ข่าว

ชี้'ปปช.'มีอำนาจยึดทรัพย์'ประชา'เต็มวงเงิน

ชี้'ปปช.'มีอำนาจยึดทรัพย์'ประชา'เต็มวงเงิน

11 ก.ย. 2556

'รองเลขาธิการปปง.'ชี้กม.ให้อำนาจ'ป.ป.ช.'ยึดทรัพย์คดีทุจริตรถ-เรือดับเพลิงได้เต็มวงเงิน ด้าน'สีหนาท'สั่งสอบทรัพย์สิน'ประชา-อธิลักษณ์'ก่อนเสนอบอร์ดธุรกรรมยึด

                 11 ก.ย. 56 ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงมาตรการยึดทรัพย์สินของนายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินลงโทษจำคุก ในคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย มูลค่า 6,600 ล้านบาท ว่า คดีนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ เบื้องต้นพบความผิดชัดเจนใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ซึ่งไม่ใช่ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ปปง.จึงไม่มีอำนาจตรวจสอบหรือยึดอายัดทรัพย์ แต่ ปปง.สามารถเข้าไปสนับสนุนการตรวจสอบทรัพย์สินได้เมื่อได้รับการร้องขอจาก ป.ป.ช.โดยคดีนี้ ป.ป.ช.สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายยึดทรัพย์ได้ดีกว่า ปปง. เพราะความเสียหายเกิดที่เกิดขึ้นกับชาติจำนวนเท่าไร ป.ป.ช.ก็สามารถยึดทรัพย์ไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่ กฎหมายฟอกเงินของ ปปง.มีอำนาจยึดได้เพียงทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดเท่านั้น

 

 

"สีหนาท"สั่งสถาบันการเงินตรวจสอบทรัพย์สิน"ประชา-อธิลักษณ์"ก่อนเสนอบอร์ดธุรกรรมยึด

 

                พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงการยึดทรัพย์สินของนายประชา  และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินลงโทษจำคุก ในคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย มูลค่า 6,600 ล้านบาท ว่า ก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ปปง.ต้องขอคัดคำพิพากษาจากศาลฎีกาว่า มีรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้อย่างไร และมีคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตหรือไม่ หากมีรายละเอียดชัดเจนจะเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรม ปปง.พิจารณาเพื่อมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ของนายประชา และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนจำเลยคนอื่นๆ รวมถึงนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเข้าไปเกี่ยวพันในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะถูกดำเนินการทางทรัพย์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคำพิพากษา หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิดก็คงเข้าไปดำเนินการใดๆ ไม่ได้

                เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า คดีนี้ ตนไม่ทราบว่า ป.ป.ช. ได้ไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจะเข้าข่ายยึดทรัพย์ได้ตามมาตรา 79 อย่างกรณีคดีนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ป.ป.ช.มีอำนาจดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายแต่หากเป็นสำนวนคดีอาญาอย่างเดียว ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินที่มาจากการกระทำผิด ทั้งนี้คดีทุจริตมีความยุ่งยากที่ไม่ใช่ความผิดในตัวเองอย่างคดีฆ่าคนตาย หรือคดีฉ้อโกงประชาชน แต่คดีทุจริต ต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนจึงจะดำเนินการได้ ล่าสุดจากนี้ ปปง.ก็จะเร่งประสานกับสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินนายประชา และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา

 



กทม.ยันรถ-เรือดับเพลิงยังใช้ไม่ได้ รออนุญาโตตุลาการตัดสิน



                พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีรถ-เรือดับเพลิงกทม.ถึงความเป็นไปได้ถึงการนำรถออกมาใช้ ว่า กทม.ไม่สามารถดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับรถและเรือดับเพลิงที่ส่งมอบมาได้ เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีคำสั่งชี้มูลความผิดว่ามีการทุจริต จึงไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ และกทม.ก็ไม่ได้เซ็นรับรองรถด้วยจึงไม่สามารถนำออกมาใช้ได้เช่นกัน

