
'กทม.'เตือน'พระราม4'เสี่ยงถนนทรุด!
'กทม.' เตือนพระราม 4 เสี่ยงถนนทรุด เอาจริงจัดระเบียบทางเท้าทั่วกรุง สั่งรื้อป้าย-ตู้โทรศัพท์เถื่อน เปิดเฟซบุ๊ก 'Bangkok Eyes' รับเรื่องร้องเรียนปชช.
9 ก.ย. 56 นายสุรพล อนวัชพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีรถบรรทุก 6 ล้อ ตกหลุมทางเท้าทรุดตัว บริเวณทางเท้าหน้าทางเข้าตลาดสรงประภา เขตดอนเมืองเมื่อวันที่ 7 กันยายน ว่า เนื่องจากทางเท้าเกิดทรุดตัวขณะรถบรรทุกกำลังขับขึ้นไปเพื่อซ่อมท่อประปา ทั้งนี้ สำนักการโยธาได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเพื่อให้เข้าตรวจสอบบริเวณใต้พื้นทางเดินเท้าตามถนนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยของบริษัทที่ได้ว่าจ้างมาทำการสแกนลงไปใต้ดิน หากพบว่าบริเวณถนนสายใดเกิดความชำรุด เป็นโพรงจากการที่ทรายใต้ดินถูกน้ำพัดพาออกไป เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วม หรือเป็นถนนที่ใช้งานมานานแล้วก็อาจเกิดความเสื่อมสภาพได้ ก็จะเร่งดำเนินการซ่อมแซม
"เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของสำนักการโยธาร่วมกับบริษัทที่ว่าจ้างที่ผ่านมา พบว่า ถนนพระราม 4 เป็นถนนที่มีปัญหาดังกล่าวมากที่สุด เนื่องจากมีสาธารณูปโภคอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมากทั้งรถไฟใต้ดิน ท่อระบายน้ำ และท่อประปา ทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งกทม.จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยด่วน ทั้งบริเวณตัวถนนและทางเดินเท้า นอกจากนี้ยังมีถนนสายอื่นๆ ในกรุงเทพฯที่มีจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อแก้ไขต่อไปอีกจำนวนมากมาย"
ด้านนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวว่า สำหรับสาเหตุการทรุดตัวของทางเท้านั้น ก็พบว่าบริเวณทางเดินเท้าที่มีปัญหาชำรุดบริเวณริมถนนสายต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ มีทั้งที่เป็นถนนเก่า ใช้งานมานานทำให้ดินและทรายที่อยู่ด้านล่างหายไปตามกาลเวลา และที่ถูกพัดหายไปจากการถูกน้ำท่วมขังในอดีต รวมทั้งการที่มีท่อประปาอยู่ใต้ดินทำให้น้ำพัดพาเอาทรายที่คอยเป็นตัวรองรับน้ำหนักอยู่ด้านล่างหายไปจากตำแหน่งเดิม ทำให้ทางเดินเท้าเกิดความเปราะบาง จนทำให้พื้นเกิดการแตกหักและทรุดตัวลงมา และทำให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนทั่วไปได้
เอาจริงจัดระเบียบทางเท้าทั่วกรุง สั่งรื้อป้าย-ตู้โทรศัพท์เถื่อน
น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ครั้งที่ 14/2556 ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการคืนทางเท้าให้กับประชาชน 3 เรื่อง 1. การจัดเก็บป้ายโฆษณาเถื่อนในพื้นที่สาธารณะ 2. การรื้อถอนตู้โทรศัพท์ผิดกฎหมาย และ 3. การจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาการจัดเก็บป้ายโฆษณาเถื่อน เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตได้ดำเนินการจัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย 3,118 ป้าย พร้อมดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเจ้าของป้ายตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งกทม.จะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบการที่ติดตั้งป้ายโฆษณาผิดกฎหมายในข้อหาทำทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย อาทิ ต้นไม้ ทางเท้า รวมถึงมีการฟ้องร้องทางแพ่งและจัดเก็บภาษีป้ายกับทุกป้ายที่ได้มีการติดตั้ง 1 ป้าย 1 คดี
"ส่วนป้ายโฆษณาที่สำนักการจราจรและขนส่ง เป็นผู้อนุญาตมีอยู่จำนวน 8,000 กว่าป้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนที่จีไอเอส ระบุจุดติดตั้งป้ายโฆษณาที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมอบให้สำนักงานเขต เพื่อร่วมตรวจสอบจุดติดตั้งป้ายให้ถูกต้องตรงจุดที่กำหนด ซึ่งหากพบมีการติดตั้งไม่ถูกต้องจะต้องแก้ไข โดยกทม.จะมีการพิจารณาปรับลดจำนวนป้ายโฆษณาลงด้วย"
