
ผู้บุกเบิกอวกาศที่โลกลืม
ดีพีเอ
ยูริ กาการิน และ นีล อาร์มสตรอง ได้รับการบันทึกชื่อเอาไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ในฐานะมนุษย์คนแรกที่ได้ออกไปท่องอวกาศ (ยูริ) และมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์ (นีล) แต่ทว่า สัตว์โลกตัวเล็กๆ 2 ตัวที่มีส่วนช่วยให้การสำรวจอวกาศของมนุษยก้าวหน้าขึ้นกลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไรนัก
สัตว์โลกที่ว่าคือ ลิง 2 ตัวที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐ (นาซา) ส่งขึ้นออกสู่ห้วงอวกาศในวันที่ 28 พฤษภาคม เมื่อปี 2502 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้วเพื่อกรุยทางให้มนุษย์ได้ออกสู่อวกาศอย่างปลอดภัยในภายหลัง
ลิงพันธุ์เรซัสที่ชื่อว่า "เจ้าเอเบิล" และลิงพันธุ์กระรอกที่ชื่อว่า "มิสเบเกอร์" เป็นลิงคู่แรกที่ถูกปล่อยออกสู่ห้วงอวกาศแล้วสามารถกลับมายังพื้นโลกโดยที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งนับว่าการเสียสละของเจ้าลิงสองตัวนี้มีคุณอนันต์ต่อมนุษย์ เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สหรัฐได้รับรู้ถึงผลกระทบจากภาวะไร้น้ำหนักที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในยามที่ออกไปในอวกาศได้
เจ้าจ๋อทั้งคู่ ซึ่งมีขนาดเท่าแมวตัวหนึ่งเท่านั้น ถูกจับใส่แคปซูลทรงกระบอกที่บรรจุเอาไว้ในจรวดจูปิเตอร์ เอเอ็ม-18 อีกที ก่อนจะยิงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงเหนือพื้นโลก 500 กิโลเมตรจากแหลมคานาเวอรัล ในรัฐฟลอริดา เจ้าลิงน้อยทั้งสองตัวนี้สามารถเดินทางออกสู่ห้วงอวกาศประสบผลสำเร็จ 2 ปีก่อนหน้าที่ยูริ กาการินจะออกท่องอวกาศ
การแข่งขันด้านอวกาศระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตในยุคนั้นทำให้มีการส่งสัตว์ขึ้นไปเป็นหนูทดลองในอวกาศมากมาย อย่างทางฝ่ายรัสเซียนั้นได้เลือกที่จะส่งหมาออกไปท่องอวกาศแทนลิง โดยเจ้าหมาไลกา บนยานสปุตนิก 2 ได้กลายเป็นสัตว์ตัวแรกที่ได้ออกไปโคจรรอบโลกในปี 2500 แต่โชคร้ายที่ตายระหว่างที่อยู่ในอวกาศ
ส่วนจรวดที่เจ้าเอเบิ้ล และมิสเบเกอร์โดยสารไปนั้น สามารถทะยานขึ้นไปในอวกาศเป็นระยะทาง 2,500 กิโลเมตร ก่อนจะตกสู่พื้นโลก แถวหมู่เกาะแอนติเกาในทะเลแคริบเบียน ภายหลังจากที่ทะยานขึ้นได้ประมาณ 15 นาที เลยทำให้เจ้าจ๋อทั้งสองตัวกลายเป็นสัตว์คู่แรกที่กลับจากอวกาศโดยที่ยังมีชีวิตอยู่
จิม เดวิด ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน พูดถึงการท่องอวกาศของเจ้าจ๋อสองตัวนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในโครงการอวกาศของสหรัฐ เพราะในช่วงนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะไร้น้ำหนักนั้นยังมีอยู่น้อยมาก
ทั้งนี้ ในปี 2490 สหรัฐได้ส่งแมลงวันผลไม้ไปในอวกาศ ซึ่งถือเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างแรกที่ได้ท่องอวกาศ จากนั้นค่อยส่งลิงออกไป แต่ความพยายามส่งลิงตัวแรกออกสู่อวกาศของสหรัฐในปี 2491 ประสบความล้มเหลว เป็นเวลานานถึงสิบปีเลยทีเดียวที่การส่งลิงไปอวกาศทั้งหมดล้มลงด้วยไม่ด้วยเหตุผลใดก็เหตุผลหนึ่ง อาทิ จรวดระเบิด ลิงตายเพราะแรงกระแทกเนื่องจากร่มไม่กาง แล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ร่มไม่กาง เลยทำให้ลิงที่กลับจากอวกาศมาได้แล้วต้องตกทะเลไป หาตัวไม่เจอ
แต่ถึงแม้ว่าจะกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย แต่เจ้าเอเบิลต้องจ่ายราคาสูงลิบสำหรับการท่องอวกาศ เพราะขั้วไฟฟ้าที่ถูกเสียบเข้าไปใต้ผิวหนังของเจ้าจ๋อตัวนี้เกิดติดเชื้อขึ้น จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเอาออก ซึ่งก็เป็นที่น่าเศร้าที่เจ้าเอเบิลต้องเสียชีวิตคาเตียงผ่าตัดภายหลังกลับจากอวกาศได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ปัจจุบัน ร่างของเจ้าเอเบิ้ลถูกสตาฟเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำเร็จครั้งนี้ โดยถูกบรรจุเอาไว้ในแคปซูลที่ตัวมันใช้เดินทางไปในอวกาศนั่นเอง
สำหรับมิสเบเกอร์นั้นมีชีวิตที่ตรงกันข้ามกับเจ้าเอเบิล พอหลังกลับจากอวกาศแล้วก็กลายเป็นดาราดังถึงขั้นได้ไปเยือนทำเนียบขาว และได้รับจดหมายจากเด็กนักเรียนวันละ 100-150 ฉบับเลยทีเดียว มิสเบเกอร์เสียชีวิตเพราะไตล้มเหลวในปี 2527 ขณะที่มีอายุได้ 27 ปี ซึ่งมีคนไปร่วมงานศพของเธอมากถึงกว่า 300 คนเลยทีเดียว
ร่างของมิสเบเกอร์ถูกฝังเอาไว้ที่ศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลของนาซาที่เมืองฮันท์สวิล รัฐแอละบามา ศิลาเหนือหลุมศพของมิสเบเกอร์จารึกข้อความว่า "มิสเบเกอร์ ลิงกระรอก สัตว์ตัวแรกของสหรัฐที่ได้บินไปในอวกาศแล้วกลับมาโดยที่ยังมีชีวิตอยู่ 28 พ.ค.2502" บางครั้งก็จะมีคนนำกล้วยไปวางไว้หน้าหลุมศพแทนที่จะเป็นดอกไม้
หลังความสำเร็จของเอเบิลกับมิสเบเกอร์ ทางนาซาได้ทำโครงการส่งสัตว์ออกสู่ห้วงอวกาศต่อมาจนถึงปี 2528 ถึงได้หยุด แต่ก็ยังมีทำการทดลองกับสัตว์เล็กๆต่อไป แต่ถึงทุกวันนี้ บรรดานักพิทักษ์สัตว์ต่างมองว่าการทดลองในยุคต้นๆของการบุกเบิกอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้
หนึ่งในนั้นคือ เคธี กิลเลอร์โม รองประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ "พีตา" ที่บอกว่า การผูกลิงติดไว้กับแคปซูลนั้น "โหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ"