                พ.ต.อ.พิชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การจะนำรถออกมาใช้ได้หรือไม่ ต้องให้คณะอนุญาโตตุลาการ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตัดสินคดีความเรื่องนี้ก่อน เพราะมีการต่อสู้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ขณะนี้อยู่ในชั้นไต่สวนของคณะอนุญาโตตุลาการ ทำให้รถและเรือที่จอดไว้ รวมถึงค่าซ่อมกทม.ยังทำอะไรไม่ได้ โดยจากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด รถที่จอดไว้นั้นล้อรถเสื่อมสภาพเพราะตากแดดไว้นานหลายปีจนไม่สามารถนำมาใช้การได้ แต่เครื่องยนต์ต่างๆ ยังสามารถใช้การได้อยู่ แต่หากมีการซ่อมแซมคงต้องใช้เงินหลายร้อยล้านบาท

                 แหล่งข่าวฝ่ายกฎหมาย กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้อ่านสำนวนคำพิพากษา แต่ได้มีการประสานกับทางพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในการขอคัดสำเนารายละเอียดคำพิพากษา เนื่องจากคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งทีมกฎหมายของพรรคปชป. จะมีการหารือเรื่องนี้ด้วย เมื่อได้รับสำเนารายละเอียดคำพิพากษาแล้ว จะต้องนำมาศึกษารายละเอียดและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเสนอต่อชั้นอนุญาโตตุลาการของศาลโลก ซึ่งจะเป็นข้อต่อสู้ที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ที่มีศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดของประเทศ ได้พิพากษาว่าอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยและอดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความผิดทุจริตในโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง
    
                แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามคำพิพากษาข้างต้น จะเป็นการยืนยันต่ออนุญาโตตุลาการว่า มีการทุจริตในโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง กทม.จึงต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามผลการพิจารณาของป.ป.ช. ซึ่งคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ จะทำให้คำร้องของกทม.ต่ออนุญาโตตุลาการและการเรียกค่าเสียหายที่ไม่สามารถนำรถและเรือดับเพลิงมาใช้ได้จากผู้ถูกกล่าวหามีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกันหลายคดีที่ซ้อนกันอยู่ ซึ่งยังมีการฟ้องร้องของบริษัทเอกชน 2 แห่งกับ กทม. คือบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด ที่ดูแลรถดับเพลิงที่จอดอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนเรือและรถดับเพลิงบางส่วนอยู่ที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ในการดูแลของบริษัทเทพยนต์ฯ ในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกทม.เรียกเก็บค่ารักษารถและเรือดับเพลิง ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
    
                 "จริงๆ แล้วที่ผู้ว่าฯ กทม.และผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถให้รายละเอียดได้นั้น เพราะอนุญาโตตุลาการห้ามให้มีการแถลงข่าวใดๆ ในระหว่างที่กระบวนการพิจารณายังไม่สิ้นสุด เพราะจะกระทบกับบริษัทเอกชนที่เป็นคู่พิพาทกันอยู่"แหล่งข่าวระบุ
    
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ภายหลังที่มีคำพิพากษาคดีรถดับเพลิงของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้เรียก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักป้องกันและบรรเทาสารธารณภัย (สปภ.) เข้าไปหารือในห้องทำงานที่ศาลาว่าการกทม. เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.อัศวิน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เย็นวานนี้ ถึงช่วงบ่ายวันนี้ ได้รับการปฏิเสธมาทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าเป็นนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับคดีได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับคดีระหว่างกทม. และบริษัทสไตเออร์ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ

 

 

"วิชา"เผยปปช.ไม่สามารถยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดคดีรถ-เรือดับเพลิงได้
 
 
                นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงฯ ว่า ถือเป็นที่สิ้นสุดทางกฎหมายแล้ว สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)จะไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้นต่อ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าป.ป.ช.สามารถยึดทรัพย์ผู้ที่กระทำผิดได้นั้น คดีนี้เป็นคดีการทุจริต ไม่ใช่คดีร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช.ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้