น.ส.ตรีดาว กล่าวต่อว่า ขณะที่การจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งมีการจอดรถจักรยานยนต์และตั้งวินจักรยานยนต์ รับจ้างบนทางเท้า โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือถึงปลัดกทม.เพื่อขอความร่วมือให้สำนักงานเขต และกทม. แจ้งให้ผู้ขับรถและวินจักรยานยนต์รับจ้างทราบว่าการนำรถจักรยานยนต์มาจอดบนทางเท้ามีความผิดตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใดๆ ให้ทางเท้าชำรุดเสียหาย โดยการจอดรถหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า เว้นแต่เป็นการจอดหรือขับขี่เพื่อเข้าไปในอาคารหรือมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผัน ซึ่งการจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า ทำให้เกิดการกีดขวางการสัญจรไปมาบนทางเท้าของประชาชน เข้าข่ายต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
"จากนี้กทม.จะหารือร่วมกับกรมการขนส่ง และผู้แทนของวินรถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯ ทั้งหมด และจะหารือถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสื้อวินด้วยเพราะเสื้อวินสีส้มจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นของกทม. หรือกทม.เป็นผู้ดูแลวินจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯมีประมาณ 200,000 คัน"
น.ส.ตรีดาว กล่าวด้วยว่า ส่วนแนวทางการจัดระเบียบตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งจะเริ่มนำร่องในเส้นทางต่างๆ ตามกลุ่มโซน ประกอบด้วย กลุ่มกรุงเทพใต้ ที่ถนนสุขุมวิท กลุ่มกรุงเทพกลาง ที่ถนนราชดำเนินกลาง กลุ่มกรุงเทพเหนือ ที่ถนนพหลโยธิน กลุ่มกรุงเทพตะวันออก ที่ถนนรามคำแหง กลุ่มกรุงเทพใต้ ที่ถนนสุขสวัสดิ์ และกลุ่มธนเหนือ ที่ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งขณะนี้กทม.ได้ประสานข้อมูลระหว่่างหน่วยงานสื่อสาร สำนักงานเขต และสำนักการโยธา เพื่อเตรียมกำหนดวันให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของตู้โทรศัพท์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งแผน และกำหนดเวลาการรื้อถอนในถนนนำร่องมาให้ หากเลยกำหนดเวลาสำนักงานเขตจะส่งแผนการรื้อถอนและค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานสื่อสารทราบ ถ้ายังเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือจะมีการบังคับใช้กฎหมายในการรื้อ ซึ่งล่าสุด บมจ.ทีโอที ได้แจ้งว่าจะรื้อตู้ที่ติดตั้งผิดกฎหมายภายในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้
"ปัจจุบันพื้นที่ กทม. มีตู้โทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาต ประมาณ 6,300 ตู้ ขณะที่ตู้โทรศัพท์ไม่ได้รับอนุญาตมีจำนวน 27,580 ตู้ ซึ่งสำนักการโยธา รายงานว่าเมื่อเดือนสิงหาคม รื้อถอนตู้ผิดกฎหมายไปแล้ว 15,156 ตู้ เหลืออีก 12,324 ตู้ที่ยังไม่ได้รื้อถอน และจากนี้จะเร่งรื้อถอนฐานคอนกรีตที่กีดขวางทางเดินด้วย"
เปิดเฟซบุ๊ก 'Bangkok Eyes' รับเรื่องร้องเรียนปชช.
น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. กล่าวว่า กทม.ได้จัดทำโครงการ Bangkok Eyes ซึ่งเป็นการสร้างช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อว่า Bangkok Eyes เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารรับเรื่องร้องทุกข์ และการแก้ปัญหาให้กับประชาชน จากเดิมที่กทม.มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่หมายเลข 1555 เท่านั้น ซึ่งเฟซบุ๊ก Bangkok Eyes จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบเรื่องราวร้องทุกข์ จากสำนักงานเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้รับเรื่อง และจะรายงานไปยังผู้บริหารที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถติดตามผลการดำเนินงานผ่านเฟซบุ๊กได้ แต่จะรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของกทม.ด้วย โดยจะเป็นสื่อกลางในการประสานไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
"ผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน - 9 กันยายน พบว่าในเฟซบุ๊ก Bangkok Eyes มีสมาชิกแล้ว 2,372 คน และผู้เข้าชมกว่า 5 แสนคน โดยมีเรื่องร้องเรียนถึง 121 เรื่อง เป็นหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลของกทม. 103 เรื่อง และหน่วยงานภายนอกอีก 18 เรื่อง โดยได้รับการแก้ไขแล้ว 76 เรื่อง อยู่ระหว่างการดำเนินงาน อีก 45 เรื่อง"



