่ก็เห็นว่ามีความพยายามในการที่จะปิดอภิปราย จะทำเช่นเดียวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเห็นว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะมันขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่จะบอกว่า หากเงินกู้ไม่ผ่านสภาฯก็จะเป็นปัญหา โดยเฉพาะการนำเงินไปปรับปรุงทางรถไฟใหม่ ซึ่งมีสื่อบางฉบับบอกว่า เงินกู้ไม่ผ่านรถไฟก็จะตกรางอีกมาก ตนขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่โครงการรถไฟความเร็วสูง เพราะการปรับปรุงทางรถไฟใหม่หรือโครงการรถไฟรางคู่สามารถใช้งบประมาณปกติได้ไม่จำเป็นต้องกู้เงิน การที่พรรคฝ่ายค้านค้านกฎหมายฉบับนี้ เพราะเห็นว่า เป็นการหลีกเลี่ยงระบบการตรวจสอบกระบวนการจัดทำงบประมาณปกติ และหากไม่ผ่านแล้วรัฐบาลเสนอของบประมาณเพิ่มเพื่อโครงการปรับปรุงทางรถไฟนี้ ฝ่ายค้านก็จะสนับสนุนเต็มที่ ดังนั้นไม่ต้องมาเบี่ยงเบนประเด็นนำเรื่องรถไฟตกรางมาเป็นตัวประกันประเทศเพื่อกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
“ผมไม่ได้ปฏิเสธว่า โครงสร้างรถไฟเราชำรุดทรุดโทรมต้องมีการปรับเปลี่ยน และปัจจุบันรถไฟก็ตกรางมากขึ้น ดังนั้นก็ต้องตั้งคำถามว่าทำไมมันตกมากขึ้น และแต่ละครั้งมาจากสาเหตุใด ซึ่งขณะนี้การรถไฟเองก็กำลังมีโครงการซ่อมทางรถไฟอยู่ โดยรัฐบาลที่แล้วได้มีการอนุมติโครงการนี้แต่รัฐบาลชุดนี้กลับตัดงบประมาณแล้วนำไปวางในโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งผมกำลังจะบอกว่า จริงๆ ต้องกล่าวหารัฐบาลทำให้รถไฟตกรางใช่หรือไม่ เพราะว่าถ้าไม่มาหมกมุ่นกับเงินกู้นี้ ก็ควรจะเอาโครงการนี้ใส่ไปในงบประมาณปี 57 ตั้งแต่แรก แล้วก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว



