
ไทยรั้งท้ายด้านการศึกษาจริงหรือ?
เล่าสู่กันฟัง : ไทยรั้งท้ายด้านการศึกษาจริงหรือ ? : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
ยุคนี้เป็นยุคของการจัดอันดับครับ! โดยเฉพาะภาคธุรกิจ เพราะการจัดอันดับนั้นแสดงถึงความเหนือกว่า-ด้อยกว่า และสามารถหยิบยกนำมาเป็นข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบในด้านต่างๆ ได้โดยง่าย ทั้งยังเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ หรือลดทอนความน่าเชื่อถือได้ทันทีเมื่อตีแผ่สู่สังคม อย่างไรก็ตาม เราคงจะต้องมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าจะสามารถเชื่อถือการจัดอันดับนั้นได้มากน้อยเพียงใด
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ผม จนไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ และขอนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพราะเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ ที่ผมเชื่อว่าไม่ว่าการจัดอันดับนี้จะมาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้ใหญ่ในประเทศก็น่าจะให้ความสนใจ นั่นคือเรื่องการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของบ้านเรา
เมื่อเร็วๆ นี้ World Economic Forum (WEF) - The Global Information Technology Report 2013 ได้จัดอันดับคุณภาพการศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นประเทศที่มีคะแนนต่ำที่สุด จากการจัดอันดับ 8 ประเทศ ผมเองในฐานะผู้รับสาร แม้จะเชื่อมั่นว่าองค์กรที่ออกมาให้ข้อมูลนั้นมีชื่อเสียง แต่ก็ยังไม่เชื่อว่าการศึกษาไทยเราจะอยู่รั้งท้ายขนาดนั้น
ผมไม่รอช้าที่จะรีบหาข้อมูลมาเพิ่มเติม พบว่าหากใช้หลักเกณฑ์ การพัฒนามนุษย์ ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ไทยจะอยู่อันดับ 92 แม้จะต่ำกว่ามาเลเซีย แต่ก็ยังสูงกว่าหลายๆ ประเทศเพื่อนบ้านเรา และ ดัชนีด้านการศึกษา (Education Index) ที่คำนวณจากสัดส่วนของผู้ใหญ่ที่รู้หนังสือและผู้ได้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าไทยอยู่อันดับ 72 ต่ำกว่าสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเชีย แต่เราก็ยังคงสูงกว่ากัมพูชาและอินโดนีเชีย เมื่อหาข้อมูลให้ละเอียดขึ้นอีกก็พบว่า ในระดับประถมศึกษา ไทยมีอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 88 ซึ่งมากกว่าของกัมพูชา ที่มีอัตราผู้เข้ารับการศึกษาเพียงร้อยละ 66 หรือเพียง 3.5 ล้านคน
ประกอบกับจากการเดินทางไป ประเทศเพื่อนบ้านมาทุกประเทศประเทศละหลายๆ ครั้ง ยังทำให้ผมรู้สึกว่าคุณภาพการศึกษาของเราไม่น่าจะด้อยกว่า กัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม อีกทั้ง QS World University ได้เผยข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยของไทยหลายที่หลายแห่งติดอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยโลก และเครื่องการันตีความเชื่อมั่นอีกอย่างหนึ่ง คือเด็กไทยเก่งๆ หลายคนสามารถคว้าแชมป์อันดับหนึ่งด้านการศึกษาในเวทีโลกได้อีกด้วย
ดังนั้น สิ่งที่ WEF ได้วิเคราะห์มานั้นอาจต้องช่วยกันดูให้ถึงรายละเอียดของเครื่องมือในการนำมาใช้วิเคราะห์ ชี้วัด ไปจนถึงปัจจัยที่เขานำมาประกอบการวิเคราะห์ เพื่อสืบเสาะหาความจริงว่าใช้อะไรบ้าง และได้ข้อมูลมาจากที่ไหน?
สำหรับผมในฐานะผู้รับสารต้องขอบคุณในการทำหน้าที่ของ WEF ที่สวมบทบาทเป็นกระจกสะท้อนให้กับสังคม ถ้ากระจกที่สะท้อนในครั้งนี้เผยความจริงของการศึกษาไทย ด้วยความจริงใจ และถ้าเป็นจริงตามนั้นก็นับว่าเป็นโอกาสดีของเราที่จะได้หันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ เสียที
-----------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ไทยรั้งท้ายด้านการศึกษาจริงหรือ ? : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



