ข่าว

'ปปง.'ติวเข้มสถาบันการเงินสกัดฟอกเงิน

'ปปง.'ติวเข้มสถาบันการเงินสกัดฟอกเงิน

10 ก.ย. 2556

'ปปง.' ติวเข้มสถาบันการเงิน หวังป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สั่งเข้มงวดตรวจสอบลูกค้า อย่าให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

                       10 ก.ย.56 พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เชิญผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นตัวแทนจากธนาคารและสถาบันการเงินกว่า 700 คน เข้าร่วมการสัมมนาเรื่อง “กฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ.2556 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถอำนวยประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และนำไปสู่การเป็นประเทศที่ไม่มีความเสี่ยงในด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างถาวร ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้า การลงทุน และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

                       นอกจากนี้ เลขาธิการ ปปง.ยังแจ้งเตือนและกำชับไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎกระทรวงทั้งหมด ให้ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างเข้มข้น เนื่องจากในปัจจุบันยังมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และยังแอบอ้างเป็น พันตำรวจเอกดร.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าตนเองมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากพบสมุดบัญชีธนาคารของเหยื่อในขณะจับกุมผู้ค้ายาเสพติด หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าให้เหยื่อถอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมด แล้วนำเงินไปฝากที่ตู้รับฝากเงินสดของธนาคาร ซึ่งจะต้องดำเนินการคนเดียว ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครจนกว่าจะโอนเงินเสร็จ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะถูกฆ่าปิดปาก และจะบอกหมายเลข 10 หลักให้โอนเงินขณะอยู่ที่ตู้ฝากเงิน ระหว่างดำเนินการถอนและฝากเงินจะส่งคนไปคอยดูแลความปลอดภัย หากตรวจสอบแล้วพบว่าบริสุทธิ์ ปปง.จะมอบเงินในบัญชีดังกล่าวคืนให้ ซึ่งเป็นเรื่องหลอกลวง

                       พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพโดยเด็ดขาดเนื่องจากข้าราชการ สำนักงาน ปปง. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขาธิการ ปปง. ไม่มีนโยบายโทรศัพท์ตรงไปยังประชาชน เพื่อให้ดำเนินการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการฟอกเงิน โดยการโอนเงินไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้รับทราบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะพัฒนารูปแบบการหลอกลวงไปเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและให้วางโทรศัพท์ทันทีไม่ควรพูดหรือเจรจาเพราะมิจฉาชีพจะมีวิธีพูดให้เหยื่อกลัวและไม่กล้าวางสาย หากมีข้อสงสัยให้เปิดเวบไซต์ของสำนักงาน ปปง. ที่ www.amlo.go.th หรือโทรสายด่วน ปปง. 1710 เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรง ซึ่งบนเบปไซต์ของสำนักงาน ปปง. จะมีการแจ้งเตือนประชาชนกรณีดังกล่าวด้วย โดย ปปง.จะเข้าตรวจค้นเพื่อดำเนินคดีกับสถาบันการเงินที่ยังมีบัญชีเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือค้ายาเสพติด เนื่องจากการกระทำดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับประชาชนในวงกว้าง ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล