
'เฮกินัน'โมเดลโรงไฟฟ้าถ่านหิน
'เฮกินัน'โมเดลโรงไฟฟ้าถ่านหินในอนาคตของไทย! (จบ) : โดย...ธานี กุลแพทย์
ในการนี้ คณะจากประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าพบ นายมาซาโนบุ เนกิตะ นายกเทศมนตรีเมืองเฮกินัน เจ้าของพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินัน เพื่อรับฟังแนวทางระบบการจัดการของโรงไฟฟ้าแห่งนี้และความร่วมมือของเทศบาล
นายกเทศมนตรีเมืองเฮกินัน กล่าวว่า ก่อนจะมีการตั้งโรงไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นนั้น บริษัทชุบุ อิเล็คทริก พาวเวอร์ จำกัด (CEPCO) ได้ลงพื้นที่ศึกษาสิ่งแวดล้อม ทำความเข้าใจกับประชาชนซึ่งมีราว 72,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมง พร้อมมีมาตรการรองรับในการรักษาความปลอดภัยจากมลพิษที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ให้มีค่าเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้
รวมทั้งมีแผนจัดการกับสังคมรอบโรงไฟฟ้าด้วยทำเอ็มโอยูกับ 3 เมืองใกล้เคียง กรณีได้รับผลกระทบ อีกทั้งออกเป็นกฎหมายว่าพื้นที่โดยรอบ 25% ต้องเป็นพื้นที่สีเขียว ควบคู่กับการที่บริษัทต้องพัฒนาชุมชนด้วยเม็ดเงินปีละกว่า 300 ล้านบาท หรือในกฎหมายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ที่ระบุว่าจำนวน 1 ใน 4 ของงบการก่อสร้างโดยรวม ต้องนำมาซึ่งการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โดยรอบ
ด้วยมาตรการเหล่านี้ นายกเทศมนตรีเมืองเฮกินัน กล่าวว่า จึงทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในระบบการจัดการเทคโนโลยีสะอาดของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ อันสอดรับกับที่ผ่านมาภายหลังโรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการไม่เคยมีปัญหาก่อมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ขณะที่ทุกเดือนโรงไฟฟ้าจะต้องรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปริมาณสารที่ถูกปล่อยออกมาแจ้งให้ประชาชนทราบข้อมูลที่ถูกต้องและต่อเนื่อง
นายมาซาโนบุ กล่าวอีกว่า พลังงานทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย ซึ่งการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เกิดผลดีแน่นอน เพราะหากเชื้อเพลิงจากพลังงานอื่นเกิดปัญหา และไม่มีพลังงานทางเลือกอื่นมารองรับก็จะไม่สามารถนำพลังงานชนิดอื่นมาใช้ทดแทนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทนอย่างสมดุล
อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลากว่า 20 ปี ในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินันแห่งนี้ นายกเทศมนตรีย้ำว่า ได้รับการร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากประชาชนเพียง 1-2 รายเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเริ่มปีแรกของการก่อสร้าง ต่อมาเมื่อได้รับการอธิบายถึงมาตรการป้องกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน มีเหตุมีผลสอดคล้องกันจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ท้ายสุดผู้ร้องเรียนกลุ่มนี้จึงยุติบทบาทไปโดยปริยาย
ความร่วมมือของเทศบาลเมืองเฮกินัน บริษัทชุบุฯ เจ้าของกิจการอันรวมถึงประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งให้การอยู่ร่วมกันของคนชุมชนกับโรงไฟฟ้าเป็นไปด้วยดีตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองเฮกินัน กล่าวย้ำว่า เป็นเพราะการทำหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีความลับต่อกัน มีความจริงใจในการแก้ปัญหาร่วมกัน อันนำมาซึ่งเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือเพื่อประโยชน์สุขของชนในชาติเป็นสำคัญ
นั่นเป็นบริบทของโรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินัน ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้วในทุกๆ ด้าน ทั้งสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง การมีคุณธรรม จริยธรรม ทว่ากับประเทศไทยจำเป็นหรือยัง!! ตราบใดที่บริบททางสังคม การเมืองของบ้านเรายังไร้ซึ่งประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในภาคประชาชน และยอมให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมตัดสินใจ อีกทั้งตรวจสอบการดำเนินการของผู้ประกอบการ
ดัง รศ.ดร.สุธา ขาวเพียร นักวิชาการภาควิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นกับการหาพลังงานทางเลือกอื่นที่น่าสนใจมาใช้ในเวลาที่ประเทศยังไม่เกิดวิกฤติขาดแคลนไฟฟ้า ทว่าจะต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์ทางเลือกร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยจะต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบด้านและครบถ้วนในโครงการ เพื่อความโปร่งใส สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าในหลายประเทศ รวมถึง โมเดลโรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินันของญี่ปุ่น จะมีประสิทธิภาพสูง แต่การจะนำมาเป็นโมเดลเพื่อการพัฒนาพลังงานในประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาเหตุผลให้ดี โดยเฉพาะประเด็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะต้องมีการพูดคุยหารือร่วมกัน แม้อาจต้องใช้เวลายาวนานก็ต้องอดทนรอจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด
...............................
('เฮกินัน'โมเดลโรงไฟฟ้าถ่านหินในอนาคตของไทย! (จบ) : โดย...ธานี กุลแพทย์)



