ข่าว

เรื่องหัวหอมที่ไม่หอมในอินเดีย(2)

เรื่องหัวหอมที่ไม่หอมในอินเดีย(2)

11 ก.ย. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : เรื่องหัวหอมที่ไม่หอมในอินเดีย (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                           ในส่วนของพรรคคองเกรส ซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภานั้น ได้พยายามตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ประชาชนใช้ปัญหาหอมแพงมาเป็นชนวนล้มรัฐบาลเหมือนในอดีต รัฐสภาจึงลงมติผ่านร่างกฎหมายประกันราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างง่ายดาย แม้จะต้องใช้งบประมาณก้อนโตถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.4 แสนล้านบาท) ก็ตาม ในจำนวนนี้รวมไปถึงงบประกันราคาข้าวและธัญพืชจำนวน 45,000 ล้านรูปี (ราว 23,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือคนจนราว 820 ล้านคน หรือเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ให้สามารถซื้อหาได้ในราคาถูก

                           ภายใต้โครงการนี้ รัฐบาลนายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดรายละเอียดว่า จะให้คนจนทุกคนสามารถซื้อข้าว ข้าวสาลี และแป้ง เดือนละ 5 กิโลกรัม ในราคาประกันกิโลกรัมละ 3 รูปี 2 รูปี และละ 1 รูปี เท่านั้น ด้านนางซอนญา คานธี หัวหน้าพรรคคองเกรส ให้ความเห็นเสริมว่า กฎหมายฉบับนี้เท่ากับเปิดโอกาสให้มีการจัดหาอาหารให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เสียเปรียบในสังคม ผู้ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์จากความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของประเทศแม้แต่น้อย

                           อย่างไรก็ตาม พรรคพาราติยะ ชนตะ (บีเจพี) พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมสุดโต่ง กล่าวว่า โครงการสงเคราะห์อาหารราคาถูกนี้ เหมือนกับเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาอาหารขาดแคลนที่แผ่วงกว้างไปทั่วทั้งประเทศได้ หนำซ้ำกลุ่มคนที่ได้รับความช่วยเหลือก็ยังจำกัดวงแคบเกินไปอยู่ดี ขณะที่นักวิชาการหลายกลุ่มเตือนว่า กฎหมายฉบับข้างต้นจะยิ่งทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในโครงการอุดหนุนอาหารราคาถูกหนักยิ่งขึ้นไปอีก จากขณะนี้ที่ต้องแบกรับภาระไว้ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีแนวโน้มว่าภาระหนักอึ้งนี้อาจจะพุ่งสูงไปถึงเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี อันจะยิ่งทำให้รัฐบาลมีปัญหามากขึ้นที่จะควบคุมตัวเลขการขาดดุลงบประมาณ หรือการรับมือกับเศรษฐกิจชะลอตัว และการอ่อนค่าของเงินรูปี

                           แต่เพื่อเอาชนะการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศแล้ว รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันทนแบกรับภาระหนักอึ้งนี้ไว้ดีกว่าจะมาเสียใจในภายหลัง เข้าตำรา "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"

                           ขณะที่พรรคบีเจพีเองก็ไม่อยากจะตกขบวนรถไฟสายเลือกตั้งเช่นกัน หลังจากมีบทเรียนอันสุดแสนเจ็บปวดมาแล้วว่า อย่าปล่อยให้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรผ่านไปโดยไม่รีบลงมือแก้ไขโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นมีสิทธิสูญเสียอำนาจได้ง่ายซ้ำรอยประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว คราวที่พรรคบีเจพี ซึ่งขณะนั้นเป็นพรรครัฐบาล แต่กลับพ่ายการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นท่าเมื่อปี 2541

 

 

-----------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : เรื่องหัวหอมที่ไม่หอมในอินเดีย (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)