
'พท.'ให้ฉายา'ชวน'หลักเสื่อม!
'พท.' เย้ย 'ชวน' หลักเสื่อม อ้างสภาวุ่นวายเพราะถูกปิดปาก - ยอมให้พรรคเสียภาพลักษณ์ในสภา ดีกว่าเป็นเด็กดีสั่งได้
11 ก.ย. 56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในรัฐสภา หัวใจสำคัญอยู่ที่ประธาน สภาป่วนเพราะถูกปิดปาก พรรคประชาธิปัตย์ยอมเสียภาพลักษณ์ในสภาดีกว่าเป็นเด็กดีที่ให้เขาสั่งได้ ว่า นี่ถือเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ต้องบันทึกไว้ นายชวน พูดเอาแต่ได้ ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริง หลักฐานเชิงประจักษ์ ก็เห็นกันอยู่ว่า ใครทำตัวเป็นอันธพาลเสียงข้างน้อย อย่าเหมารวมความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเกิดจากการที่ถูกปิดปาก ทำไมไม่สำรวจพฤติกรรมของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ ทั้งการอภิปรายเสียดสี ใส่ร้าย พูดวกวน และยังแสดงอาการเสื่อมในสภามากมาย วันนี้ไม่มีระบบขี้ข้าใคร ประธานก็ทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎกติกา มีแต่พวกที่ไม่พอใจเท่านั้นที่สร้างปัญหา โดยที่ไม่มองถึงความถูกต้อง ถ้าจะอ้างว่าถูกกดดัน ใครๆ ก็อ้างได้ ว่ามีความกดดัน จนบันดาลโทสะ เกินจะควบคุมตัวเอง แต่ข้อแตกต่างของมนุษย์ผู้เจริญ คือ การรู้จักยับยั้งชั่งใจ เคารพในกฎ กติกา มารยาท ตามครรลองวิถีประชาธิปไตย สิ่งที่กล่าวว่า มีใครสั่งใครได้นั้น ล้วนเป็นมโนภาพ ที่พรรคประชาธิปัตย์สร้างขึ้นมาเอง ต่างจากสิ่งที่เห็นชัดๆ ไม่ต้องพิสูจน์ หรือวิเคราะห์อะไรเพิ่มเติม ที่วันดีคืนดี ก็เขียนข้อความด่าประธาน ล้อมกรอบ ฉุดกระชาก ลากเก้าอี้ ปาแฟ้มใส่ประธาน เมื่อไม่เคารพข้อบังคับการประชุมก็ถือว่าหนักมากแล้ว แต่นี่เลยจากมาตรฐาน ส.ส.จนเป็นอันธพาลไปแล้ว ความรุนแรงในสภา ทุกฝ่ายช่วยกันยับยั้งได้ ถ้าผู้ใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน พูดแต่ละครั้ง เอาแต่ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว เห็นทีต้องให้ฉายาใหม่แล้ว ท่าน ชวน หลักเสื่อม
'พร้อมพงศ์' อัด 'ชวน' ยอมขัดหลักการโดดอุ้มลูกพรรค
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในรัฐสภาขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม และพรรคประชาธิปัตย์ยอมเสียภาพลักษณ์ในสภาฯ ดีกว่าเป็นเด็กดีที่สั่งได้ว่า นายชวนกำลังโยนบาปให้ประธานรัฐสภา ทั้งๆ ที่ควรจะตักเตือนและตั้งคณะกรรมการสอบสวนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อเหตุบ่อยครั้งจนทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐสภาเสียหาย สะท้อนจากผลโพลล์ของเอแบคโพลล์ที่ชี้ให้เห็นถึงกรณีที่นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ทุ่มเก้าอี้ในสภาฯ ว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนถึงร้อยละ 91 รวมทั้งร้อยละ 73.6 ยังเสนอให้สอบจริยธรรมนายเชนอีกด้วย
ทั้งนี้นายชวน เคยบอกว่ายึดมั่นระบบรัฐสภา แต่กลับออกมาให้สัมภาษณ์เหมือนให้ท้าย รวมทั้งยังโยนบาปไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า อดีตนายกฯ คุมกลุ่มอื่นๆ ไม่ได้ หรือแม้แต่สื่อมวลชนก็ยังโดนคุมบ้างแล้ว อีกทั้งยังมีกลุ่มนักธุรกิจเกรงว่าจะได้รับอันตรายหากให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกับรัฐบาลโดยจะโดนสรรพากรไปตรวจสอบบริษัทด้วย อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นถึงอดีตนายกฯ จะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน ตนขอท้าว่า ให้เอาหลักฐานมาเอาผิดทางกฎหมาย อย่าทำให้ประชาชนผิดหวังว่านักการเมืองอาวุโสอย่างนายชวน ออกมาอุ้มลูกพรรคโดยยอมขัดหลักการ
มั่นใจจ่าย 2,520 บ.ถึงมือเจ้าของสวนยางและคนกรีด
