
ถอนพืชกระท่อม..'อย่าฆ่ากันทางอ้อม'
ถอนพืชกระท่อม..'อย่าฆ่ากันทางอ้อม' เสียงต้านจากชายแดนใต้ : สมชาย สามารถรายงาน
แนวคิดการถอน "ใบกระท่อม" ออกจากบัญชียาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหลายอณูส่วนของสังคมยามนี้
แม้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมองว่า พืชชนิดนี้ไม่ใช่ "ยาเสพติด" เพราะออกฤทธิ์ในแง่ยาเสพติดน้อยมาก ซ้ำบางครั้งยังให้คุณในทำนอง "ยาขยัน" ต่อผู้ใช้แรงงานอีกต่างหาก
ทว่า หากรัฐบาลไม่ศึกษาผลกระทบให้ประจักษ์ ก่อนดำเนินการใดๆ บางมุมก็อาจกลายเป็น "ดาบสองคม" อย่างเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นประเด็นที่สุ่มเสี่ยง อย่าลืมว่า ใบกระท่อม คือ สารตั้งต้นยาเสพติด ต้นตำรับ "สี่คูณร้อย" จนกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ติดกันงอมแงม
ส่วนหนึ่งกลายเป็นพลังฮึกเหิมให้แก่ผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งนิยมใช้ยาขนานนี้ "ชูกำลัง" ก่อนออกปฏิบัติการแทบทุกครั้งไป
ก่อนนี้ไม่กี่วัน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้จับเข่าหารือกับ "อาศิส พิทักษ์คุมพล" จุฬาราชมนตรี เพื่อหาแนวทางถอนเรื่องนี้เช่นกัน
ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ มองว่า ยังไม่ควรมีการปลูกโดยเสรี เพราะจะถูกนำไปใช้ในเรื่องยาเสพติด ต้องดูเป็นพื้นที่ๆ ไป อย่างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าถามว่า ควรจะถอนบัญชีออกจากยาเสพติดหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ไม่ เพราะจะเป็นการซ้ำเติมให้แก่คนที่เสพยาในพื้นที่อยู่แล้ว โดยใช้ใบกระท่อมเป็นสารตั้งต้น จะทำให้ง่ายในการเข้าถึงยาเสพติด
"เปรียบเสมือนเป็นการฆ่าคนชายแดนใต้ทางอ้อมเลย ฉะนั้นพื้นที่ที่มีการระบาดของการใช้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดควรงดไว้ก่อน จนกว่าจะมาแก้ปัญหายาเสพติดที่ต้นตอได้ จึงขอให้พิจารณาเป็นพื้นที่ไป" ดร.วิสุทธิ์ระบุ
ที่สำคัญไปกว่านั้นในมุมมองของมุสลิม ก็ไม่ได้มองตัวพืชอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนาของผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้นำไปใช้เพื่อการรักษาโรคก็ไม่ถือเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ถ้านำมาใช้เพื่อให้เกิดการเคลิบเคลิ้ม มึนเมา อันนี้ไม่ได้ ถือเป็นสิ่งต้องห้าม
ไม่ต่างจากมุมของ "แวดือราแม มะมิงจิ" ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน โดยยืนบนเหตุผลที่ว่า จะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกหลานในพื้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น อันจะนำไปสู่การเสพยาเสพติดในพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม้ว่าในอดีตพืชกระท่อมจะเป็นยาก็ตาม แต่ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาเสพติดที่สำคัญในพื้นที่
"วันนี้เรายังไม่เห็นด้วย เพราะปัจจุบันแม้จัดเป็นพืชยาเสพติดก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมได้ หากมีการถอนออกจากบัญชียาเสพติดจะยิ่งเข้าถึงได้ง่าย"
ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลจะถอนออกจากบัญชียาเสพติด สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการก็คือ การให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการรองรับให้ชัดเจน ต้องทำความเข้าใจกับผู้นำศาสนา เพราะทุกวันนี้ผู้นำศาสนารับรู้ว่า เป็นพืชยาเสพติด สมมุติรัฐบาลประกาศถอนก็ต้องแจงว่าเหตุผลว่า ทำไม ให้ผู้นำศาสนา ชาวบ้าน และผู้ปกครองรับทราบชัดเจน
หากมองจากมุมของแกนนำครูในพื้นที่อย่าง "ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ" ประธานสภาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนในระนาบเดียวกันว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่ารุนแรงมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นใช้สารเสพติดประเภทนี้เยอะมาก
"ตอนนี้กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง นำไปสู่การเสพยาเสพติดประเภทอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการถอนบัญชี แม้ในอีกด้านจะมีประโยชน์ แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นยาเสพติดนั่นเอง ขณะนี้การแพร่ระบาดลงลึกไปถึงระดับเยาวชน ตั้งแต่ ป.6 ขึ้นไป ส่วนระดับม.1-ม.3 ไม่ต้องพูดถึงมีเยอะมาก รวมถึงเด็กที่อยู่นอกระบบ ลึกมากจนถึงระดับครอบครัว ทำให้ราคาแพงมาก ขายกันเป็นใบ เพราะหายาก ต้องส่งทางไปรษณีย์ นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านกันแล้ว" ประสิทธิ์ให้ข้อมูล
มุมเหล่านี้แม้รัฐจะมองเป็นเรื่องให้คุณอนันต์มากกว่าผลเสีย แต่เสียงกระตุกเตือนจากบางภาคส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้นั้น
บางครั้งรัฐยิ่งจำต้องเงี่ยหูฟัง !!
...................
(หมายเหตุ : ถอนพืชกระท่อม.. 'อย่าฆ่ากันทางอ้อม' เสียงต้านจากชายแดนใต้ : สมชาย สามารถรายงาน)



