
เกือบตายเพราะเป็นหนี้เงินกู้โหด
12 ก.ย. 2556
เกือบตายเพราะเป็นหนี้เงินกู้โหด : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-สุชาติ สูงเรือง // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน
สาวน้อยวัย 15 ปีหมาดๆ เพิ่งก้าวผ่านการใช้คำนำหน้าว่าเด็กหญิงได้ไม่กี่วัน คิดว่าตัวเองเติบใหญ่ กล้าแข็งพอเผชิญโลกภายนอกที่มองว่าสวยหรู น่าค้นหา เมื่อมีผู้ชายวัยคราวพ่อผ่านเข้ามาก็คิดว่า "ใช่" จึงเลือกหยุดการเรียนเพียงชั้นประถมและมาร่วมใช้ชีวิตกับเขา
"เยาร์วธิดา ละอองดี" ใช้ชีวิตจากเด็กหญิงไปเป็นนาง ไม่เคยผ่านช่วงวัยรุ่นที่แสนจะสนุกสนานและเต็มไปด้วยประสบการณ์เหมือนคนอื่น การเรียนที่แสนน้อยนิด ทำให้ทางเดินในอนาคตก็มีให้เลือกน้อยไปด้วย ก้าวไม่พ้นวังวนคนหาเช้ากินค่ำ จะคาดหวังการงานที่ดีมีรายได้กว่านี้ได้อย่างไรในเมื่อใบเบิกทางต้นทุนทางสังคมทั้งฐานะทางครอบครัวและการศึกษาไม่สามารถไปสู้กับใครเขาได้
สิบปีที่ใช้ชีวิตคู่ ก้าวเข้าสู่วัยเบญจเพศ พร้อมกับเรือพ่วงอีก 3 ลำที่ขนความยากลำบากในการดำรงชีวิตมาเต็มลำเรือ สามีวัยคราวพ่อเองก็ท้อแท้ หาไม่พอกินเริ่มมีหนี้สิน ที่สุดก็ตัดสินใจทิ้งร้างหนีไป
"การรีบตัดสินใจแต่งงานเพียงเพื่อหวังอยากมีผู้ชายสักคนมาทำหน้าที่แทนพ่อที่จากไป หวังพึ่งพาฝากชีวิตไว้กับเขา แต่กลับเป็นการก้าวผิดอย่างมหันต์ไม่คุ้มกันเลย ช่วงนั้นกอดลูกร้องไห้ทุกคืน อดมื้อกินมื้อ สงสารลูก ต้องไปทำงานรับจ้างขายของในตลาดสดอำเภอปทุมราชวงศาบ้านเกิด ได้ค่าแรงวันละ 100-120 บาท สำหรับคนเป็นแม่ในวันไม่มีเงินเข้าบ้าน ไม่มีเงินให้ลูกๆ ไปโรงเรียน น้ำตามันตกใน"
ที่สุดเมื่อถึงทางตัน "เยาร์วธิดา" ตัดสินใจใช้บริการเงินกู้นอกระบบทั้งที่รู้ว่าเป็นทางเดินสู่นรก แต่ตราบเท่าที่ยังไม่ตกเหว ก็ต้องดิ้นรนไป หนทางข้างหน้าเป็นอย่างไรค่อยหาทางแก้ และเป็นจริงดังคำคนอื่นที่เตือน เมื่อเงินกู้ 1,200 บาท ต้องผ่อนส่ง 30 วัน วันละ 100 บาท เงินค่าแรงต่อวันต้องจ่ายเงินกู้หมด แล้วจะเอาอะไรกิน ต้องกู้เพิ่มจนทั้งต้นทั้งดอกรัดตัว "หนี" เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ตอนนั้น
"พาลูกๆ ไปอยู่กับแม่ ฝากนายจ้างให้ช่วยเคลียร์หนี้สินให้ด้วย จะขอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไปหางานทำที่ชลบุรี ได้งานในร้านอาหาร ทำอยู่ 3 ปี จึงค่อยลืมตาอ้าปากได้"
เมื่อฟ้าเปิดชีวิตเริ่มดีขึ้น "วิลลี ฮูเซอร์" เชฟห้องอาหารชาวสวิตเซอร์แลนด์ก็ก้าวเข้ามา เขามาท่องเที่ยวในเมืองไทยด้วยความหวังที่จะมองหาสาวไทยเป็นคู่ชีวิตหลังเกษียณอายุ ต้องการฝากชีวิตไว้กับแผ่นดินไทย หลังจากที่เห็นเพื่อนๆ มีภรรยาคนไทยที่เอาใจเก่ง คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบ เป็นคู่ชีวิตที่หาไม่ได้ง่ายๆ
แต่ "วิลลี" ก็ต้องผิดหวัง ภาพสาวไทยที่แสนจะอ่อนหวานซื่อสัตย์อย่างที่เขาต้องการหาไม่ได้ง่ายนัก เขาตระเวนหาสาวงามตามคลับตามบาร์ที่สาวไทยทำงานอยู่นาน 3-4 เดือน ทุกวันจะพาสาวๆ ไปเที่ยวไปดื่มเต็มที่แต่ก็ยังไม่ถูกใจสาวคนไหน
ซ้ำร้ายกว่านั้น วิลลีถูกสาวอีสานคนหนึ่งหลอกเอาเงินไปหลายหมื่นบาท วิลลีเลยได้สติ ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ตั้งมั่นหาคู่ ดูผู้หญิงที่ดี กระทั่งมาพบเยาร์วธิดา
รู้สึกชอบใจในรูปร่างหน้าตา ยิ่งเมื่อทดสอบอุปนิสัยหลายครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกถูกใจ และบอกตัวเองว่านี่แหละคนที่หามานาน
"เลือกอยู่กินกับเยาร์วธิดาทั้งที่เป็นม่ายมีลูกติด 3 คน ก็ไม่สนใจในชีวิตที่ผ่านมา ทุกคนผิดพลาดได้ อยากทดลองใจว่าจะเห็นแก่เงินหรือคบเพราะรักแท้ ด้วยการฝากเงินให้ไปซื้อของ ประเภทเสื้อผ้าเครื่องใช้ ประมาณเงินที่พอดี มีเงินทอนบ้างแต่ไม่มาก ทุกครั้งเธอจะทอนเงินคืนให้ แม้ 1 บาทก็คืนให้ จึงเกิดความประทับใจในความซื่อสัตย์ ถ้าเงินที่ฝากไปซื้อของเหลือ ไม่เคยเอาเงินเก็บไว้หรือเอ่ยปากขอ ครั้งสุดท้ายฝากเงิน 1 หมื่นบาท ให้ไปซื้อเสื้อผ้าที่ราคาแพงกว่านั้น เขาก็ยังควักเงินจ่ายเพิ่มให้ก่อน ทำให้รู้สึกประทับใจในความซื่อสัตย์ของสาวไทยคนนี้"
เมื่อถึงวันเดินทางกลับ วิลลีฝากความหวังไว้แค่เพียงว่า จะกลับมาหาอีก ในใจของฝ่ายหญิงกลับรู้สึกเคว้งคว้าง คิดว่าอาจจากกันนิรันดร์ หากเขาไม่ผูกสมัครรักจริง คำว่า "จะกลับมา" อาจเป็นเพียงแค่ลมปาก วันเวลาผ่านก็ลืมหมด
ระหว่างนั้นเฝ้ารอเขาโทรมาหา จะโทรไปก่อนก็มีค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศนาทีละหลายบาท ในใจก็กลัวว่าเขาจะหาว่าไปตามตื๊อ ก็ได้แต่เป็นฝ่ายรอ และที่สุดเขาก็โทรศัพท์มาหา ได้พูดคุยกันผ่านนายจ้างเกือบทุกคืนตลอด 4 เดือน ทุกครั้งจะย้ำบอกให้รอวันเขาเกษียณจะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยที่เมืองไทย
สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ก่อเกิดความผูกพันในใจกันและกัน เมื่อครบกำหนด วิลลีก็เดินทางมาถึงเมืองไทย และชวนเดินทางไปพบพ่อแม่ที่ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ตกลงอยู่กินกันด้วยสินสอดทองหมั้นตามประเพณีไทย สิ่งที่ประทับใจในตัวเขาและขอสารภาพจะดูแลเขาไปตลอด คือ ความรัก รักที่เขารักลูกๆ ของเรา รักและเข้าใจชีวิตสาวไทยที่ตกอับ เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา
"จากครอบครัวจนๆ อยู่กินกับสามีคนไทยกำลังจะกอดคอกันจมน้ำตาย ต้องขอเลิก วิลลีเองก็รู้ บอกให้รู้ก่อนคบกันเลยว่า ฉันรักลูกของฉันมาก ฉันไม่อยากให้ลูกหิว และแม่ผู้บังเกิดเกล้าของฉันฉันก็ไม่อยากให้เขาหิว"
คำพูดเหล่านี้ที่เยาร์วธิดา บอกกับวิลลี เปิดเผยทุกเรื่องทุกความรู้สึกให้กระจ่างก่อนอยู่กินด้วยกัน เขาเข้าใจและมองว่านี่เป็นความซื่อสัตย์ของการใช้ชีวิตคู่ข้อที่หนึ่ง คือไม่ปิดบังกันทุกเรื่อง ต้องอยู่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อกัน เมื่อมีปัญหาก็จะร่วมกันแก้ให้ผ่านพ้นไปได้
ทุกวันนี้วิลลีดูแลลูกทั้งสามของเยาร์วธิดาอย่างดี ถ้าจะไปเที่ยวกับคนในครอบครัว จะเลือกไปวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าลูกๆ ไม่ว่างเขาจะไม่ไปจนลูกสาวคนเล็กที่กำลังเรียน ม.2 สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี เข้ากันได้สนทนาพูดกับคุณพ่อชาวต่างชาติได้ดีเยี่ยม สามารถนำความรู้ไปสอนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนด้วย พ่อของลูกจะขอมาพบบ้างเขาก็ไม่ปฏิเสธ ปัจจุบันลูกสาวคนโตได้เข้าทำงานมั่นคงแล้วใน กทม.จึงแยกตัวไปอยู่ต่างหาก
"ครอบครัวของเราอบอุ่นมาก มีความสุข มีบ้านซื้อที่ดินแยกตัวมาจากครอบครัวของคุณแม่ และแม้เงินเดือนของวิลลีจะไม่มีมากมาย เขาบอกว่าใช้ไม่หมดหรอก ถ้าช่วยกันประหยัด ชีวิตนี้จะขอทำหน้าที่ดูแลวิลลีสามีผู้ให้โอกาส จะซื่อสัตย์ เป็นเมียที่ดี สิ่งหนึ่งที่เตือนสติคือการก่อหนี้นอกระบบ จะไม่ให้มันหวนมาซ้ำรอยเดิมอีก มีน้อยใช้น้อย ไม่ลงทุน ไม่อยากรวย มีกินมื้ออิ่มมื้อ ไม่สุรุ่ยสุร่าย ก็มีความสุขที่สุดแล้ว"
.....................................
(เกือบตายเพราะเป็นหนี้เงินกู้โหด : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-สุชาติ สูงเรือง // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



