ข่าว

'ธรรมศาสตร์'ถกเสวนาแก้รถติดกทม.

'ธรรมศาสตร์'ถกเสวนาแก้รถติดกทม.

12 ก.ย. 2556

'ธรรมศาสตร์' ถกเสวนาแก้รถติดกทม. หนุนคนกรุงปั่นจักรยาน-ใช้ระบบขนส่งมวลชนแทน เชื่อ 3 ปีจราจรคลายวิกฤติ หลังรถไฟฟ้าแล้วเสร็จหลายสาย

 

                             12 ก.ย.56 ที่ชั้น 1 ห้องประชุมจิ๊ด เศรษฐบุตร อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาหัวข้อ "จะทำอย่างไร...ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองพาหนะส่วนรวม" ในโครงการรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ในเขตกรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย 1.พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) 2.นายทรงกลด บางยี่ขัน นักเขียนจากนิตยสารอะเดย์ 3.นางสรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว และ 4.นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. ดำเนินรายการโดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังเกือบ 70 คน

                             นางสาวตรีดาว กล่าวว่า กทม.มีแผนดูแลเรื่องให้กรุงเทพฯเป็นเมืองขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน 9 แผน อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถเมล์บีอาร์ที เรือสาธารณะ หรือการให้มีการใช้รถยนต์น้อยลง รวมถึงจะเพิ่มการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรลสายแรกอีก 4-5 ปีข้างหน้าในเส้นวัชรพล-ทองหล่อ ซึ่งขณะนี้ได้มีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาโครงการแล้ว ส่วนการร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมยินดีจะทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ตามสิ่งที่นายกฯได้เคยพูดไว้ โดยการเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ส่วนเรื่องทัศนคติของคนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าคนยังคิดว่าใช้รถยนต์สบายกว่า ต่อให้มีระบบขนส่งสาธารณะแค่ไหนคนก็คงไม่ใช้ จึงต้องทำอย่างไรที่ต้องบูรณาการร่วมกัน ทำอย่างไรต้องหาที่จอดรถ 4 มุมเมือง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครสละที่ตรงนี้

                             "ถ้าจะรณรงเลิกใช้รถยนต์จริงจัง ต้องทำให้จักรยานใช้บนถนนได้จริง กทม.จะใช้เกาะรัตนโกสินทร์เป็นเส้นทางต้นแบบ ซึ่งกทม.จะไปทำความเข้าใจกับหน่วยงานทั้งหมด เพื่อใช้ถนนเส้นนี้เป็นถนนจักรยานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทั้ง 39 เส้นทางจักรยานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อยู่ระหว่างการพิจาณาว่าสามารถเชื่อมต่อเส้นทางอื่นได้หรือไม่ ต่อไปนี้สำนักจราจรและขนส่งจะลงพื้นที่ไปขี่จักรยานด้วย เพื่อทราบว่าแต่ละเส้นทางมีอุปสรรคอย่างไรบ้าง" นางสาวตรีดาว กล่าว

                             นางสรณรัชฎ์ กล่าวว่า หากดูตัวอย่างจากเมืองทั่วโลก ทุกเมืองจะมีเอกลักษณ์ตามกายภาพ ถ้ามีการถอดบทเรียนจะพบว่าจะมีการให้ความสำคัญเพื่อให้ความสะดวกสบายกับรถยนต์ให้น้อยที่สุด จึงต้องจัดเชิงนโยบายว่าตั้งใจจริงกับการให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องอะไรก่อน ถ้ายังไม่ลดความอำนายความสะดวกของรถยนต์ พาหนะอื่นๆที่จะเกิดขึ้นมาคงจะยาก อาจจะมีการแบ่งแยกเลนในการใช้ถนนร่วมกัน ซึ่งนักวางแผน ศิลปิน นักการสื่อสารสามารถนำถอดบทเรียนมาทำร่วมกันได้ ทั้งนี้ถึงจะไม่เสียสละลดการใช้รถยนต์ แต่ต้องมีจินตนาการรักษาผลประโยชน์เพื่อส่วนรวม