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงขณะนี้พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของเกษตรกรแล้ว คือ 1. คณะอนุกรรมการฝ่ายคดีเกี่ยวกับปัญหายางพารา มี พลตำรวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองเป็นประธาน 2. คณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การแก้ไชปัญหายางพารา มี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และ 3. คณะอนุกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ปลูกยางพารา มี นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน
ส่วนที่ชาวสวนยาง 18 จังหวัด มีมติยอมรับและพอใจจำนวนเงินชดเชยของรัฐบาล รองโฆษก กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ นั้น เชื่อว่าจะมีการพูดคุยกันต่อไป เนื่องจากขณะนี้มีกลไกการหารือทั้งในรูปของคณะกรรมการเฉพาะกิจและคณะกรรมการถาวร โดยเฉพาะการเพิ่มตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) จำนวน 2 คน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีกลไกและมีช่องทางในการสื่อสารความต้องการของกลุ่มให้รัฐบาลได้รับทราบ เพราะ กนย. เป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลเสถียรภาพราคายางในภาพรวมของประเทศเพื่อนำเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว
"รัฐบาลขอให้พี่น้องเกษตรกรเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะไม่บิดพลิ้วในสิ่งที่ได้ประกาศไว้ เพราะมติคณะรัฐมนตรีนั้นถือเป็นกฎหมาย และมีความศักดิ์สิทธิ์เหนือกว่าการทำสัญญาข้อตกลงทั่วๆ ไป จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรวางใจว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาอย่างแน่นอน"
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวอีกว่า ส่วนที่เกษตรกรบางส่วนยังต้องการให้รัฐบาลแทรกแซงราคายางนั้น รัฐบาลขอเรียนว่า แม้การจ่ายชดเชยของรัฐบาล จะเป็นการให้เงินทั้งก้อนแก่เกษตรกร ไม่ใช่วิธีการแทรกแซงราคา แต่ก็ทำให้เกษตรกรได้รับเม็ดเงินในจำนวนที่เกษตรกรต้องการเหมือนกัน เพราะเงินชดเชย 2,520 บาท ต่อไร่ หรือ เทียบเท่ากับ 12 บาท ต่อกิโลกรัม จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 91 บาท ต่อกิโลกรัม ณ ราคายางในตลาดที่กิโลกรัมละ 79 บาท สำหรับมาตรการระยะยาวในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยางของรัฐบาลนั้น รัฐบาลเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยยกระดับราคายางได้ในอนาคต แต่การแทรกแซงหรือการประกันราคา ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้ราคายางในตลาดตกต่ำลง และรัฐบาลยืนยันว่า มาตรการจ่ายเงินชดเชย 2,520 บาท ต่อไร่ นั้นจะสามารถช่วยเหลือชาวสวนยางได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสวนหรือผู้รับจ้างกรีดยาง โดยรัฐบาลตั้งเป้าจ่ายเงินโดยตรงถึงเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 991,717 ราย ครอบคลุมพื้นที่สวนยางราว 8.97 ล้านไร่ และจะเร่งรัดกระบวนการจ่ายเงินให้ถึงมือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด
รองโฆษกฯ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามหากยังมีประเด็นใดที่เกษตรกรมีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล ก็ขอให้ใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเพื่อหาทางออก จึงจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ไม่ใช่การปิดถนนหรือเส้นทางคมนาคม เพราะจะส่งผลกระทบต่อตัวผู้ชุมนุมเองและทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังเป็นการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตของกฎหมาย นอกจากนี้ ในส่วนของเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมหารือเพื่อแก้ปัญหาแล้ว



