ข่าว

'ชวน'อัดต้นเหตุสภาป่วน-ถูกปิดปากพูด

'ชวน'อัดต้นเหตุสภาป่วน-ถูกปิดปากพูด

11 ก.ย. 2556

'ชวน'แนะปธ.รัฐสภา ต้องเป็นกลาง คุมถกรธน. ชี้ต้นเหตุรัฐสภาป่วน เพราะปธ.ปิดโอกาสพูด เตือนลูกพรรคให้อดทน ด้าน'40 ส.ว.'ประสานเสียง'ปชป.'ยื่นศาลรธน.หลังจบวาระ 2

                           11 ก.ย.56 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในรัฐสภาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า  หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม ในอดีตไม่ว่าพรรคการเมืองไหน เลือกคนมาเป็นประธานรัฐสภาก็จะปล่อยให้ทำหน้าที่ได้โดยอิสระ และจะต้องวางตัวเป็นกลางไม่มีใครสั่งได้ แต่ขณะนี้จะทำอะไรต้องรอคำสั่งจึงหมดความเป็นอิสระ อีกทั้งมีการตีความข้อบังคับการประชุมตามเงื่อนไขที่ตนเองต้องการ เช่น  การจำกัดสิทธิของผู้ที่แปรญัตติในสมัยก่อนไม่ค่อยมี จึงทำให้บทบาทของประธานรัฐสภาไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น จนเกิดเป็นข้อขัดแย้งในการประชุมรัฐสภา เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่มาจากเงื่อนไขการทำหน้าที่ของคนเป็นประธาน เมื่อมีการจำกัดสิทธิ อีกฝ่ายก็ต้องสู้เพื่อให้ได้สิทธิของตนในการทำหน้าที่

                          "เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งกรณี ส.ส.ของพรรคทุ่มเก้าอี้หรือการกระทำอีกหลายอย่างนั้นก็มีเหตุผลที่ทำ เนื่องจากถูกตัดสิทธิไม่ให้อภิปรายทั้งที่สงวนคำแปรญัตติ จนทำให้เกิดอารมณ์ ซึ่งตนได้เตือน ส.ส.ในพรรคให้อดทน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ส.ส.ของพรรคเป็นตัวป่วนสภา" นายชวน กล่าว
       
                          เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้สามารถทำงานในรัฐสภาเต็มที่โดยไม่สูญเสียภาพลักษณ์ของพรรค  นายชวน กล่าวว่า ก็ต้องสยบยอมเขา ซึ่งไม่ใช่วิถีของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าจะรักษาภาพลักษณ์ ก็ต้องยอมเขา กลายเป็นเด็กดี แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการอย่างนั้น 

                          เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า จะไม่ยอมเป็นเด็กดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า คนที่เป็นเด็กดีเขาต้องสั่งได้ ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชน ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ที่คุมไม่ได้ สิ่งที่พรรคทำไปก็ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่ามีต้นเหตุจากอะไร เช่น การอภิปรายปัญหาราคายางพาราตกต่ำ  ชาวสวนยางพาราเดือดร้อน แต่ ส.ส.กลับละเลยไม่สนใจ แม้จะมีการชุมนุมประท้วงก็ไม่มีใครไปดูแล คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้าทำอย่างนั้นต้องถูกตำหนิ ดังนั้นคนที่เป็นผู้แทนฯ ต้องตระหนักภาระหน้าที่ของตัวเอง หรือแม้แต่กลุ่มธุรกิจที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นแต่ประกาศจุดยืนแต่ไม่กล้าทำอะไรมากเพราะกลัวสรรพากรไปตรวจดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่ภาคปฏิบัติ  ไม่ใช่ทฤษฏีหรือความรู้ หรือไม่รู้  แต่เป็นเพราะปฏิบัติไม่ได้จริง เพราะคนกล้ามีอยู่น้อย
       
                           “การจะยับยั้งการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้อง จึงต้องยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทานให้ไว้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.เมื่อ 3-4 ปี ก่อนที่ว่า  ให้ทุกคนกลับไปทบทวนว่ามีหน้าที่ทำอะไร แล้วทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด เพราะสังคมนี้เป็นสังคมที่เรียกร้องให้คนอื่นทำ แต่ตัวเองไม่ทำ เหมือนที่เราได้ยินผู้ใหญ่พูดว่าการโกงไม่ดี แต่ตัวเองกลับโกง หรือพูดถึงประชาธิปไตยสวยหรู แต่มาจากการซื้อเสียง โกงการเลือกตั้ง ดังนั้นทุกคนต้องถามตัวเองว่า ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองดีพอหรือยัง”นายชวน กล่าว

 

               
ถกแก้รธน.- 40 สว. ประสานเสียง ปชป. ยื่นศาลรธน. หลังจบวาระ 2

 

                          ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็น ที่มา สว.ต่อเนื่องในวันที่ 12 โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งเป็นการพิจารณาในมาตรา 10 ที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาว่างลง ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ต้องดำเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งสมาชิกฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว.ได้มีการเสนอแปรญัตติให้ตัดมาตรา 10 ออกทั้งมาตรา

                          นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา และแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. อภิปรายว่า ตนขอแปรญัตติตัดมาตรา 10 ออกทั้งมาตรา เนื่องจากขัดกับหลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้เอง เพราะตามหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน ดังนั้นการที่มาตรา 10 ยังคงให้สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ให้ก็ถือว่าขัดกับหลักการ ดังนั้นหากจะมีการแก้ไขให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดก็ต้องแก้ให้สุดซอย อย่าปล่อยให้ ส.ว.สรรหาที่เหลืออยู่จำนวน 73 คน กลายเป็นติ่งอยู่ในวุฒิสภาต่อไปเพราะตนยินดีที่จะออกจากตำแหน่ง ส.ว.หากแก้กฎหมายสำเร็จ แต่สมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องรับผิดชอบ เพราะตนจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ให้พิจารณาแน่นอน

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมระหว่างที่มีการอภิปราย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงนายสมชายเป็นระยะโดยระบุว่า การอภิปรายวกวน ประเด็นซ้ำไปซ้ำมา ทำให้หน้าที่ประธานควบคุมการประชุมได้กำชับนายสมชายให้อภิปรายอยู่ในประเด็น ทั้งนี้เมื่อนายสมชายอภิปรายเสร็จนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติขอปิดอภิปรายเพื่อลงมติเห็นชอบมาตรา10 ส่งผลให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นประท้วง และตำหนิการทำหน้าที่ของนายนิคม อย่างไรก็ตามนายนิคมพยายามเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยถอนญัตติ ในที่สุดนายวรชัยยอมถอนญัตติเสนอปิดอภิปรายและได้มีการอภิปรายต่อ ซึ่งส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำว่า การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญทำผิดข้อบังคับและขัดรัฐธรรมนูญ พรรคจะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังการลงมติวาระ 2