
'ประยุทธ์'ปัดรับข้อเสนอ'บีอาร์เอ็น'
'ผบ.ทบ.' ปัดรับข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น' รอมติ 'กปต.' ชี้ขาด เผยแนวคิดถังแก๊สอิ่มอุ่นหวังลดความรุนแรงเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้
12 ก.ย.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการนำเสนอคำสัมภาษณ์ของนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น โดยอ้างว่าทางการไทยรับข้อเสนอ 4 ใน 5 ข้อของขบวนการผ่านทางเว็บไซต์ deepsouthwatch.org ว่า ถ้านายอัสซัน ไม่ได้พูดผ่านคณะพูดคุยสันติภาพ ตนก็ไม่พูดด้วย ทั้งนี้อย่าไปฟัง หากฟังแล้วเขาก็จะพูดให้เราฟังทุกวัน เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้รับทราบว่าทางบีอาร์เอ็นได้ส่งเอกสารมาให้ฝ่ายไทยแล้ว อยู่ระหว่างการแปลภาษา
ดังนั้น กลุ่มบีอาร์เอ็นจะไปพูดทางอื่นได้อย่างไร ถ้าพูดอย่างอื่นก็ไม่ต้องคุยกัน หากเป็นเช่นนั้นก็ไปพูดคุยกันเอาเอง ตนได้สั่งการจัดเจ้าหน้าที่จากกองทัพบกและกอ.รมน.เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) โดยที่ประชุมจะมีการหารือประเด็นข้อเสนอ 5 ข้อของบีอาร์เอ็นว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร โดยขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม ตนไม่ได้ขัดข้องเรื่องการพูดคุย เรื่องนั้นเป็นไปตามขั้นตอน จะพูดแค่ไหนอย่างไร หรืออย่าเพิ่งไปบอกว่ารับหรือไม่รับ หรือพูดคุยได้หรือไม่ได้ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ทั้งนี้ขอร้องสื่อให้เขียนกันให้ดี อย่าไปเขียนว่าตนไม่เห็นด้วย เพราะตนไม่บอกอย่างนั้น เพียงแต่มันยังไม่มีคำตอบและข้อสรุป อีกทั้งไม่ใช่ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้อง
"ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้ซับซ้อนหลายปัญหา ยิ่งแก้ไปมาก็พันกันไปหมด วันนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งวิธีการปฏิบัติไม่เหมือนกับชาติอื่นในโลก เพราะนี่คือคนไทยด้วยกัน ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลเห็นว่าควรมีการพูดคุยกันก็ต้องพูดคุยกันในช่องทางที่เปิดไว้ เมื่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้เกิดขึ้นเราก็ต้องถามกลับไป เพราะถ้าเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้ก็ไม่เอื้อต่อการพูดคุย เราก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะปัญหาซับซ้อน กฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อฆ่าคนตาย กระทำความผิดทางอาญา อยู่ดีๆ จะยกคดีไม่ได้ ขณะนี้ได้มีการสืบสวนรู้ว่าใครเป็นใคร เพียงแต่ยังมีการหลบหนีอยู่ ทั้งนี้ต้องกดดันไปที่คณะพูดคุยว่าจะต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้เรา " ผบ.ทบ. กล่าว
เมื่อถามว่า บีอาร์เอ็นมีความจริงใจที่จะพูดคุยกับไทยอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากตอบคำถามนี้ ที่ตกลงคือการพูดคุยเท่านั้นจะควบคุมสถานการณ์ได้แค่ไหนก็ไปติดตามกันต่อ ไม่อยากให้สื่อถามว่าจริงใจหรือไม่ ยุติเมื่อไหร่ ตนตอบไม่ได้เพราะเรื่องแบบนี้พูดวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนแนวความคิดจัดทำถังแก๊สอิ่มอุ่นเพื่อใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นถังแก๊สเมื่อระเบิดแล้วทำให้มีชิ้นส่วนน้อยลง หรือทำให้เกิดแรงดัน การกระจายของชิ้นส่วนระยะสั้นลงถือเป็นเรื่องดี เรื่องนี้ตนได้บอกให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไปหาทางแก้ไขปัญหาถังแก๊ส ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่ทดลองแล้ว ถือว่าเป็นผลดี เมื่อถังแก๊สไม่ใช่โลหะ อันตรายก็จะน้อยลง ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง รวมถึงได้ขอความร่วมมือประเทศมาเลเซียในการสกัดกั้นชิ้นส่วนประกอบวัตถุระเบิดเพราะบางส่วนอาจมีการลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดน ขณะนี้มาเลเซียสามารถจับกุมอาวุธสงครามได้
ทั้งนี้ ตนได้เจอกับผบ.ทบ.ประเทศฟิลิปปินส์ว่า สถานการณ์ยังไม่จบ มีการพูดคุยเจรจาสันติภาพ แต่ยังรบกันอยู่ ส่วนการพูดคณะพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเพิ่งเริ่มต้นคุยยังไม่ถึงปี ขอให้ใจเย็นๆ ส่วนกรณีประเทศมาเลเซียจับกุมคนไทยพร้องอาวุธสงครามได้นั้น ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ว่าจะมีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ภาคใต้หรือไม่ โดยมาเลเซียยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ เพราะมาเลเซียก็ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาภายในเหมือนกัน ซึ่งปัญหาเรื่องแก็งอันธพาลก็มีเยอะ โดยจะใช้โอกาสนี้ในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือทั้งสองประเทศ ประเทศรอบบ้านจะต้องช่วยกันเราอย่าไปสร้างศัตรูกัน และไม่มีใครอยากทะเลาะกัน
"ตอนนี้มีหลายประเทศมีความเป็นห่วงประเทศไทยทุกเรื่อง ผมก็สู้เพื่อเอาศักดิ์ศรีของประเทศไทย ผมบอกว่าไม่ต้องกังวล ประเทศไทยคือประเทศไทย ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น ตนพูดกับผู้นำทุกประเทศ ทุกคนอย่าห่วงเพราะเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นแหละประเทศไทย ซึ่งทุกประเทศชื่นชมในพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางพระบรมราชินีนาถ ประเทศอื่นเขายังชม ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนบางคนเป็นอะไรต่างประเทศอยากมีพระมหากษัตริย์แบบเรา แต่ไม่มี ฉะนั้นเราอย่าเอาอะไรมาเกี่ยวพันกันหมดทั้งสถาบัน การเมือง ทหาร สถาบันนิติบัญญัติ กระบวนการยุติธรรม มาตีกันไปหมดแล้วจะอยู่กันอย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เผยวงประชุมผบ.ทบ.แปซิฟิกหารือแนวทางดูแลบาดแผลทางใจทหาร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผบ.ทบ.) กล่าวภายหลังการเดินทางกลับจากการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภูมิภาคแปซิฟิก ครั้งที่ 8 (Pacific Armies Chiefs Conference) ว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดคุย 3 ประเด็นคือ 1.ความเป็นเอกภาพในการบังคับบัญชาในการจัดกำลังรักษาสันติภาพในภูมิภาคต่างๆ ของโลก และเอเซียแปซิฟิคหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น 2.ความท้าทายในการปฏิบัติการของกองกำลังรักษาสันติภาพ โดยทุกหน่วยที่เข้าปฏิบัติการต้องเตรียมพร้อมในทุกมิติ 3.การดูแลกำลังพลที่เข้าปฏิบัติการรบในพื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรง โดยเฉพาะที่ได้รับความบาดเจ็บหรือเกิดบาดแผลในจิตใจ ซึ่งสิ่งที่ได้พูดคุยมีสาระพอสมควร เราก็จะได้นำมาประยุกต์ปรับใช้กับประเทศไทย กำลังพลของเราที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เขาอาจไม่สบายใจ เราก็ต้องดูแล โดยมอบให้กรมแพทย์ทหารบก จัดแพทย์ และ เปิดคอร์สเพื่อดูแลเรื่องนี้มากขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้เสนอว่านอกจากต้องดูแลทหารแล้วต้องไปดูแลประชาชนในพื้นที่ด้วย เพื่อลดบาดแผลในใจที่เกิดจากความรุนแรงตรงนั้น ทั้งนี้ ได้เรียนในที่ประชุมถึงการเตรียมกำลังพลให้พร้อม ซึ่งตนก็มีความเป็นห่วงกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามชายแดนรอบประเทศ กับ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว โดยก่อนเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ได้มีการฝึกทบทวนอย่างหนัก 6 เดือน และเตรียมพร้อมเรื่องอื่นๆ ข้อสำคัญคือเราเน้นดูแลประชาชนในพื้นที่เรามาก เพราะต่างเป็นคนไทยด้วยกัน ผู้นำทางทหารที่เข้าร่วมประชุมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้เน้นความสำคัญตรงนี้มากนัก แต่ไปให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกำลังพลเท่านั้น
“ ผมยังได้กล่าวในที่ประชุมว่าที่เราทำงานและประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ มีความก้าวหน้า เพราะดินแดนยังเป็นของไทยอยู่ทุกประการ ที่สำคัญคือเราได้บอกกับที่ประชุมซึ่งมีตัวแทนผู้บัญชาการ 29 ประเทศ ว่า เรานำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เข้าไป โดยคำนึงถึง ประเพณี ประชาชน อัตลักษณ์ เข้าใจในปัญหาหลัก และรอง รวมถึงเข้าถึงปัญหาเหล่านั้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยการพัฒนาทั้งระบบ ทั้งการพัฒนาจากประชาชนในพื้นที่ และการพัฒนาจากข้างนอกที่รัฐให้การสนับสนุนบริหารในภาพรวม อีกเรื่องคือการช่วยเหลือประชาชนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไว้ว่า การช่วยคนอย่าไปให้ปลาเขา แต่ต้องสอนให้คนหาปลา เวลาเราไม่อยู่เขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ช่วงแรกอาจแจกก่อนแต่สถานการณ์ดีขึ้นเราก็ต้องสอนเขา เหมือนที่เราส่งทหารไปซูดาน หรือติมอร์ตะวันออก ทุกประเทศพอใจ” ผบ.ทบ. ระบุ



