
'วิปรัฐบาล'คาดถกแก้ที่มาสว.เสร็จ4ทุ่ม
'วิปรัฐบาล' คาดพิจารณาแก้ไข 'รธน.' ที่มา 'ส.ว.' เสร็จ 4 ทุ่มคืนนี้ ด้าน 'วิปค้าน' พร้อมยื่นตีความ หลังผ่านวาระ 2 และขอคุ้มครองก่อนโหวตวาระ 3
11 ก.ย. 56 เมื่อเวลา 10.15 น. นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จากการหารือของวิป 3 ฝ่ายนั้นเห็นตรงกันว่า จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ที่เหลืออยู่อีก 4 มาตราให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 22.00 น.วันนี้ (11 ก.ย.) ทั้งนี้ วิป 3 ฝ่ายโดยนายอุดมเดช รัตนเสถียร ที่ปรึกษาวิปรัฐบาล และนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้ไปพูดคุยกับนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีการใช้ข้อบังคับให้ชัดเจนเรื่องการอภิปรายให้ตรงประเด็นกับที่สงวนคำแปรญัตติไว้ และประธานต้องควบคุมการอภิปรายให้เหมาะสม ส่วนจะมีการเสนอปิดอภิปรายหรือไม่หากมีการอภิปรายยืดเยื้อในแต่ละมาตรานั้น นายอำนวย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม แต่เชื่อว่าวันนี้ปัญหาต่างๆ น่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้วก็จะต้องลงมติวาระ 3 ภายใน 15 วัน โดยขณะนี้ยังไม่กำหนดว่าจะเป็นวันใด สำหรับกรณีที่ฝ่านค้านจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยรวมทั้งขอให้คุ้มครองชั่วคราวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่สามารถดำเนินการได้ แต่รัฐบาลยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น
'วิปค้าน' พร้อมยื่นตีความ หลังผ่านวาระ 2 และขอคุ้มครองก่อนโหวตวาระ 3
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่มาของ ส.ว.ในวาระ 2 ว่า ตนไม่สามารถตอบได้ว่าการอภิปรายจะจบในวันนี้หรือไม่ แต่หากไม่มีการปิดอภิปราย หรือสกัดการอภิปรายของผู้สงวนคำอภิปรายการประชุมก็จะราบรื่น ซึ่งในมาตรา 10 ก็มีผู้ประสงค์อภิปราย 80 คน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ 20 คน ซึ่งตนยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้พยายามยืดเยื้อการอภิปรายแต่อย่างใด ทั้งนี้แม้ว่ารัฐบาลพยายามเร่งให้จบ แต่ทั้งหมดต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับและกระบวนการขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ หากทำผิดข้อบังคับก็ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งตนมองว่าประธานตั้งเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็น อย่างกรณีที่มีการนัดประชุมในห้องประชุม เวลา 09.30 น. ทั้งที่มีหนังสือนัดประชุมในเวลา 10.00 น. ก็จะทำให้เกิดคำถามว่าจะชอบโดยข้อบังคับหรือไม่ เพราะการนัดวันประชุมต้องนัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน ซึ่งประธานรีบร้อนลุกลี้ลุกลนจนสร้างปัญหาให้กับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่า นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภาตัดพ้อว่า ทำหน้าที่ประธานการประชุมอย่างยากลำบาก นายจุรินทร์ กล่าวว่า หากทำหน้าที่ตรงไปตรงมาก็ไม่ยาก เพราะปัญหาคือทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา พยายามรวบรัดให้การแก้รัฐธรรมนูญแล้วเสร็จก่อนเดือน มี.ค. ซึ่งนายนิคมอาจมีความเข้าใจส่วนตัวว่าทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ต้องเคารพความเห็นฝ่ายอื่นด้วยว่าท่านไม่ได้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่เป็นกลาง พยายามเร่งรัดการพิจารณา และมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการร่วมลงชื่อในญัตติแก้รัฐธรรมนูญและยังทำหน้าที่ประธานในการประชุม นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมรับใช้การเมืองอีกด้วย
"หลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่มาของ ส.ว. ผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ฝ่ายค้านจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 หรือไม่ ในข้อหาล้มล้างการปกครอง และข้อหาแสวงหาอำนาจโดยวิถีทางที่ไม่ชอบ โดยรัฐธรรมนูญปัจจุบัน พร้อมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองชั่วคราว ก่อนจะมีการลงมติวาระ 3"



