ข่าว

'นครบาล'สั่ง88สน.แก้ปัญหารถติด4ประเด็น

'นครบาล'สั่ง88สน.แก้ปัญหารถติด4ประเด็น

11 ก.ย. 2556

'นครบาล' สั่งตำรวจ 88 สน. แก้ปัญหารถติด 4 ประเด็น 'จอดในที่ห้าม-วิ่งเป็นเวลา-รีบเคลื่อนย้ายรถชนกัน-ซ่อมถนน'

 

                        11 ก.ย.56 พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังกองบังคับการตำรวจจราจร และจราจร ทั้ง 88 สน. ในสังกัดนครบาล ให้แก้ไขสภาพจราจรที่เป็นปัญหาใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1.กรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจอดรถในเขตห้ามจอดที่มีเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับเจ้าของรถไม่มีพื้นที่จอดรถส่วนตัว ทำให้มีการจอดรถตามซอยสาธารณะต่างๆ เป็นจำนวนมาก 2.กรณีรถวิ่งในเวลาห้ามวิ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรตามมา 3.การแก้ไขเหตุรถชน รถยกควรดำเนินการให้เร็ว เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเวลานาน 4.การซ่อมพื้นผิวการจราจร ซ่อมสัญญาณไฟจราจรที่ขัดข้องต่างๆ โดยให้รีบดำเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติโดยเร็ว

                        ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. กล่าวว่า คำสั่งการดังกล่าว ได้กำชับกวดขันตำรวจจราจรในสังกัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ทั้งกวดขันการจอดรถในพื้นที่ ห้ามจอดเพื่อไม่ให้เสียพื้นที่การจราจร การกวดขันกรณีรถวิ่งในเวลาห้ามวิ่ง การจัดการพื้นที่จุดเกิดอุบัติเหตุ โดยให้มีการประสานงานดำเนินการให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงการดูแลสภาพปัญหาการจราจรโดยทั่วไป ทั้งสภาพผิวการจราจรที่ชำรุด การซ่อมสัญญาณไฟจราจรที่ขัดข้องและปัญหาอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และลดช่วยปัญหาการจราจรติดขัดได้มากขึ้น

 

เริ่มแล้ว! 'บิ๊กแจ๊ส' นั่งหัวโต๊ะถกโผนายพลเล็ก

 

                        พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ ผบก.-รอง ผบช.น ในสังกัดตามคำสั่งของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ลงนามบันทึกข้อความถึง ผบช.ทุกหน่วยงานเรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2556 โดยให้ยึดตามกฎหมายและกฎเกณฑ์เรียงลำดับความอาวุโสจำนวนไม่ น้อยกว่าร้อยละ 33 ของจำนวนตำแหน่งที่ว่าง

                        หนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เนื่องจากตำแหน่งตำแหน่งระดับ ผบก.และ รอง ผบช. เป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ ตร. ข้าราชการตำรวจที่จะดำรงตำแหน่งระดับดังกล่าวควรที่จะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์การทำงานในหลายๆลักษณะงานของตร. ทั้งในด้านอำนวยการและสนับสนุน ด้านป้องกันปราบปราม ด้านสืบสวนสอบสวน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียมความพร้อมเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความรู้ ความสามารถของตร.ต่อไป

                        ดังนั้นในการคัดเลือกแต่งตั้งระดับ ผบก. จึงให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญโดยให้พิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ สับเปลี่ยนกำลังพลกันระหว่างหน่วยให้เกิดการศึกษาเรียนรู้งานต่างๆของตร.ในทุกด้านและหลากหลายพื้นที่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลากรในระดับนี้ให้เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความรอบ รู้ทั้งการปฏิบัติงานที่หลากกลายหน้าที่ และปัญหาอาชญากรรมที่แตกต่างกันไปในหลายๆพื้นที่ด้วย โดยกำหนดให้ บช.น.ส่งบัญชีรายชื่อมาให้ ตร.ผ่านสำนักงานกำลังพลภายในวันที่ 23 ก.ย.นี้

                        สำหรับบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น มีตำแหน่งนายพลว่างในปีนี้ทั้งหมด 11 ตำแหน่ง แบ่งเป็นระดับ รอง ผบช.น. ว่าง 5 ตำแหน่งแทนที่ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา ขยับขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ขึ้นเป็น ผบช.ภาค 4 และมีรอง ผบช.น. อีก 3 นายเกษียณอายุราชการคือ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ ,พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ และพล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด

                        ส่วนตำแหน่ง ผบก. ว่างทั้งหมด 4 ตำแหน่ง แทนที่พล.ต.ต.สมชาย มุสิกเจริญ ผบก.อก.บช.น. และพล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.2 ที่เกษียณอายุราชการ รวมเข้ากับตำแหน่ง ผบก.ใหม่อีก 2 นาย ที่มีสิทธิ์เลื่อนขึ้นเป็นรองผบช. โดยอัตโนมัติตามหลักเกณฑ์จัดลำดับอาวุโส สำหรับผู้ที่คาดว่าจะขยับมานั่งเก้าอี้ รอง ผบช.น. ที่น่าจับตามองส่วนใหญ่มาจากสายนักการเมืองทั้งสิ้น อาทิ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง จตร. (สบ 7) ,พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.ภ.1 เพื่อนสนิท พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ ผบ.ตร.มีคำสั่งมาช่วยงานสอบสวนนครบาลก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ภ.1 เคยผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาก่อน คาดว่าจะมานั่งเก้าอี้รอง ผบช.น. ในนครบาลอย่างแน่นอน ขณะที่ รอง ผบช.น.ที่น่าจับตาอีก 2 นายคือ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.น.7 ผู้มีอาวุโสอันดับ 1 และ พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น. 3 อาวุโสอันดับ 2

 

'บก.จร.' ผุดโครงการ 'กฎหมายจราจรดีลิเวอรี่'

 

                        พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.1 สายตรวจกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เจ้าของโครงการ "กฎหมายจราจรดีลิเวอรี่" เปิดเผยว่า ปัญหาการจราจรเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนในสังคมเมือง โดย 80 เปอร์เซ็นต์ ของปัญหาจราจรเกิดจากคนที่ไม่มีวินัยจราจร ซึ่งรวมถึงไม่รู้กฎหมายจราจร และเพื่อบรรเทาแก้ไขปัญหาและบริหารงานจราจรในเขตเมืองหลวงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงรุกด้วยหลักการป้องกันแทนการปราบปรามจับกุม

                        "เราอยากสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ปลูกจิตสำนึกสร้างความเข้าใจกฎหมายจราจร เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิด โดยให้ความรู้ความเข้าใจกฎหมายจราจรที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้เท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งเชื่อว่า หลังจากให้ความรู้ดังกล่าวไปแล้ว น่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาการจราจรที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น" พ.ต.อ.วีระวิทย์ กล่าวและว่า

                        กองกำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร จัดทำกฎหมายจราจรขึ้นในรูปแบบพ็อกเก็ตบุ๊ก (ฉบับย่อ) ซึ่งมีเนื้อหากฎหมายจราจรที่ควรรู้ในชีวิตประจำวัน 3,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายรณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ ใช้รถใช้ถนน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรภายใต้สังกัด กก.1 จำนวน 400 นาย เพื่อเป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน และพัฒนาความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในท้องถนนควบคู่กันไป

                        นอกจากจัดพิมพ์คู่มือกฎหมายจราจรขึ้นมาแล้ว ยังมีการจัดทำข้อมูลในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น (Delivery Traffic) เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน ดาวน์โหลดฟรีในเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย ประชาชนสามารถที่จะรับข้อมูลกฎหมายจราจรและการรับส่งข้อมูลระหว่างตำรวจจราจรกลางกับประชาชน ผ่านทางอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ที่มีใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว และยังสามารถส่งข้อมูลร้องเรียนเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ การร้องเรียนเรื่องการทำผิดกฎหมายจราจร หรือการชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ รวมถึงการสอบถามกฎหมายที่เขาไม่เข้าใจในรูปแบบเอสเอ็มเอสได้ด้วย

 

'บก.จร.' ชงเพิ่มพนักงานสอบสวนประจำจุดเปรียบเทียบปรับ

 

                       พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ขยายและเพิ่มช่องทางการให้บริการอย่างทั่วถึง เช่น การชำระค่าปรับคดีจราจร การรับแจ้งเหตุผ่านทางสื่อสารสนเทศ จุดรับแจ้งเหตุเคลื่อนที่ ฯลฯ เพื่อให้การอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบรรลุผลตามนโยบายของ ผบ.ตร. บก.จร.จึงได้เสนอเพิ่มอัตราพนักงานสอบสวน บก.จร. จากกองอัตรากำลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบัน บก.จร. มีพนักงานสอบสวน ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดเปรียบเทียบปรับในจุดต่างๆ จำนวน 13 ตำแหน่ง จากจุดเปรียบเทียบปรับในความรับผิดชอบของ กก.3 บก.จร. ที่มีถึง 12 จุด ดังนี้ 1. ศูนย์ตรวจพสอบใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ กรมการขนส่งทางบก , 2. ศูนย์ตรวจสอบใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ สำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 (บางขุนเทียน) 3. ศูนย์ตรวจสอบใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ สำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) , 4. ศูนย์ตรวจสอบใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ สำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 (พระโขนง)

                       5. จุดเปรียบเทียบปรับ ณ สถานีตำรวจ ทางด่วน 2 , 6. จุดเปรียบเทียบปรับ ณ สถานีตำรวจคู่ขนานลอยฟ้า , 7. จุดเปรียบเทียบปรับ ณ อาคารทำการ บก.จร. ชั้น 5 (ศูนย์ชำระค่าปรับทางไปรษณีย์) 8. จุดเปรียบเทียบปรับ งานสายตรวจ 1 (กำแพงเพชร) , 9. จุดเปรียบเทียบปรับ งานสายตรวจ 2 (ใต้ทางด่วนพระราม 4) , 10. จุดเปรียบเทียบปรับ งานสายตรวจ 5 (ตรีเพชร) ,11. จุดเปรียบเทียบปรับ ณ อาคารทำการ บก.จร. 12. ศูนย์ตรวจสอบใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ สำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 4 (หนองจอก)

                       พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. กล่าวอีกว่า จากปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนดังกล่าว ทำให้มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน พนักงานสอบสวนไม่เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ เกิดความล่าช่าในการให้บริการ จึงให้ขอเสนอเพิ่มอัตราพนักงานสอบสวนอีกจำนวน 23 นาย เมื่อรวมกับของเดิมจำนวน 13 นาย เป็นจำนวน 36 นาย เพื่อให้ในแต่ละจุดเปรียบเทียบปรับมีพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าเวรและพักเวรกัน จุดละ 3 นาย โดยพิจารณาจากการตัดโอนเลขตำแหน่ง ผบ.หมู่ (เดิม) ที่ว่างและปรับตำแหน่งเป็นพนักงานสอบสวนตามเลขตำแหน่งเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น มีพนักงานสอบสวนอยู่ประจำตลอดเวลาที่จุดเปรียบเทียบปรับเปิดทำการ