                             "การพัฒนาเมือง ให้สอดคล้องต้องเอาใจใส่การเติบโตของรูปแบบโดยเริ่มจากหน่วยเล็กๆ การให้ลำดับความสำคัญอย่างไรก็หนีไม่พ้นสถานการณ์โลกมีคนมากขึ้น ทุกคนอยากสบายเท่ากัน จึงต้องลดความสำคัญของรถยนต์ลง เรื่องกระแสหลักจึงต้องอาศัยจากการสื่อสารจากประสบการณ์ตรง ซึ่งจะเห็นได้จากหลายประเทศ" นางสรณรัชฎ์ กล่าว

                             ด้าน นายทรงกลด กล่าวว่า คนไทยมองพาหนะเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม คนไทยคิดว่านั่งรถเมล์จะดูดีหรือไม่ ที่ผ่านมาตนไม่ได้นั่งเครื่องบินในประเทศมา 3 ปีแล้ว เพราะจะใช้รถไฟ หรือรถทัวร์ เรื่องนี้จึงผ่านไปยากเหมือนกันที่สายตาคนนอกจะมองเข้ามา แต่ถ้าเลิกคิดเป็นว่าพาหนะเป็นเฟอร์นิเจอร์เราก็จะเลิกใช้สิ่งนั้น แต่ที่จักรยานที่ประสบสำเร็จทั่วโลกเพราะจะดูเท่ห์ อินดี้ ทำให้คนเปลี่ยนแปลงค่านิยมได้ ซึ่งบ้านเราก็แปลกว่าส่วนใหญ่ไม่ได้แก้ปัญหาจากตัวเอง จะมองคนอื่นผิด ทางแก้จึงต้องให้เห็นปัญหาร่วมกัน โดยเริ่มที่ตัวเราก่อน ถ้าเปลี่ยนรูปแบบความคิดเป็นเคร่งครัดกับตนเอง และผ่อนปรนกับคนอื่นโลกจะดีขึ้น

                             "การรณรงค์ให้คนมาใช้พาหนะส่วนรวมมากขึ้น ผมมองอย่างแรกเป็นเรื่องการขาดความเข้าใจ เช่น มารยาทการใช้จักรยานในการปฎิบัติกับถนน หรือรถยนต์จะปฎิบัติกับจักรยานอย่างไร เพื่อให้เป็นแนวปฎิบัติของสังคม อย่างที่สองตัวอย่างที่ดีอาจจะต้องยอมหักดิบบ้าง ถ้าดีก็ทำไปเลย อาจจะยอมเจ็บสั้นเพื่อให้ยาวสบาย" นายทรงกลด กล่าว

                             ขณะที่พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ปัญหาจราจรเป็นปัญหาวิกฤติ เป็นวาระแห่งชาติ และแย่ลงกว่าเดิม ที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้าบนดิน และใต้ดินช้ามาก บ้านเราถ้ารถติด 3 นาทีจะติดยาว 1 กิโลเมตร แต่จากนี้อีก 3 ปีทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะระบบรถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จหลายสาย ที่ผ่านมาตนไม่เคยขึ้นรถเมล์มา 10 ปีแล้ว จึงต้องพัฒนาคุณภาพของคน รถ การบริการของรถยนต์ขนส่งสาธารณะดีขึ้นหรือไม่ ถ้าระบบขนส่งสาธารณะดีขึ้นหลายคนคงไม่ขับรถยนต์ ซึ่งตอนนี้จุดเริ่มต้นสตช.ร่วมกับกทม.เพื่อจัดระเบียบรถตู้ การคืนทางเท้าให้ประชาชน

                             "จักรยานก็เป็นหนึ่งในรถที่วิ่งในทางจึงต้องปฎิบัติตามกฎจราจร อย่างที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มีอาคารจอดจักรยานโดยเฉพาะ มีการให้เช่าจักรยาน ซึ่งบ้านเราต้องใช้จักรยาน 3 ด้าน 1.คมนาคม 2.การท่องเที่ยว 3.กีฬาและสันทนาการ และผมไม่เห็นด้วยที่รัฐจะมาลิดรอนสิทธิประชาชน โดยที่รัฐไม่สนับสนุนอะไรเลย ดังนั้นรัฐจึงต้องสนับสนุน แล้ววันหนึ่งประชาชนจะเลิกใช้รถยนต์เอง" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว