
ป.ป.ส.เล็งชงปลด'กระท่อม'-ให้แค่เคี้ยว
'ป.ป.ส.'เตรียมชงปลด'กระท่อม'พ้นยาเสพติด เพื่อให้ใช้เป็นสมุนไพร แต่อนุญาตให้แค่เคี้ยว ห้ามแปรรูปเป็น'4 x 100'
10 ก.ย.56 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนานโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับพืชกระท่อม โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงสาธารณสุข องค์การอาหารและยา ฯลฯ เข้าร่วมประชุมพร้อมนำเสนอข้อดีข้อเสียของพืชกระท่อม รวมถึงการใช้พืชกระท่อมในประเทศต่างๆ
พล.ต.อ. พงศพัศ ได้แถลงผลการประชุมว่า คณะกรรมการฯ จะเสนอข้อมูลทั้งหมดต่อนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เพื่อขอให้รมว.ยุติธรรมส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ประกาศยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 เพื่อให้สามารถใช้เป็นสมุนไพร 2 ประกาศให้พืชกระท่อมเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย แต่จะต้องออกระเบียบควบคุมให้ใช้กระท่อมได้ในวิถีชีวิตประจำวัน จำกัดให้ใช้ได้เฉพาะการเคี้ยวใบกระท่อมเท่านั้น ห้ามนำไปแปรรูป และหากมีการนำใบกระท่อม ซึ่งเปรียบเสมือนสารตั้งต้นไปแปรสภาพหรือปรุงแต่งกับสารเสพติดอื่น ให้เป็นยาเสพติดประเภทใหม่ๆ ซึ่งป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อสังคม ขอให้คณะกรรมการยาเสพติดพิจารณากำหนดโทษ เนื่องจากเป็นนวตกรรมใหม่ในการเสพ ที่เกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ. 2522 ทำให้ไม่มีบทกำหนดโทษสำหรับยาเสพติดประเภท 4X100 และแนวทางที่ 3 หากคณะกรรมการยาเสพติดพิจารณาแล้ว ไม่เห็นสมควรให้ยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด ขอให้คณะกรรมการยาเสพติด เสนอวิธีทางนำพืชกระท่อมมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดในแง่ของเศรษฐกิจ เนื่องจากพืชกระท่อมมีมากในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของป.ป.ส.จะยังทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องถึงผู้เสพกระท่อม ว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างไร
นพ.วิโรจน์ วิรชัย รองเลขาธิการอย. กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นที่จะเสนอให้ยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 เพื่อลดความรุนแรงของการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด โดยให้ลดระดับมาควบคุมด้วยการกำหนดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทั้งนี้หากคณะกรรมการยาเสพติดฯมีมติให้ยกเลิกกระท่อมจากยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสามารถออกประกาศยกเลิกได้ทันที เช่นเดียวกับการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้ “กัญชา” ไม่จัดเป็นยาเสพติด โดยสามารถนำเปลือก แกนต้น และเส้นใยของแกนต้นกัญชา มาใช้ในตำรับยาได้ ทั้งนี้การแก้กฎหมายให้กระท่อมพ้นจากยาเสพติด ยังต้องไปแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลจากคณะกรรมการบริหารเครือข่ายองค์กรวิชาการสารเสพติด ป.ป.ส. ระบุถึงการแพร่ระบาดกระท่อมและการแปรรูปเป็นน้ำกระท่อมซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ ปี 2547 จากการสำรวจในภาคครัวเรือน เมื่อปี 2554 พบการใช้กระท่อมทั่วประเทศ 404,548 คน สูงสุดในภาคใต้ 200,000 ราย ขณะที่สถิติการจับกุมเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2551-2556 ในปี 2556 ยึดของกลางได้ 11,339 กก. และยังพบเคลื่อนย้ายคนจากภาคใต้ไปทำงานกรีดยางพาราในภาคอีสานและภาคเหนือมากขึ้น ทำให้มีการเสพกระท่อมกระจายไปทั่วประเทศ ในกลุ่มวัยรุ่นนิยมเสพน้ำต้มใบกระท่อมมากกว่าเคี้ยวใบกระท่อมสด และยังพบการนำเข้ากระท่อมจากมาเลเซียด้วย โดยผู้เสพมีอายุตั้งแต่ 15-24 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกร
ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับพืชกระท่อม พบว่า ในภูมิภาคอาเซียน มีเพียง 3 ประเทศที่มีกฎหมายควบคุมพืชกระท่อม ได้แก่ ไทย พม่า และมาเลเซีย แต่ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมพืชกระท่อม ครอบคลุมทั้งใบ ต้น ราก และดอก แต่มาเลเซียควบคุมเฉพาะสารมีตราไจนินในใบกระท่อม หากมีการขาย ครอบครองเพื่อขาย ปรุงสังเคราะห์แล้วก่อให้เกิดอันตรายมีโทษจำคุก 2 ปี ออสเตรเลียจัดกระท่อมเป็นสมุนไพร แต่ควบคุมสารอัลคาลอยด์ ห้ามใช้ในการรักษาโรค หากนำไปใช้รักษาโรคแล้วเกิดอันตรายจะมีความผิด ในสหรัฐอเมริกากำหนดให้กระท่อมเป็นวัตถุเฝ้าระวัง สามารถซื้อขายได้ทั่วไป โดยพบว่าในร้านค้ามีการจำหน่ายกระท่อมและจัดประเภทเป็นสินค้าขายดี มีราคาแพง เฉลี่ยซองละประมาณ 1,000 บาท นอกจากนี้ยังมีภาพอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ได้ขุดหลุมปลูกพืชกระท่อมโชว์ด้วย
ขณะที่ ข้อมูลจากกองวัตถุยาเสพติด (อย.) ระบุว่า สาเหตุที่ต้องกำหนดให้กระท่อมเป็นสารเสพติด เนื่องจากผู้เสพมีความต้องการใช้รุนแรง เมื่อไม่ได้ใช้จะไม่อยากทำงาน มีอาการดื้อยาทำให้ต้องใช้ในปริมาณมากขึ้น และหมกหมุ่นอยู่กับการหาใบกระท่อมมาเสพ สุขภาพทรุดโทรม ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบของยาเสพติดทั้งสิ้น นอกจากนี้ กระท่อมยังถูกนำผสมกับสารเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์อื่นๆ ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน และแพร่ระบาดมากขึ้น ทั้งในรูปของ 4X100 และบาธซอล นอกจากนี้กระท่อมเป็นพืชออกฤทธิ์หลายด้าน ทั้งกระตุ้นประสาท กล่อมประสาท ระงับปวด มีองค์ประกอบคล้ายมอร์ฟีน เห็ดเมา กัญชา การนำมาใช้จึงพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ย.นี้ จะมีการหยิบยกประเด็นพืชกระท่อมขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา ในปี 2547 เคยมีการเสนอให้ยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด แต่ในปี 2549 กระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันให้กำหนดพืชกระท่อมเป็นยาเสพติด



