ข่าว

'ทัพฟ้า'บรรจุ'ฝูงบินกริพเพน'

'ทัพฟ้า'บรรจุ'ฝูงบินกริพเพน'

11 ก.ย. 2556

'ทัพฟ้า' บรรจุ 'ฝูงบินกริพเพน' เสริมเขี้ยวเล็บ 'ผบ.สส.-ผบ.ทอ.' บินกริพเพนโชว์ 'ธนะศักดิ์' ชมทอ.เสริมศักยภาพเยี่ยม เชื่อช่วยป้องภัยคุกคามได้

 

                            11 ก.ย. 56  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี  พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางมาเป็นประธานในพิธีบรรจุเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์กริพเพน เข้าประจำการระบบป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ (GRIPEN INTEGRATED AIR DEFENSE SYSTEM) ภายหลังจากที่กองทัพอากาศได้รับมอบเครื่องบินกริพเพนครบ 1 ฝูง จำนวน 12 ลำ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผบ.ทร. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งคณะทูตทหารและนายทหารระดับสูงเข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ยังมี พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ มาร่วมพิธีด้วย โดย พล.อ.ธนะศักดิ์ และ พล.อ.อ.ประจิน ได้ออกเดินทางจากกองบิน 6 ดอนเมืองด้วยเครื่องบินกริพเพนในฐานะนักบินที่ 2 โดยได้บินร่วมกับหมู่บินเกียรติยศ ประกอบด้วยเครื่องบินเอฟ 16 จำนวน 1 ลำ และเอฟ 5 จำนวน 2 ลำ

                            ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวภายหลังเสร็จพิธีว่า ขอแสดงความยินดีกับกองทัพอากาศ ที่บรรจุระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ซึ่งเชื่อมั่นว่า กองทัพอากาศไทยจะเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนได้ก่อนปี 2562 ตามแผนที่ผบ.ทอ.ได้วางไว้ ซึ่งระบบดังกล่าวถือว่าเป็นระบบที่ดีมาก และมีเพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยมิตรประเทศต่างชื่นชมในขีดความสามารถและยุทโธปกรณ์ของไทยในครั้งนี้ที่จะทำให้เราเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค ส่วนการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบระหว่างกองทัพอากาศกับกองทัพเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่างซักซ้อม แต่ถ้าจะทำให้ 100% นั้น จะต้องพัฒนาขึ้นตามลำดับ พร้อมทั้งดึงกองทัพบกเข้ามาร่วมด้วย โดยทั้งหมดจะเข้ามารวมในระบบศูนย์กลางของกองทัพไทย

                            "ขอชื่นชมผู้ริเริ่มโครงการที่มีความคิดกว้างไกล เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่เหมาะสมต่อภูมิประเทศ รวมทั้งราคาและสมรรถนะ โดยการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เพื่อการรบ แต่เป็นการป้องปราม เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต ขณะเดียวกันในอนาคตเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็จะเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของอาเซียนในการรักษาสันติภาพ จริงๆ แล้วกว่าจะได้เครื่องบินมาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกอย่างต้องทำให้โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม อีกทั้งการแข่งขันก็มีมากมาย ทั้งการเมืองและธุรกิจ แต่ในที่สุดก็ต้องขอชื่นชมกองทัพอากาศว่ามุ่งมั่นเลือกสิ่งที่ดีและได้สิ่งที่ดี ขอให้ทุกคนร่วมกันภาคภูมิใจ"

                            เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนยังเป็นห่วงเรื่องการใช้งานเครื่องบินกริพเพนลำที่ถูกฟ้าผ่า 1 ลำ ล่าสุดระหว่างเดินทางมาประเทศไทย พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เครื่องบินทุกลำมีระบบป้องกันฟ้าผ่า ซึ่งเครื่องดังกล่าวขณะบินกลับมาเจอกับปัญหาสภาพอากาศ แต่เนื่องจากเป็นระบบสมัยใหม่อาจส่งผลต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องมีการลงจอดเพื่อตรวจสภาพ และพบว่าไม่มีปัญหาก็สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยทั้งหมดอยู่ในความดูแลของประเทศสวีเดนเป็นอย่างดี หากเครื่องเสียเขาก็จะให้เครื่องใหม่ทั้งลำ ไม่ใช่การซ่อมแซม ขอให้สบายใจได้

                            ด้าน พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศไทยที่ผบ.สส.ขึ้นเครื่องบินรบมาทำพิธีบรรจุเครื่องบินกริพเพนเข้าประจำการ ถือว่าเป็นเกียรติสูงสุด สำหรับความประทับใจโครงการนั้น เราได้พยายามเดินฝ่าอุปสรรคจนบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้คาดหวังไว้ ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจ และสำนึกในการสนับสนุนของรัฐบาลและประชาชน อย่างไรก็ตามหวังว่าในอนาคตโครงการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็คงจะได้รับการสนับสนุนเช่นกัน

                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ กริพเพน 39 ซี/ดี ถือเป็นโครงการใหญ่ของกองทัพอากาศที่มีการจัดสรรงบประมาณผูกพันแบ่งเป็น 2 ระยะตามมติคณะรัฐมนตรีในปี 2550 โดยในระยะที่ 1 จำนวน 6 เครื่อง งบประมาณผูกพันปี 2551 ถึง 2555 ในวงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท และในระยะที่ 2 อีก 6 เครื่องในงบประมาณผูกพันปี 2554 ถึง 2558 วงเงิน 16,266 ล้านบาท พร้อมกันนี้ สวีเดนได้มอบเครื่องบิน saab 340 ร่วมมาด้วย สำหรับการเข้าประจำการของเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงบิน จำนวน 12 เครื่องจะทำให้กองบิน 7 มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันทางอากาศ การสนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับเหล่าทัพอื่น และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในลักษณะของการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบร่วมกับเครื่องบิน Saab 340 และการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีในระบบการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร การหยั่งรู้เท่าทันสถานการณ์ ทวีความสามารถการบัญชาการและควบคุม ลดจุดอ่อนระบบป้องกันทางอากาศ ขยายขีดความสามารถการตรวจจับเป้าหมายและการเคลื่อนไหวทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม สามารถติดต่อสื่อสาร ส่งผ่าน เชื่อมต่อ และถ่ายทอดข้อมูล เร่งวงรอบของกระบวนการตัดสินใจในระบบบัญชาการและควบคุมได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ นำไปสู่การทวีอำนาจกำลังรบ