ข่าว

'สมศักดิ์'ชี้ไร้กม.ลงโทษ'รบ.'ไม่แถลงผลงาน

'สมศักดิ์'ชี้ไร้กม.ลงโทษ'รบ.'ไม่แถลงผลงาน

09 ก.ย. 2556

'สมศักดิ์'โยนวิปรัฐกำหนดกรอบถกร่างรธน. ยืนยัน'ปธ.การประชุม'ใช้มาตรฐานเดียวชี้ ไม่มีกฎหมายลงโทษ'รัฐบาล'ไม่แถลงผลงาน ด้านพท.ข้องใจ'วสันต์'ชี้รัฐบาลทำผิด

               9 ก.ย.56 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรอบระยะเวลาการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของ ส.ว. ว่า คงต้องปล่อยไปตามธรรมชาติและข้อบังคับ ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า จะใช้เวลาในการพิจารณาทั้งหมดกี่วัน ขึ้นอยู่วิปรัฐบาลจะไปหารือกัน ส่วนที่มีข่าวออกมาว่า สภาจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ เป็นเพียงแค่การประเมินของแต่ละบุคคลเท่านั้น ซึ่งเราก็ต้องให้เวลากับสมาชิกได้อภิปรายกันพอสมควร แต่ถ้าลากยาวแล้วไม่มีเหตุผลก็คงเป็นไปไม่ได้ ส่วนที่หากมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จแล้ว จะพิจารณามาตรา 68 และ 190 ต่อหรือไม่นั้น ขณะนี้ตนยังไม่ทราบคงต้องอยู่ที่วิปรัฐบาลในการดูความจำเป็น

               นายสมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการมองตนและนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา มีการทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคนละมาตรฐานกัน ว่า ยืนยันว่า ตนและนายนิคม ใช้มาตรฐานเดียวกัน ที่ผ่านมายังไม่มีการวินิจฉัยที่ขัดแย้งกัน และการที่นายนิคม มีการสั่งปิดการอภิปรายนั้น เพราะนายนิคม ได้วินิจฉัยตามที่สมาชิกเสนอญัตติเข้ามา

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าใช้เสียงข้างมาก ในการเสนอญัตติปิดอภิปราย มองหรือไม่ว่าจะเกิดปัญหาในเรื่องความสง่างาม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเสนอญัตติปิดอภิปรายก็สามารถทำได้ตามข้อบังคับ ตนอยากถามว่าความสง่างามนั้นคืออะไร เราต้องแยกให้ออกว่า การยื้อกับการดำเนินการตามข้อบังคับ สิ่งไหนสง่างามกว่ากัน

                เมื่อถามว่า กรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่า รัฐบาลยังไม่มีการแถลงผลงานรอบ 1 ปีต่อรัฐสภา อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบก็ไม่มีกฎหมายกำหนดบทลงโทษเอาไว้ ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็มีการแถลงผลงานล่าช้าในลักษณะเดียวกันนี้ ขณะนี้ทางรัฐบาลก็ได้เสนอเรื่องแถลงผลงานมายังรัฐสภาแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องของวิปรัฐบาลที่จะเป็นผู้จัดลำดับความสำคัญว่าจะนำมาพิจารณาเมื่อใด

               ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ เมื่อมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วจะนำเรื่องแถลงผลงานขึ้นมาพิจารณาต่อ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้ แต่ก็ต้องรอวิปรัฐบาลมีการประสานมาอีกคร้ัง

 

 

"เพื่อไทย" ข้องใจ "วสันต์" ชี้รัฐบาลทำผิดไม่แถลงผลงานสอดรับกับ"ฝ่ายค้าน"นำไปขยายผล

                

               นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า รัฐบาลทำผิดกรณีที่ยังไม่แถลงผลงานรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า จากการสอบถามวิปรัฐบาลนั้น รัฐบาลได้ส่งรายละเอียดไปที่ประธานรัฐสภาแล้ว ถือว่ารัฐบาลทำตามขั้นตอนแล้ว อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้แถลงผลงานในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า การที่อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุเช่นนี้เหมือนมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ ที่สำคัญคือ ฝ่ายค้านรับลูกโดยนำเรื่องนี้มาขยายผลทันที ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะแถลงผลงานโดยไม่มีวาระซ่อนเร้นปกปิดแน่นอน

               นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การนัดประชุมรัฐสภาโดยใช้เวลาทั้งสัปดาห์เปรียบเหมือนสภาฯ ทาสด้วยว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว ซึ่งเหตุผลที่ต้องประชุมต่อเนื่องยาวนานนั้นอยากให้ฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว. ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาด้วยว่า ใครเป็นฝ่ายเตะถ่วงและตีรวน การอภิปรายวาระ 2 ฝ่ายค้านก็ยังกลับไปอภิปรายเหมือนในวาระแรก เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามดึงเกมแล้วมากล่าวหารัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส.ส.และ ส.ว.ควรเข้าประชุมตามกำหนดเวลา เพราะประชาชนเสียภาษีให้ทำหน้าที่ ถ้าฝ่ายค้านและส.ว.บางท่านขี้เกียจสันหลังยาว ไม่เข้าประชุม ก็ออกไปทำอย่างอื่นดีกว่า ไม่ใช่กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เดินทางไปต่างประเทศว่าหนีการประชุมซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเพื่อดูเรื่องเศรษฐกิจและการค้า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พยายามลดความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรี

               "ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีไม่สนใจปัญหาปากท้องประชาชนนั้น ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีมีความจริงใจในการแก้ปัญหา เห็นได้จากการส่งตัวแทนไปเจรจาปัญหากับผู้ชุมนุมชาวสวนยาง ทั้งนี้ การที่ฝ่ายค้านกล่าวหานายกรัฐมนตรีนั้นเหมือนเป็นการเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ทั้งๆ ที่เอแบคโพลล์ก็ระบุผลสำรวจว่า พรรคเพื่อไทยยังได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ขอให้ฝ่ายค้านหยุดกล่าวหารัฐบาล หยุดให้โฆษกพรรคกล่าวหาอย่างไม่สร้างสรรค์ หันไปปฏิรูปพรรคและการทำงานในสภาฯ รวมถึงคิดนโยบายแข่งขันกับรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะดีกว่า" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 

 

"หมวดเจี๊ยบ"แจง"รบ."ไม่ได้ทำผิดรธน. เรื่องจำนำข้าว แถลงผลงาน 1 ปี

 

               ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลขอยืนว่าไม่ได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ต่อรัฐสภา นโยบายรับจำนำข้าว และไม่ได้มีรัฐบาลพลัดถิ่นเกิดขึ้น ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์​ ในส่วนของการแถลงผลงานรอบ 1 ปี ต่อรัฐสภานั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า รัฐบาลได้จัดทำเอกสารรายงานสรุปผลงานของรัฐบาล ครบ 1 ปี เสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งรายงานดังกล่าว ไปยังสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พ.ย.55 และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานสรุปผลงานครบรอบ 2 ปี จึงขอยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ต่อรัฐสภา ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าจะจัดระเบียบวาระการประชุมอย่างไร ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถไปก้าวล่วง ได้ แต่ก็ถือว่า รัฐบาลได้ทำตามหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐสภา แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลาหรือกำหนดเส้นตายไว้ว่าต้องมีการแถลงผลงานต่อรัฐสภาภายในกี่วัน ดังนั้น ระยะเวลาจึงไม่ใช่ข้อบังคับในทางกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะไปชี้แจงหรือแถลงต่อสภาฯ แล้ว และขอยืนยันว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ปฏิบัติแตกต่างจากที่รัฐบาลในอดีตได้กระทำมา เช่น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้แถลงผลงานครบ 1 ปี ต่อ รัฐสภา ในทันทีที่ครบกำหนด 1 ปีเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดเท่านั้น

                ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่านโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ เพราะมีการแทรกแซงกลไกตลาดนั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า ไม่ได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญ แต่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้กินดีอยู่ดี ซึ่งรัฐบาลก็เคารพหลักการของรัฐธรรมนูญที่กำหนดแนวทางการออกกฎหมายเพื่อบริหารประเทศเอาไว้ และสิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ดำเนินการไป ก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆ ที่มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร อย่างไรก็ตามไม่มีประเทศไหนในโลกที่ปล่อยให้ตลาดมีการแข่งขันเสรี 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การใช้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของประเทศไทยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรับจำนำ หรือวิธีการประกันราคา รัฐบาลก็มีส่วนเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด ไม่ได้ปล่อยให้ตลาดแข่งขันอย่างเสรี 100 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นแนวทางการปฏิบัติของทุกรัฐบาล ไม่เคยมีการนำเรื่องเทคนิคของกฎหมายมาเป็นประเด็นโจมตี ว่าขัดแนวทางของรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาลเลย และที่สำคัญนโยบายรับจำนำข้าว ก็เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา หากรัฐบาลไม่ดำเนินการต่อ ก็ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย

                ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่ออีกว่า ส่วนประเด็นที่มีการโจมตีว่า รัฐบาลชุดนี้มีสถานะขัดรัฐธรรมนูญ เพราะได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ และกล่าวหาว่ามีรัฐบาลพลัดถิ่นเกิดขึ้นนั้น ขอปฏิเสธว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้อำนาจจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างชอบธรรมตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เป็นรัฐบาลหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ มีความรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ ทั้งในความรับผิดชอบทางการเมืองและความรับผิดชอบทางกฎหมาย โดยไม่มีใครมารับผิดชอบแทนบุคคลเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม การที่คณะรัฐมนตรีจะรับฟังความคิดเห็นของที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะรัฐบาลทุกชุดไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ หรือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของประเทศใด ๆ ในโลก ก็ล้วนแต่มีที่ปรึกษาทั้งนั้น โดยเฉพาะในการบริหารโครงการใหญ่ ๆ บางครั้ง ก็ถึงกับต้องจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศด้วยซ้ำ แต่ที่สุดแล้ว การตัดสินใจและความรับผิดชอบต่าง ๆ ก็อยู่ที่รัฐบาลอยู่ดี อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจที่ผู้ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มักจะโจมตีรัฐบาลในประเด็นของความไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่ บุคคลเหล่านี้ ไม่เคยมีบทบาทในการคัดค้าน หรือแม้แต่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 หรือ ประเด็นความไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญ 50 เป็นผลพวงต่อการรัฐประหาร

 

               
"สุรนันทน์" โต้ "วสันต์" รัฐบาลทำตามรธน. แล้ว

 

                จากกรณีกรณีที่นายวสันต์ ออกมากล่าวถึงการกระทำขัดรัฐธรรมนูญของรัฐบาล นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมล์ ชี้แจง โดยระบุว่า ในประเด็นเรื่องการไม่แถลงผลงานรัฐบาลภายใน 1 ปี นับแต่เข้ามาบริหารประเทศนั้น  ภายหลังที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 รัฐบาลได้เริ่มบริหารประเทศเรื่อยมาซึ่งครบกำหนด 1 ปี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2555  รัฐบาลจึงได้ดำเนินการจัดทำรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีฯ โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเรียนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อส่งรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี ดังกล่าว เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 75 วรรคสอง บัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว จึงถือว่ารัฐบาลได้กระทำการตามหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้ว   ส่วนกรณีที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงผลงานต่อรัฐสภานั้น ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งโดยถือเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (ฝ่ายนิติบัญญัติ) ที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้เอง ซึ่งรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารจะไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซงใช้อำนาจดังกล่าวได้ หากรัฐบาลเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซงฯ ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

                นายสุรนันทน์ ระบุต่อว่า สำหรับประเด็นเรื่อง การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เป็นการกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (5) คือ ที่บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยกำกับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอนนั้นการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลถือเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาที่มีนโยบายยกระดับสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับต้นทุน และนำระบบจำนำสินค้าเกษตรมาใช้ในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าว ดังนั้น จึงถือเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าวที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา  สำหรับโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นโครงการที่มุ่งประสงค์จะช่วยเหลือโดยการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยเป็นสิทธิของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ก็ได้โดยมิได้มีการบังคับแต่อย่างใด

                "นอกจากนี้ ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 84 (8) ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด จึงเห็นได้ว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ให้คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด"  นายสุรนันทน์ ระบุ