ข่าว

ถกต่อแก้รธน.ว่าด้วยที่มา'ส.ว'นับเป็นวันที่11

ถกต่อแก้รธน.ว่าด้วยที่มา'ส.ว'นับเป็นวันที่11

10 ก.ย. 2556

"ขุนค้อน" นัดประชุมรัฐสภาต่อ ถกแก้รธน.ว่าด้วยที่มา ส.ว. ล่วงเข้าวันที่ 11 ด้าน"อำนวย"ปัดฮั้ว"นิคม"ปิดอภิปราย ไม่แน่ใจพิจารณาแก้'รธน.'เสร็จทันศุกร์นี้




          วันที่ 10 ก.ย.56 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา ในเวลา 10.00 น. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภา วาระที่ 2 ซึ่งจะพิจารณาต่อในมาตรา 8 ว่าด้วยตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาที่ว่างลง โดยวันนี้นับเป็นวันที่ 11 ของการพิจารณา ภายหลังจากที่นายนิคม ไวรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ได้สั่งพักการประชุมเมื่อเวลา 23.09 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา  

          ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผ่านมาตรา 7 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา และการกำหนดการเลือกตั้ง หลังจากที่สมาชิกวุฒิสภาหมดวาระลง ด้วยคะแนน 334 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง ท่ามกลางเสียงทักท้วงของ ส.ส. ฝ่ายค้าน และ ส.ว.บางส่วน ที่ยังไม่ได้อภิปราย

 

               
"อำนวย"ปัดฮั้ว"นิคม"ปิดอภิปราย ไม่แน่ใจพิจารณาแก้'รธน.'เสร็จทันศุกร์นี้

               
         นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภา ว่า อยากฝากให้สมาชิกได้อภิปรายให้อยู่ในประเด็น เพราะจะไม่ทำให้เวลาที่เสียไปเปล่าประโยชน์ ขออย่าให้นักการเมืองรุ่นใหม่ เอาประเทศชาติมาเป็นตัวประกัน อยากให้ทั้งสองฝ่ายมาช่วยแก่ปัญหาให้ประเทศ ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพื่อให้อำนาจกับประชาชนอย่างแท้จริง

         ผู้สื่อข่าวถามว่า การปิดอภิปรายมาตราที่่ผ่านมา ส.ส.พรรครัฐบาลได้ฮั้วกับนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภาหรือไม่ นายอำนวย กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยกัน เพราะในสภานี้ประธานก็ทำหน้าที่ของประธานไป ส่วนผู้ฟังการอภิปราย และผู้เสนอปิดอภิปราย เมื่อมองว่า การอภิปรายเนื้อหาครบถ้วน หมดประเด็นแล้ว และเวลาก็ดึกมาก จึงเห็นว่าการเสนอปิดอภิปรายก็เป็นเอกสิทธิ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการประชุมเมื่อวานนี้องค์ประชุมครบ ส่วนที่องค์ประชุมไม่ครบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ก็เห็นใจ ส.ส.ในการลงพื้นที่

         เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้หารือกับวุฒิสภาหรือไม่ เนื่องจากเวลาการประชุมร่วมรัฐสภาไปเบียดเวลาการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับอื่น นายอำนวย กล่าวว่า มีการพูดคุยกันตลอด ขณะที่การประชุมร่วมรัฐสภาจะแล้วเสร็จภายในวันศุกร์นี้หรือไม่ ตนยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ส่วนการแถลงผลงานของรัฐบาลนั้น ก็ต้องไปตรวจสอบเรื่องระเบียบวาระกับประธานรัฐสภา คาดว่าอีกไม่นานจะมีการแถลงผลงาน

 

 "ปธ.วิปฝ่ายค้าน" อัดยับ "สมศักดิ์-นิคม" จับมือหักดิบปิดปากฝ่ายค้าน-ส.ว.

 

               นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ว่า เชื่อว่าประธานในที่ประชุมทั้ง 2 คนกับรัฐบาลคงจะจับมือกันหักดิบปิดปากการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านและส.ว. ปิดหูปิดตาประชาชนโดยจะมีการปิดอภิปราย เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นต่างพูดไม่กี่คนและเร่งรัดให้ลงมติทุกมาตราหลังจากนี้เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จทันก่อนเดือน มี.ค.2557 เพราะจะมีผลให้ ส.ว.ลงสมัครได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญซ้ำซากของผู้ที่ร่วมมือสมคบกัน หากยังย่ามใจทำอย่างนี้ต่อไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้คงไม่ตายดีและจะมีอันเป็นไปแน่นอน ส่วนกรณีที่มีคนสำคัญจากนอกประเทศคาดโทษ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่โดดร่มการประชุม เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น สะท้อนชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีคนนอกประเทศมาเกี่ยวข้องและมีความสำคัญสำหรับคนบางคน และคนบางกลุ่ม ดังนั้นที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อครอบงำวุฒิสภานั้นจะไม่ใช่เรื่องไกลจากความเป็นจริง ถือเป็นการแก้ตามใบสั่งอย่างแน่นอน

               นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมในวันนี้ ในมาตรา 8 นั้น ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไปในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับบนี้ โดยมีผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติ 94 คน จะมีผู้อภิปรายประมาณ 20 คน ขอฝากเตือนประธานในที่ประชุมทั้ง 2 คนและสมาชิกเสียงข้างมากว่า อย่าทำผิดรัฐธรรมนูญอีกต่อไป และการตัดสิทธิผู้อภิปรายนั้นผิดรัฐธรรมนูญ จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอันเป็นไป หากวันนี้มีการรวบรัดอีกก็จะเป็นความผิดสะสม ทั้งนี้ ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสัปดาห์นี้จะพิจารณาเสร็จสิ้นทั้งฉบับหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้เสียงข้างมากปิดอภิปราย ตัดสิทธิผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติได้ ต่อไปในการพิจารณากฎหมายฉบับอื่นๆ ผู้แปรญัตติก็ไม่มีหลักประกันอะไรว่า ผู้ที่สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติจะได้อภิปรายในสภาฯ ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังยกร่างคำร้องที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้กระทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่

               นายจุรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปาฐกถาที่ยูเอ็นว่า ประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างน้อยนั้นถือว่าเป็นปาหี่หลอกโลก เพราะพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีตรงกันข้ามกับที่พูด สร้างภาพลวงโลก ขอเตือนนายกรัฐมนตรีว่า จะพูดอะไรก็ให้พูดความเป็นจริงที่ทำอยู่ หากคิดแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องหลักประชาธิปไตยด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีต้องเลิกทำตัวเป็นนายกรัฐมนตรีดีแต่เที่ยว แล้วหันมาแก้ปัญหาในประเทศพร้อมกับเดินทางเข้ามาสภาฯ อย่ามาเฉพาะวันแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่วันแก้ปัญหาประชาชนกลับไม่มา สำหรับกรณีที่นายสมศักดิ์ ระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีได้ เนื่องจากติดการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านอภิปรายเป็นจำนวนมากนั้น อย่าโยนบาปให้คนอื่น เพราะญัตติแถลงผลงานรัฐบาลอยู่ในระเบียบวาระก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นญัตติแถลงผลงานปีที่ 1 แต่ขณะนี้ 2 ปีแล้ว ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะรัฐบาลกลัวการแถลงผลงานต่อรัฐสภา หรือไม่มีผลงาน หรือผลงานติดลบ ขอทวงถามว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะแถลงผลงานปีที่ 1 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายค้านยังไม่พิจารณาว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อไหร่