ข่าว

ขัดแย้ง'การเมือง-เผ่าพันธุ์'นักสร้างหนังพึงคำนึง

ขัดแย้ง'การเมือง-เผ่าพันธุ์'นักสร้างหนังพึงคำนึง

13 ก.ย. 2556

มัทราส คาเฟ่ (Madras Café) : บทเรียนที่ต้องจดจำในการผลิตภาพยนต์ที่นำเสนอความ : พระมหาสมพงษ์ คุณากโร พระนักศึกษาไทยที่เมืองเจนไน ประเทศอินเดียรายงาน

               "ช่วงท้ายปี 1980 เป็นช่วงเวลาที่อินเดียได้เข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองที่ประเทศศรีลังกาและเป็นช่วงที่มีการลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีของอินเดีย ราจีฟ คานธี เวลานั้นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษของกองทัพอินเดีย นามว่า พันตรี วิกราม ซิงห์ Major Vikram Singh ได้รับคำสั่งจากหน่วยราชการลับของอินเดียให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยสืบราชการลับสลับกันกับกองกำลังรักษาสันติภาพของอินเดียที่ถูกบังคับให้ถอนออกมาจาก จาฟฟ์น่าที่ศรีลังกา เมื่อเดินทางแทรกซึมเข้าสู่ประเทศศรีลังกา พันตรีวิกราม ซิงห์ ได้เข้าไปพัวพันกับกลุ่มกบฏพยัฆทมิฬอีแลมและสงครามที่นั่น อย่างไรก็ตามดูเหมือนเขาจะโชคดีเมื่อได้พบกับนักสื่อสารมวลชนชาวอังกฤษท่านหนึ่งที่ต้องการจะเปิดเผยให้เห็นความจริงเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองที่ประเทศศรีลังกา และความคืบหน้าในการวางแผนลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีของอินเดียที่นายพันท่านนี้ต้องการที่จะเปิดเผยความจริง"

               จากเนื้อหาข้างต้นนี้เป็นโครงเรื่องของภาพยนต์ “มัทราส คาเฟ่ (Madras Café)” ซึ่งทีมงานสร้างภาพยนต์บอลลีวู้ดของอินเดีย(Bollywood) ได้บรรจงถ่ายทำในหลายประเทศด้วยกันคือ ประเทศไทย มาเลเซีย อังกฤษ และอินเดีย ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทยคือฉากสงครามกลางเมืองในประเทศศรีลังกาและนำออกฉายเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ ในหลายประเทศด้วยกันไม่ว่าจะเป็นที่สหรัฐอเมริกาและในประเทศกลุ่มอาหรับ นอกจากนี้หนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายที่ประเทศอังกฤษและแคนาดาต่อมา

               ถึงแม้ภาพยนต์เรื่องนี้จะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมในหลายประเทศ แต่เบื้องหลังแล้วเพียงแค่ตัวอย่างภาพยนต์เรื่องนี้ถูกนำเสนอออกมาได้ไม่นานก็ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านทันทีไม่ว่าจะเป็นจากพรรคการเมืองที่รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดีย หรือแม้กระทั่งชาวทมิฬบางกลุ่มที่รับไม่ได้กับภาพยนต์เรื่องนี้ที่นำเสนอบทบาทของกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิฬอีแลมในหนังเรื่อง “มัทราส คาเฟ่ (Madras Café)” ว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้แล้วยังมีนักการเมืองบางพรรคที่รัฐทมิฬนาดูระบุว่า ประเด็นสำคัญของภาพยนต์เรื่องนี้คือการต่อต้านชาวทมิฬ และนายประภาการัน(Prabhakaran) ผู้นำกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิพอีแลมที่โดนสังหารไปเมื่อหลายปีก่อนถูกกำหนดบทบาทให้เป็นผู้ร้ายในภาพยนต์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

               ดังนั้นในมุมมองนักการเมืองชาวทมิฬมองว่า เมื่อภาพยนต์เรื่องนี้นำเสนอภาพลบของชาวทมิฬที่จาฟฟ์น่า ประเทศศรีลังกา และทำให้คนเข้าใจบทบาทของกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิฬอีแลมผิดไปจากความเป็นจริง ภาพยนต์เรื่องนี้ควรที่จะหยุดฉายและห้ามฉายต่อไป นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองบางคนมองว่าภาพยนต์เรื่องนี้พยายามที่จะยกย่องพรรคการเมืองบางกลุ่มและหัวหน้าพรรคโดยลดความสำคัญผู้คนในประเด็นอื่น ๆ ดังนั้น ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ฉายต่อไป และมีการข่มขู่จะขัดขวางถ้าหากภาพยนต์เรื่องนี้ถูกนำมาเปิดฉายที่เมืองมุมไบ

               ต่อมาได้มีการยื่นร้องเรียนให้มีการห้ามฉายภาพยนต์เรื่องนี้ไปที่ศาลสูงสุดของมัทราสที่เมืองเจนไนแต่ผู้พิภาษาไม่รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว แต่ในส่วนของคณะกรรมการบริหารว่าด้วยการรับรองการถ่ายทำและการฉายภาพยนต์ยังไม่อนุญาตให้ฉายภาพยนต์เรื่องนี้ที่รัฬทมิฬนาดู ดังนั้นจึงยังไม่มีการฉายภาพยนต์เรื่อง “มัทราส คาเฟ่ (Madras Café)” ในภาคภาษาทมิฬ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการขัดขวางในการฉายภาพยนต์เรื่องนี้ในภาคภาษาฮินดี

               นอกจากการนำเสนอภาพลบของชาวทมิฬที่อาศัยอยู่ที่จาฟฟ์น่าที่ประเทศศรีลังกาและภาพลบของกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิฬอีแลมในบาทบาทผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นตัวร้ายในเรื่องอันเป็นสาเหตุให้มีการร้องเรียนให้ยกเลิกการฉายภาพยนต์เรื่องนี้ออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งนั่นคือได้มีการร้องเรียนว่า ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากประธานาธิบดีของประเทศศรีลังกา คือ มหินทะ ราชปักษา (Mahinda Rajapaksa) ให้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องนี้โดยที่ประธานาธิบดีท่านนี้ต้องการพิสูจน์ให้เห็นถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน (ของกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิฬอีแลม)ในช่วงสงครามใกล้ยุติ อย่างไรก็ตามในระหว่างการโปรโมทภาพยนต์ จอห์น อับราหัม (John Abraham) นักแสดงนำในภาพยนต์เรื่องนี้ที่แสดงเป็น พันตรี วิกราม ซิงห์ Major Vikram Singh ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว

               ต่อมาขณะที่ภาพยนต์เรื่องนี้กำลังจะเปิดตัวฉายที่ประเทศอังกฤษก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน เมื่อหนังสือพิมพ์ เดอะฮินดู (The Hindu) ได้พาดหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งว่า “ภาพยนต์เรื่อง “มัทราส คาเฟ่” จะไม่ได้ฉายที่สหราชอาณาจักร (Madras Café will not be screened in U.K.)” จากแหล่งข่าวรายงานว่า บริษัทภาพยนต์ที่สำคัญสามแห่งในสหราชอาณาจักร เช่น Cinewolrd, Odeon และ Vue มีกำหนดจะเปิดตัวฉายภาพยนต์เรื่องนี้ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม แต่ก็มาถูกกลุ่มทมิฬชาวศรีลังกาที่อาศัยอยู่ที่สหราชอาณาจักรรวมตัวกันประท้วงเสียก่อน โดยเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม กลุ่มชาวทมิฬศรีลังกานำโดยองค์กรเยาวชนชาวทมิฬ (Tamil Youth Organization) ได้รวมตัวกันที่หน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทภาพยนต์ทั้งสามแห่งโดยถือป้ายประท้วงมีข้อความว่า “การยั่วยุให้เกิดความรุนแรงไม่ใช่เป็นการสร้างความบันเทิง/ห้ามมัทราส คาเฟ่/ห้ามถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง” นอกจากนี้แล้วกลุ่มผู้ประท้วงยังได้พากันเผาแผ่นป้ายภาพยนต์เรื่องนี้ด้วย

               ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ได้มีการรณรงค์การต่อต้านภาพยนต์เรื่อง “มัทราส คาเฟ่ (Madras Café)” ในเฟซบุ๊กหน้าเพจขององค์กรเยาวชนชาวทมิฬอีกด้วย โดยได้มีการเรียกร้องให้ชาวทมิฬร้องเรียนต่อภาพยนต์เรื่องนี้และโทรไปยังโรงภาพยนต์เพื่อเป็นการประท้วงต่อการฉายภาพยนต์เรื่องนี้ ในส่วนของเจ้าของบริษัทภาพยนต์ต่างยอมรับการรณรงค์ต่อต้านภาพยนต์เรื่องนี้เพราะไม่ต้องการที่จะเป็นสาเหตุการสร้างความขุ่นเคืองใจกับกลุ่มชนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใหนก็ตาม

               นอกจากนี้ยังมีรายงานพิเศษด้วยว่า หัวหน้าสิทธิมนุษยชนที่ประจำที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยว่า กลุ่มที่สนับสนุนกลุ่มปลดปล่อยพยัฆทมิฬอีแลม (The Pro-LTTE Groups) ยังคงมีอิทธิพลและผู้เห็นอกเห็นใจกลุ่มนี้ยังมีมาก นอกจากนี้แล้วกลุ่มนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านการเงินเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงมีความเคลื่อนไหวในต่างประเทศตลอดโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป

......................


(หมายเหตุ : มัทราส คาเฟ่ (Madras Café): บทเรียนที่ต้องจดจำในการผลิตภาพยนต์ที่นำเสนอความ : พระมหาสมพงษ์ คุณากโร พระนักศึกษาไทยที่เมืองเจนไน ประเทศอินเดียรายงานโดยอ้างอิงที่แหล่งที่มา : Wikipedia, หนังสือพิมพ์ The Hindu และ http://www.youtube.com/watch?v=hnkKI01I0Ac)