
'หมวดเจี๊ยบ'ปัด'รบ.'อยู่เบื้องหลัง'ม็อบผ้าถุง'
'หมวดเจี๊ยบ' ปัด 'รัฐบาล' อยู่เบื้องหลัง 'ม็อบผ้าถุง' ชี้รัฐแค่รับทราบข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น' เเต่ยังไม่รับเงื่อนไข วอน 'ปชป.' หยุดจ้อ หวั่นกระทบบรรยากาศพูดคุย
13 ก.ย.56 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลและน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้ให้ท้ายกลุ่มมวลชนที่ออกไปกดดันนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือกลุ่มบุคคลและองค์กรต่างๆ แต่อย่างใด รวมทั้งกรณีกลุ่มสตรี หรือม็อบผ้าถุง ที่ออกมาประท้วงการใช้ถ้อยคำว่า "อีโง่" ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน แต่เป็นการเคลื่อนไหวของประชาชนที่อาจเห็นว่านายอภิสิทธิ์แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสตรีในภาพรวม ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลัง และไม่มีเหตุผลต้องทำแบบนั้น เพราะขณะนี้ความกดดันไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี แต่เป็นปัญหาที่ย้อนกลับไปที่ตัวนายอภิสิทธิ์เอง เพราะกล้าพูด แต่ไม่กล้ายอมรับความจริง จึงทำให้ประชาชนไม่พอใจและออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบต่อสังคมของ ดังนั้น นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ควรโทษรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทย
ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวต่อว่า ส่วนกำหนดการแถลงผลงานรัฐบาลต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 ก.ย. นั้นรัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่ในการชี้แจง และถือเป็นโอกาสที่ดีในการอธิบายกับประชาชนว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้างเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน
ชี้รัฐแค่รับทราบข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น' แต่ยังไม่ได้รับเงื่อนไข
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลขอยืนยันว่า ขณะนี้เป็นเพียงการรับทราบข้อเสนอของกลุ่ม BRN และยังไม่ถือว่าเป็นการรับเงื่อนไข แต่อยู่ในขั้นตอนของการวิเคราะห์เนื้อหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ขอยืนยันว่า จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ และไม่ยอมให้มีการแบ่งแยกดินแดนเป็นอันขาด ทั้งนี้รัฐบาลขอปฏิเสธกรณีนาย ถาวร เสนเนียม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายของรัฐบาลไม่มีทิศทางชัดเจน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในการประชุม ศปก.กปต. วานนี้ (12 ก.ย.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. ยังระบุว่าตั้งแต่ทำงานภาคใต้มาหลายสิบปี ต้องถือว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐบาลชุดแรกที่มีการบูรณาการแผนการทำงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ อย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาและการจัดทำงบประมาณ ที่มีความสอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกัน ในขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม ก็ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าใจชัดเจนว่า แม้จะมีการพูดคุย แต่การปฏิบัติทางยุทธวิธีเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ก็ยังต้องดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
นอกจากนี้รัฐบาลขอความร่วมมือพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่าเรียก กลุ่ม BRN ว่าผู้ก่อการร้ายหรือกลุ่มโจร เพราะจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุยเพื่อสันติภาพ



