
'ชัชชาติ'ยันทบทวนระบบรางคู่สร้างใต้ขึ้นบน
'ชัชชาติ'รับปากทบทวนระบบรางคู่สร้างจากใต้ขึ้นบน หลังกรรมาธิการคมนาคมเปิดเวทีสะท้อนปัญหา
13ก.ย.2556 นายเจือ ราชสีห์ ประธานกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการสัมมนา “การคมนาคมภาคใต้เชื่อมโยงสู่ AEC” ว่า พื้นที่ภาคใต้มีความพร้อมสูงทางด้านเศรษฐกิจ แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าทางบก น้ำ และอากาศ ซึ่งหากไม่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องหรือขาดความเหลียวแลจะเสียโอกาสในการพัฒนา จึงทำการประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มารับฟังปัญหาข้อเสนอจากพื้นที่โดยตรง
นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การพัฒนาระบบราง รัฐบาลควรสร้างระบบรถไฟรางคู่โดยเริ่มสร้างจากภาคใต้ขึ้นไปด้านบน เพราะรถไฟรางคู่ของมาเลเซียมาถึงปาดังเบซาร์ จะทำให้ร่นระยะเวลาโดยสามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะการขนส่งยางพารา สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอื่น นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาสนามบินหาดใหญ่อย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันศักยภาพของสนามบินใช้ไปเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์จะเต็มความจุอยู่แล้ว ขณะที่การพัฒนาการขนส่งทางน้ำนั้นนอกจากสร้างท่าเรือสงขลา 2 แล้วควรขยายท่าเรือสงขลา 1 เพิ่มเติม จะทำให้เป็นเกทเวย์ไปยังพื้นที่อาเซียนตอนใต้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียนหากประเทศสมาชิกไม่มีความพร้อมก็จะกลายเป็นข้อจำกัดของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ยอมรับว่า พื้นที่ภาคใต้ยังขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้การลงทุนไปกระจุกอยู่ที่ประเทศมาเลเซียมากกว่า ซึ่งโครงการพัฒนาต่างๆในพื้นที่ภาคใต้อยู่ภายใต้วงเงินกู้ 2ล้านล้านบาท และเป็นโครงการที่คิดมากว่า 20 ปีแล้ว ไม่ได้เป็นโครงการที่คิดในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
"จึงไม่อยากให้มองว่า งบลงทุนดังกล่าวภาคใต้ได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือรัฐบาลไม่สนใจประชาชนในภาคใต้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญของโครงการ ซึ่งหากพิจารณาในแง่สัดส่วนการลงทุนจะเห็นว่ากรุงเทพมหานครมีการลงทุนมากกว่าแต่คนกรุงเทพก็ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย จึงอยากให้เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่า ผมไม่มีการแบ่งภาค ถือว่าประชาชนทุกคนเป็นเจ้านาย และรับปากว่าจะทำงานให้หนักขึ้น ส่วนข้อเสนอให้มีการสร้างรถไฟรางคู่ซึ่งปัจจุบันสร้างมาถึงจังหวัดนครปฐมแล้ว โดยให้เริ่มสร้างจากภาคใต้ขึ้นไปเชื่อมกับข้างบนนั้น จะรับไปพิจารณาเพื่อปรับแผนดำเนินการ"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว



