
'กอ.รมน.'รับถังแก๊สอิ่มอุ่น-นำร่องใช้3จว.ใต้
'กอ.รมน.' รับมอบถังแก๊สอิ่มอุ่นจากภาคเอกชน นำร่องใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดปัญหาระเบิด
12 ก.ย.56 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นตัวแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.รมน. เป็นประธานพิธีรับมองถังแก็สอิ่มอุ่น ซึ่งเป็นถังแก๊สคอมโพสิตผลิตจากใยแก้วผสมกับเรซิน จากบริษัทพีเอพี แก๊สแอนด์ออยล์ จำกัด จำนวน 100 ถัง เพื่อนำไปใช้ในโครงการนำร่องใช้งานทดแทนถังแก๊สเหล็กในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถังแก๊สอิ่มอุ่นนี้ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย มอก.2441-2552 และผ่านการทดสอบโดยชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย จ.ปัตตานี แล้วว่ากระสุนปืนชนิดต่างๆสามารถยิงทะลุผ่านถังแก๊สอิ่มอุ่นได้ แต่ไม่เกิดเปลวไฟ และเมื่อนำไปบรรจุวัตถุระเบิดแสวงเครื่องเอ็นโฟร์ 25 กก. พบว่าสะเก็ดระเบิดมีขนาดเล็ก มีมวลเบา รัศมีการกระจายไม่กว้าง ลดโอกาสและความเสี่ยงต่อความสูญเสียจากอำนาจระเบิดของระเบิดแสวงเครื่องที่ทำจากถังเหล็ก
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ถังแก๊สดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรอง ผอ.รมน. เคยมีความคิดไว้ว่าอยากให้มีการควบคุมถังแก๊สให้ได้ เพราะเป็นวัสดุที่สามารถนำไปก่ออันตรายกับประชาชน ถือเป็นเรื่องหลักเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้มีการควบคุม รวมถึงสีของถังแก๊สด้วย เพื่อควบคุมการนำเข้า-ออกในพื้นที่ โดยทางโครงการได้ผลิตถังแก๊สคอมโพสิต ซึ่งเป็นใยแก้วผสมเรซินออกมา และทำสีถังที่แตกต่างจากเดิม นับว่าเป็นประโยชน์ในการควบคุม และได้ไปทดสอบในระดับหนึ่งแล้ว พบว่าอันตรายในด้านต่างๆก็ลดน้อยลงจริง ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
“ผมได้ประสานนายปราโมทย์ ญาณทักษะ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานว่าอยากให้มีการขยายโครงการนี้ ส่วนรายละเอียดคงจะต้องเป็นเรื่องของกระทรวงพลังงานที่รับความต้องการของทางกอ.รมน. ว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นประโยชน์ในเรื่องของการลดอันตราย ในส่วนของถังดับเพลิงหรือท่อเหล็ก แน่นอนว่าผู้ก่อเหตุพยายามจะปรับไปใช้ในส่วนต่างๆเหล่านี้ แต่อุปกรณ์หลักๆที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ก็น่าที่จะเริ่มดำเนินการ และในวันนี้เราได้รับถังแก๊สเป็นโครงการนำร่องนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ และจะพยายามขยายโครงการนี้ให้ควบคุมพื้นที่ทั้งหมด หากเรามีการควบคุมยอดจำหน่ายถังแก๊สในแต่ละพื้นที่และมีสีของถังแก๊สเฉพาะ เราก็จะสามารถควบคุมได้ และทราบว่าถังที่ใช้หมุนเวียนอยู่ไม่หายแบบผิดปกติ แต่ถ้าหายไป เราสามารถรู้ว่าพื้นที่นั้นมีความผิดปกติ จะทำให้เราควบคุมเหตุรุนแรงได้ดี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการบังคับเป็นกฎหมาย เพียงแต่ขอความสมัครใจในการใช้ถังแก๊สชนิดดังกล่าว และในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนวัสดุอื่นๆ อาทิ ถังดับเพลิง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้วย ” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
นายปราโมทย์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยกระทรวงพลังงานจะเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะการส่งเสริม เพราะต้องใช้เวลาในการผลิต เพื่อที่จะนำไปทดแทนถังแก๊สแบบเดิม ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยความสมัครใจ ขณะนี้มีหลายบริษัทที่ทำธุรกิจถังแก๊สให้ความสนใจถังแก๊สแบบคอมโพสิตมาใช้แทนถังเหล็ก ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ หากบริษัทใดพร้อมก็เข้าไปดำเนินการ ซึ่งทราบว่ามีอยู่ 2-3 บริษัทที่จะนำถังแก๊สแบบคอมโพสิตมาจำหน่าย ในส่วนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หากมีความพร้อมก็สามารถเข้าร่วมได้เลย ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นช่วงเริ่มต้นจะใช้วิธีการแลกเปลี่ยนถังแก๊สแบบเดิมที่ประชาชนใช้อยู่ ซึ่งจะเป็นไปตามความสมัครใจ ส่วนจะมีกฎหมายออกมาบังคับหรือไม่นั้น ต้องรอความพร้อมของทั้งสองฝ่าย คือถังที่ผลิตใหม่ต้องมีความเพียงพอ แต่ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นทำให้ถังใหม่ยังไม่มีความเพียงพอ
ด้านนายสมชาย สิริพันธ์วราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพีเอพี แก๊สแอนด์ออยล์ จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไปทางบริษัทฯจะดูผลตอบรับจากการที่กอ.รมน.นำถังแก๊สไปใช้ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากได้ผลการตอบรับที่ดีก็ยินดีที่จะร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวให้สำเร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ต้นทุนในการผลิตถังแก๊สดังกล่าวสูงกว่าที่ใช้ในปัจจุบันไม่มาก แต่ยืนยันว่าเป็นโครงการช่วยชาติ เราจะใช้ประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ส่วนประโยชน์ทางธุรกิจคงไม่พูดถึง แต่จะหาวิธีสนับสนุนโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว



