
'สุขุมพันธุ์'ลงตรวจพื้นที่อนุสาวรีย์ฯ
'สุขุมพันธุ์' ลงพื้นที่ตรวจการจัดระเบียบอนุสาวรีย์ฯ ปัดออกความเห็นคดี 'รถ-เรือดับเพลิง' ระบุรอศาลตัดสิน ยันเดินหน้าสู้คดีชั้นศาลโลก
10 ก.ย.56 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการจัดระเบียบพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นพื้นที่สำคัญที่มีประชาชนเดินทางสัญจรผ่านไปมากว่าวันละ 500,000 คน เนื่องจากมีระบบขนส่งมวลชนหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส รถเมล์ และรถตู้โดยสาร กทม.จึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยได้มีการปรับปรุงทางเท้าใหม่ ห้องน้ำทั้ง 4 เกาะรอบอนุสาวรีย์ฯ ให้ใหญ่กว่าเดิม มีความสวยงาม และอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติม และจัดระเบียบผู้ค้าโดยรอบทั้งหมด
ม.ร.ว.สขุมพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้กทม.ได้ขอความร่วมมือวินจักรยานยนต์รับจ้าง และวินรถตู้โดยสารกว่า 100 สาย ในการหาพื้นที่จอดรถให้เป็นระเบียบมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ กทม.ได้จัดระเบียบในพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ฯ ริมคลองหลอด สยามสแควร์ ซึ่งดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างจัดระเบียบบริเวณสุขุมวิทและกำลังจะเริ่มจัดระเบียบย่านราชประสงค์อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตัดสินขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม. มูลค่า 6,687,489,000 บาทในวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จึงขอไม่ออกความเห็นใดๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร กทม.ก็จะเดินหน้าต่อในขั้นตอนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งคิดว่ามีโอกาสที่การวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดในวาระของตัวเองภายใน 8 เดือน ถึง 2 ปีนี้
'สุขุมพันธุ์' ยันกทม.มีอำนาจเซ็นสัญญาเดินรถ 'บีทีเอส'
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร (ผู้ว่าฯกทม.) กล่าวถึงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บีทีเอสซี และมีความเห็นส่งสำนวนของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กับพวกรวม 10 คน ส่งคืนให้กับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการพิจารณาไต่สวนต่อตามอำนาจหน้าที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ไม่มีความเห็น เพราะเรื่องยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ที่ดีเอสไอต้องส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากทม.ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ตีความว่ากทม.สามารถทำสัญญาบีทีเอสได้ ตามอำนาจ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528



