
'รัสเซีย'ส่งอาวุธให้'ซีเรีย'ปราบกบฏ
สื่ออิสราเอล ระบุ 'รัสเซีย' ส่งอาวุธให้ 'ซีเรีย' ปราบฝ่ายต่อต้าน เพื่อแลกกับการให้นานาชาติเข้าควบคุมอาวุธเคมี
11 ก.ย. 56 สถานีโทรทัศน์ของอิสราเอล และหนังสือพิมพ์ ไทม์ส ออฟ อิสราเอล รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ส่งอาวุธไปให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย เพื่อช่วยให้เขากำชัยชนะในการทำสงครามกลางเมืองกับฝ่ายต่อต้าน อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ซีเรียเห็นชอบในหลักการที่จะให้คลังอาวุธที่มีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูง หรือ WMD อยู่ภายใต้การตรวจสอบของนานาชาติ
การเจรจาระหว่างรัสเซียกับซีเรียว่าด้วยการจัดการคลังอาวุธ WMD ดูเหมือนจะช่วยลดความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเป็นผู้นำในการใช้กำลังทางทหารเข้าแทรกแซงในซีเรีย ที่มีการเคลื่อนไหวมานาน 2 สัปดาห์เต็ม // ผู้นำรัสเซียต้องการสร้างหลักประกันให้กับประธานาธิบดีอัสซ้าด ซึ่งเป็นพันธมิตรของเขาว่า ซีเรียจะไม่โดนถล่มจากสหรัฐ หลังถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่สหรัฐระบุว่า ทำให้พลเรือนเสียชีวิตราว 1,400 คน ถ้ายอมให้นานาชาติ เข้าไปตรวจสอบคลังอาวุธเคมี
ประธานาธิบดีปูติน ได้แลกเปลี่ยนด้วยการส่งอาวุธตามรูปแบบให้ซีเรีย และมีบางส่วนอยู่ระหว่างการขนส่งจากท่าเรือโนโวรอสซิสค์ ในทะเลดำ ไปยังซีเรีย แต่รายงานข่าวไม่ได้ระบุ ว่าเป็นอาวุธชนิดใด แต่พบว่า ทางซีเรียต้องการเครื่องบินรบ เพื่อใช้ในการกวาดล้างฝ่ายต่อต้าน / อะไหล่รถถัง และยุทโธปกรณ์ทางทหารอื่นๆ เพื่อเอาไปทดแทนอาวุธที่้ใช้ไปหมดคลังแสงในระหว่างการทำสงครามที่ยืดเยื้อถึง 2 ปีครึ่ง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 แสนคน และในช่วง 3 สัปดาห์ หลังมีการใช้แก๊สพิษโจมตี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พบว่า มีผู้เสียชีวิตราว 1,600 คน
เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว รัสเซียประกาศว่า จะไม่ส่งอาวุธที่รวมถึงเครื่องบินรบ มิก-29 จำนวน 24 ลำ ที่กองทัพอากาศซีเรียสั่งซื้อ จนกว่าวิกฤติในซีเรียจะยุติเสียก่อน แต่ปัจจุบัน ตัวแทนของซีเรียอยู่กรุงมอสโคว์ และกำลังเจรจารื้อสัญญาซื้อเครื่องบินรบ เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีปูติน บอกว่า เขาหวังว่า มิตรประเทศอย่างซีเรีย จะมีการตัดสินใจที่เหมาะสมในการยินยอมส่งมอบการควบคุมอาวุธไปให้ประชาคมโลก และเข้าร่วมในสนธิสัญญาป้องกันการแพร่กระจายอาวุธเคมี
นายวาลิด โมลเล็ม รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย กล่าวที่มอสโคว์ว่า ซีเรียจะเปิดทุกสถานที่ในทุกระดับให้คณะผู้แทนสหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้เห็นว่า ไม่ได้มีการผลิตอาวุธเคมีและพร้อมจะลงนามในสนธิสัญญาด้วย // ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งเดินสายออกรายการโทรทัศน์ ระบุว่า จะต้องมีการทำข้อตกลงไม่ให้ซีเรียผลิตอาวุธเคมีได้อีก
'โอบามา' แถลงเลื่อนสภาโหวตถล่ม 'ซีเรีย'
ประธานาธิบดีโอบามา แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อคืนวานว่า หลังจากเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากซีเรีย ที่ตกลงจะส่งมอบอาวุธเคมีให้อยู่ในการควบคุมของสหประชาชาติ ซึ่่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำขู่ที่น่าเชื่อถือของสหรัฐที่จะใช้กำลังทหาร บวกกับรัสเซียสนับสนุนแนวทางกดดันให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าดส่งมอบอาวุธเคมี ล่าสุดเขาได้แจ้งให้สภาคองเกรสชะลอการลงมติอนุมัติใช้กำลังทหารโจมตีซีเรียที่เดิมกำหนดจัดขึ้นวันพุธ และจะสานต่อกระบวนการทางการทูตต่อไป โดยสหรัฐจะปรึกษากับอีก 4 ชาติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อผลักดันให้คณะมนตรีมีมติบังคับให้ผู้นำซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีเพื่อนำไปทำลาย
ขณะเดียวกันเขาพยายามชี้แจงว่า รัฐบาลคัดค้านการใช้กำลังทหารต่อซีเรียมาโดยตลอดเพราะไม่เชื่อว่าจะสามารถยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียได้ แต่ภาพเหตุการณ์ของเหยื่อที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีในแถบชานกรุงดามัสกัสเมื่อ 21 ส.ค.ซึ่งเขาระบุว่า เกิดขึ้นจากฝีมือของรัฐบาลซีเรีย ทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจ โดยหวังว่าการใช้กำลังโจมตีจะช่วยยับยั้งประธานาธิบดีอัสซ้าดไม่ให้ใช้อาวุธเคมีได้อีก
และแม้ขณะนี้เขาตัดสินใจใช้วิธีทางการทูตเพื่อหาทางปลดอาวุธเคมีในซีเรีย แต่ก็กำชับให้กองทัพอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้ใดๆ หากความพยายามครั้งนี้ล้มเหลว
ขณะที่ความพยายามจัดทำร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อกำหนดให้ซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีเผชิญปัญหาขัดแย้งในเรื่องเนื้อหาและถ้อยคำ โดยสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศสเรียกร้องให้กำหนดกรอบเวลาส่งมอบอาวุธ และผลลัพธ์หากไม่ปฏิบัติตามสัญญา
ร่างมติระบุให้เวลาซีเรีย 15 วันในการปิดคลังเก็บอาวุธเคมี มิฉะนั้นจะต้องเผชิญมาตรการตอบโต้ภายใต้มาตรา 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติที่ทำให้มติใดๆ ของยูเอ็นมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย และสามารถใช้กำลังทหารเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามมติ แต่รัสเซียไม่เห็นด้วยโดยบอกว่า การยื่นคำขู่โดยอ้างมาตรา 7 ที่ให้อำนาจใช้กำลังทหารเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ขณะที่สหรัฐไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของรัสเซียที่ให้คณะมนตรีฯ ออกเป็นแถลงการณ์ที่ไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมายแทนการออกมติ
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



