
คมชัดลึกจัดถกเร่งเคลื่อน'เขื่อนแม่วงก์'
คมชัดลึกจัดถกเร่งเคลื่อน'เขื่อนแม่วงก์' : รายงาน
"คม ชัด ลึก" จัดเสวนาเร่งเคลื่อน "เขื่อนแม่วงก์" โดย ดร.สุมิทธ์ ตุงคะสมิต มูลนิธิสืบนาคะเสถียร รองคณบดีฝ่ายวิชาการวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์มีการศึกษามาหลายครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องพื้นที่ที่รุกเข้าไปในเขตอุทยาน ที่ผ่านมาจึงมีการคัดค้านมาตลอด กระทั่งในปี 2555 ครม. อนุมัติให้มีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จึงมีการมาพูดถึงเรื่องนี้อีก ต่อมาเมื่อมีโครงการบูรณาการน้ำทั้งระบบของรัฐบาล จึงเกิดการรวบรัดนำเรื่องสร้างเขื่อนแม่วงก์มาไว้ทันที อีกทั้งการสร้างเขื่อนแม่วงก์มีความผิดปกติตั้งแต่การเปลี่ยนตัวคณะกรรมการผู้ชำนาญการ โดยเฉพาะบุคคลที่เห็นแย้ง หรือบุคคลที่ตั้งข้อสังเกตในเรื่องความเป็นห่วงต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ถูกถอดชื่อออกหมด
นายธนพล สาระนาค ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า จากผลการศึกษาทราบว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์จะกระทบต่อพื้นที่ป่าในเขตอุทยานประมาณหมื่นกว่าไร่ แต่เมื่อทางชมรมมาศึกษาพบว่า ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องใช้น้ำจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์จำนวน 2 ล้านคิว ดังนั้น ทางชมรมเห็นว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์มีความจำเป็น เพราะมันมีผลได้ในเรื่องการชลประทาน จึงถือว่ามีข้อดีมากกว่า หากเรามองในแง่เศรษฐกิจถือว่าคุ้ม ถึงแม้ว่าจะมีความสูญเสียในเรื่องระบบนิเวศเป็นอย่างมาก
นายเพชร มโนปวิตร ผอ.ฝ่ายงานอนุรักษ์ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าวว่า โครงการนี้มีปัญหามาตั้งแต่ต้น ส่วนตัวทำเรื่องเขื่อนแม่วงก์ตั้งแต่เป็นนักศึกษา ซึ่งบทสรุปสุดท้ายที่ออกมาว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่ผ่านการพิจารณา เพราะไม่เคยผ่านความเห็นชอบในเรื่องการศึกษาผลกระทบสักครั้ง ส่วนปี 2555 ที่ครม.เห็นชอบนั้นถือว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีรัฐบาลไหนให้ความเห็นชอบโดยที่ไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม คุณค่าของเขื่อนแม่วงก์ถือว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการแพร่พันธุ์ของเสือโคร่งนั้นถือว่าเป็นความสำคัญระดับโลก เพราะฉะนั้นการที่มีเสือโคร่งอยู่ย่อมหมายถึงมีสัตว์ป่าจำนวนอื่นอาศัยอยู่อีกมาก เพราะเสือโคร่งเป็นสัตว์ผู้ล่าอันดับ 1 ดังนั้นการสร้างเขื่อนแม่วงก์ถือเป็นการทำลายศักยภาพการเติบโตของระบบนิเวศ



