
'สหรัฐ-รัสเซีย'ถกปลดอาวุธเคมี'ซีเรีย'
สหรัฐและรัสเซีย เริ่มเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดแผนการปลดอาวุธเคมีในซีเรีย ขณะที่ผู้นำซีเรีย ยืนยันครั้งแรกจะส่งมอบอาวุธเคมีให้นานาชาติควบคุมเพื่อทำลายทิ้ง
13 ก.ย.56 รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก้ ลาฟรอฟ และรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จอห์น แคร์รี เจรจาอย่างเข้มข้นเมื่อวานที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือเรื่องแผนการปลดอาวุธเคมีในซีเรีย ซึ่งทั้ง 2 หวังว่าะช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียได้
นายลาฟรอฟ ให้รายละเอียดของข้อเสนอ 3 ข้อหลัก ได้แก่ ซีเรียเข้าร่วมอนุสัญญาอาวุธเคมี ซึ่งห้ามผลิตและใช้อาวุธเคมี , เปิดเผยแหล่งผลิตและคลังเก็บอาวุธเคมี และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธเคมี และสุดท้ายให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการกำจัดอาวุธเคมี และเขากล่าวอย่างมั่นใจว่าหากเดินตามแผนนี้ ก็จะมีโอกาสเห็นสันติภาพในซีเรีย
ขณะเดียวกันแคร์รี ย้ำว่า คำขู่ใช้กำลังทหารยังจำเป็นหากซีเรียไม่ยอมส่งมอบอาวุธตามสัญญา และบอกว่า นี่ไม่ใช่เกม แต่มันคือเรื่องจริง ที่ต้องทำให้ครอบคลุม ไว้ใจได้ และจะต้องดำเนินการในทันที และจะต้องมีมาตรการลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
ขณะที่เอกอัครราชทูตซีเรียประจำยูเอ็น บาชาร์ จาอาฟารี แถลงว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย ได้ออกประกาศคำสั่งที่ระบุว่า ซีเรียตกลงเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาอาวุธเคมี ที่ห้ามพัฒนา ผลิต สะสม และใช้อาวุธเคมี พร้อมกับอ้างว่าซีเรียได้เข้าเป็นสมาชิกแล้ว แต่ยูเอ็น ยืนยันว่า ซีเรียจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์หลังลงนามในอนุสัญญาแล้ว 30 วัน นอกจากนี้ทูตซีเรีย ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีอะไรปิดซ่อนไว้ และยินดีให้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้านประธานาธิบดีอัสซาด ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของรัสเซีย ยืนยันว่า ซีเรียได้ส่งเอกสารแจ้งยูเอ็นเพื่อเตรียมลงนามในอนุสัญญาเป็นขั้นตอนต่อไป และเขาบอกด้วยว่า ซีเรียจะยอมปฏิบัติตามข้อเสนอ หากสหรัฐหยุดข่มขู่ใช้กำลังทางทหาร และหากชาติต่างๆ หยุดให้การสนับสนุนอาวุธแก่กบฏซีเรีย นอกจากนี้เขาบอกว่า จะส่งข้อมูลแสดงบัญชีรายการอาวุธเคมีภายใน 1 เดือนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา แต่แคร์รี ไม่เห็นด้วยเรื่องเงื่อนเวลา โดยระบุว่ากรณีนี้จะทำตามมาตรฐานไม่ได้ เพราะซีเรียไม่ใช่แค่มีอาวุธเคมี แต่ได้ใช้มันไปแล้ว และคำพูดเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ
ขณะที่ร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นที่ยื่นโดยฝรั่งเศสกำหนดให้ซีเรียแจกแจงเรื่องอาวุธ
เคมีภายใน 15 วัน และคณะผู้ตรวจสอบอาวุธเคมีที่เข้าไปไปตรวจพื้นที่ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุุธเคมีในแถบชานกรุงดามัสกัสเมื่อเดือนที่แล้วเตรียมเปิดเผยรายงานสรุปเบื้องต้นวันจันทร์นี้
'ซีเรีย' กระจายคลังอาวุธเคมีออกไปมากถึง 50 แห่ง
หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท รายงานว่า ซีเรียได้กระจายคลังอาวุธเคมีออกไปมากถึง 50 แห่ง เพื่อหวังจะสร้างความยากลำบากในการพยายามค้นหาร่องรอยของสหรัฐ
รายงานซึ่งอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐและตะวันออกกลาง ระบุว่า หน่วยทหารลับของซีเรีย ที่มีชื่อว่า " หน่วย 450 " ได้รับมอบหมายความรับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายกระสุนปืนและแก๊สพิษ มานานหลายเดือนแล้ว และมีการเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับศักยภาพของแผนในการเก็บรักษาอาวุธเหล่านี้
เจ้าหน้าที่้ยังบอกด้วยว่า การเคลื่อนย้ายอาจสร้างความสับสนให้กับปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐต่อซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลซีเรียถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนไปมากกว่า 1,400 คน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 400 คน
ปกติ ซีเรียจะเก็บอาวุธอันตรายไว้หลายสถานที่ในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ และได้เริ่มมีการกระจายออกไปเกือบ 24 แห่ง ตั้งแต่ประมาณ 1 ปีก่อน และหน่วย 450 ได้เริ่มนำไปเก็บในสถานที่ที่มีขนาดเล็กลงอีกหลายสิบแห่ง ซึ่งสหรัฐเชื่อว่า อาวุธเหล่านี้ถูกกระจายไปมากกว่า 50 จุด ในพื้นที่ทางตะวันตก , เหนือ และใต้ เช่นเดียวกับสถานที่ใหม่ๆ ทางตะวันออกด้วย
แม้ว่าจะมีการกระจายออกไป แต่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐและอิสราเอล ก็ยังคงเชื่อว่า พวกเขารู้ดีว่า คลังอาวุธอันตรายที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง บอกว่า ข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับคลังอาวุธเคมีน้อยกว่าเมื่อ 6 เดือนก่อน // ในขณะที่สหรัฐใช้ดาวเทียมติดตามการเคลื่อนไหวของยานพาหนะที่หน่วย 450 ใช้ แต่ภาพที่ได้ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงสิ่งที่พวกเขาบรรทุก
ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย ยืนยันเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ซีเรียมีแผนจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับอาวุธเคมี ในขณะที่สหรัฐเรียกร้องให้เขาและพันธมิตรสำคัญอย่างรัสเซีย เร่งดำเนินการตามที่รับปากไว้ แต่ผู้นำซีเรีย ได้สร้างความเคลือบแคลงครั้งล่าสุดว่ามีแผนจะเก็บรักษาอาวุธเคมีไว้ ด้วยการเรียกร้องให้สหรัฐเป็นฝ่ายยุติคำขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียก่อน เขาถึงจะดำเนินการเรื่องอาวุธเคมี
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



